วันพุธที่ 17 มิถุนายน
การตายของลูกพระองค์ยังทำให้เราคืนดีกับพระองค์ได้—รม. 5:10
นอกจากอาดัมกับเอวาสูญเสียโอกาสที่จะมีชีวิตตลอดไปแล้ว พวกเขายังสูญเสียสายสัมพันธ์ที่มีค่ากับพระยะโฮวาด้วย ก่อนที่อาดัมกับเอวาทำบาป พวกเขาอยู่ในครอบครัวของพระยะโฮวา (ลก. 3:38) แต่พอพวกเขาไม่เชื่อฟัง พวกเขาก็เลยถูกขับไล่ออกจากครอบครัวของพระองค์ก่อนที่จะมีลูก (ปฐก. 3:23, 24; 4:1) ดังนั้น พวกเราซึ่งเป็นลูกหลานของพวกเขาจึงยังไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า และจำเป็นต้องคืนดีกับพระองค์ (รม. 5:10, 11) หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือเราจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์ แหล่งอ้างอิงหนึ่งบอกว่า คำกรีกที่แปลว่า “คืนดี” อาจแปลได้ด้วยว่า “เปลี่ยนจากศัตรูมาเป็นเพื่อน” เราประทับใจจริง ๆ ที่พระยะโฮวาเป็นฝ่ายริเริ่มที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นไปได้ แล้วพระองค์ทำยังไง? โดยการจัดเตรียมเรื่องการไถ่บาป พระยะโฮวาได้ช่วยให้มนุษย์ที่ผิดบาปกลับมามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์ พระองค์เอาสิ่งที่อาดัมทำให้สูญเสียไปกลับคืนมาโดยใช้สิ่งที่มีค่าเท่าเทียมกันมาแลก ห25.02 น. 3-4 ว. 7-8
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน
ความเสียใจแบบที่พระเจ้าพอใจนั้นกระตุ้นให้เกิดการกลับใจ ซึ่งนำไปถึงความรอด—2 คร. 7:10
อัครสาวกเปาโลบอกว่าพี่น้องชายที่ก่อนหน้านี้ได้ทำผิดโดยไปมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของพ่อตัวเอง ได้ “ถูกพี่น้องส่วนใหญ่ตำหนิมามากพอแล้ว” (2 คร. 2:5-8) นี่หมายความว่าการสั่งสอนพี่น้องชายคนนี้โดยตัดเขาออกจากประชาคมได้บรรลุเป้าหมายแล้ว (1 คร. 5:1) เป้าหมายที่ว่าคืออะไร? ก็คือเพื่อทำให้เขาสำนึกตัวว่าต้องกลับใจ (ฮบ. 12:11) ดังนั้น เปาโลเลยแนะนำให้พี่น้องในประชาคมโครินธ์ “ยอมให้อภัยและปลอบใจ” เขา และยังแนะนำด้วยว่า “ทำให้เขามั่นใจว่าพวกคุณรักเขาจริง ๆ” ขอสังเกตว่าเปาโลไม่ได้แค่ต้องการให้พี่น้องในประชาคมรับคนที่ทำผิดกลับคืนมาเท่านั้น แต่ต้องการให้พวกเขาแสดงออกทั้งคำพูดและการกระทำว่าได้ให้อภัยพี่น้องคนนั้นจริง ๆ และแสดงความรักต่อเขาด้วย เมื่อพวกเขาทำแบบนี้จึงเป็นการแสดงอย่างชัดเจนว่าพวกเขายินดีต้อนรับพี่น้องคนนั้นให้กลับมาในประชาคม ห24.08 น. 15 ว. 4; น. 16-17 ว. 6-8
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน
พวกคุณถูกประจานให้ขายหน้าและถูกเคี่ยวเข็ญ—ฮบ. 10:33
อัครสาวกเปาโลรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะอดทนได้ เขาบอกคริสเตียนชาวฮีบรูว่า เมื่อต้องอดทนกับความลำบาก พวกเขาต้องไม่พึ่งตัวเองแต่ต้องพึ่งพระยะโฮวา เปาโลเองก็ทำแบบนี้ เขาเลยสามารถพูดด้วยความกล้าหาญว่า “พระยะโฮวาเป็นผู้ช่วยเหลือผม ผมจะไม่กลัวอะไร” (ฮบ. 13:6) พี่น้องของเราบางคนกำลังอดทนกับการข่มเหงอยู่ในตอนนี้ วิธีหนึ่งที่เราแสดงว่าเรารักพวกเขาก็คือโดยการอธิษฐานเพื่อพวกเขาและบางครั้งเราอาจให้สิ่งจำเป็นกับพวกเขาได้ด้วย อย่างไรก็ตามคัมภีร์ไบเบิลก็บอกอย่างชัดเจนด้วยว่า “ทุกคนที่ตั้งใจใช้ชีวิตด้วยความเลื่อมใสพระเจ้าและเป็นสาวกพระคริสต์เยซูต้องถูกข่มเหงกันทั้งนั้น” (2 ทธ. 3:12) เพราะอย่างนี้เราทุกคนเลยต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้เราไว้ใจพระยะโฮวาต่อ ๆ ไปและมั่นใจว่าพระองค์จะช่วยเราให้อดทนกับปัญหาอะไรก็ตามที่เราอาจเจอ และเมื่อถึงเวลาพระองค์จะช่วยผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระองค์ทุกคน—2 ธส. 1:7, 8 ห24.09 น. 13 ว. 17-18