บท 3
‘ผมเป็น คนถ่อมตัว’
“ดูนั่นสิ กษัตริย์ของเจ้ากำลังมา”
1-3. พระเยซูเข้ามาในกรุงเยรูซาเล็มยังไง และทำไมบางคนที่เห็นถึงรู้สึกแปลกใจ?
ผู้คนในกรุงเยรูซาเล็มรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะมีคนหนึ่งที่สำคัญมากกำลังเดินทางมา พวกเขารวมตัวกันอยู่ตามถนนข้างนอกเมืองเพื่อรอต้อนรับชายคนนี้ เพราะบางคนบอกว่าท่านเป็นลูกหลานของกษัตริย์ดาวิดและเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ปกครองอิสราเอล หลายคนเอาใบปาล์มมาโบกต้อนรับท่าน คนอื่น ๆ เอาเสื้อผ้าและกิ่งไม้มาปูบนถนนเพื่อแสดงความนับถือท่าน (มัทธิว 21:7, 8; ยอห์น 12:12, 13) หลายคนคงอยากรู้ว่าท่านจะเข้ามาในเมืองยังไง
2 บางคนอาจคาดหมายว่าคนนี้จะเข้ามาในกรุงเยรูซาเล็มอย่างยิ่งใหญ่เหมือนที่บางคนเคยทำในอดีต เช่น ตอนที่อับซาโลมลูกชายของดาวิดประกาศตัวเป็นกษัตริย์ เขาให้ผู้ชาย 50 คนวิ่งนำหน้ารถม้าของเขา (2 ซามูเอล 15:1, 10) ตอนที่จูเลียส ซีซาร์ ผู้ปกครองชาวโรมันเดินทางกลับกรุงโรมหลังจากรบชนะ ก็มีขบวนแห่ต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่โดยมีช้าง 40 เชือกชูโคมไฟอยู่สองข้างทาง แต่ผู้คนในกรุงเยรูซาเล็มกำลังรอคอยชายคนหนึ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก พวกเขาอาจไม่รู้ว่าท่านผู้นี้คือเมสสิยาห์บุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีชีวิตอยู่ แต่พอเห็นชายผู้นี้ที่จะเป็นกษัตริย์ในอนาคตเข้ามาในเมือง บางคนอาจรู้สึกแปลกใจ
3 พวกเขาไม่เห็นรถ ไม่มีคนวิ่งนำหน้า ไม่มีม้า แล้วก็ไม่มีช้างด้วย พระเยซูนั่งบนหลังลาซึ่งเป็นสัตว์ธรรมดา ๆ ตัวหนึ่งที่ใช้ขนของa พระเยซูไม่ได้ใส่เสื้อผ้าหรูหราและลาที่ท่านนั่งก็ไม่ได้ถูกตกแต่งด้วยอะไรเป็นพิเศษ มีแค่เสื้อผ้าที่พวกสาวกเอามาปูบนหลังลาเท่านั้น ท่านไม่ได้นั่งบนอานราคาแพง ทำไมพระเยซูถึงเลือกที่จะเดินทางเข้ากรุงเยรูซาเล็มในแบบที่ต่ำต้อย ทั้ง ๆ ที่บางคนที่มีความสำคัญน้อยกว่าได้จัดให้มีขบวนแห่เฉลิมฉลองอย่างใหญ่โต?
4. คัมภีร์ไบเบิลบอกล่วงหน้าว่าเมสสิยาห์จะเข้ามาในกรุงเยรูซาเล็มยังไง?
4 พระเยซูทำให้คำพยากรณ์ข้อหนึ่งเกิดขึ้นจริงที่บอกว่า “ดีใจให้มาก ๆ ชาวเยรูซาเล็ม โห่ร้องเลยที่ได้ชัยชนะ ดูนั่นสิ กษัตริย์ของเจ้ากำลังมา เขามีความยุติธรรมและจะช่วยประชาชนให้รอด เขาถ่อมตนและขี่ลาเข้ามา เขานั่งบนหลังลูกลา” (เศคาริยาห์ 9:9) คำพยากรณ์นี้แสดงว่าวันหนึ่งเมสสิยาห์ที่เป็นผู้ถูกเจิมของพระเจ้าจะเข้ามาในกรุงเยรูซาเล็มและท่านจะทำให้ผู้คนรู้ว่าท่านเป็นกษัตริย์ที่พระเจ้าแต่งตั้ง การที่ท่านขี่ลาเข้ามาแสดงให้เห็นว่าท่านมีคุณลักษณะที่ยอดเยี่ยมคือความถ่อม
5. ทำไมเราถึงประทับใจความถ่อมของพระเยซู และทำไมเราต้องเลียนแบบท่าน?
5 คุณลักษณะที่น่าประทับใจที่สุดของพระเยซูคือความถ่อมและนี่ทำให้เราอยากรู้จักท่านมากขึ้น ในบทที่แล้วเราได้เรียนว่า มีแค่พระเยซูเท่านั้นที่เป็น “ทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต” (ยอห์น 14:6) ในโลกนี้ไม่มีใครสำคัญเท่าพระเยซูลูกของพระเจ้าอีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นพระเยซูก็ไม่ได้เป็นคนหยิ่งและคิดว่าตัวเองสำคัญเหมือนที่มนุษย์ไม่สมบูรณ์แบบหลายคนเป็น เพื่อจะติดตามพระเยซู เราต้องพยายามสู้กับแนวโน้มที่จะเป็นคนหยิ่ง (ยากอบ 4:6) ให้จำไว้ว่า พระยะโฮวาเกลียดความหยิ่ง ดังนั้น เราเลยต้องพยายามเลียนแบบความถ่อมของพระเยซู
พระเยซูถ่อมเสมอ
6. ความถ่อมคืออะไร และพระยะโฮวารู้ได้ยังไงว่าเมสสิยาห์จะเป็นคนถ่อม?
6 ความถ่อมตรงข้ามกับความหยิ่งหรือทะนงตัว ความถ่อมเป็นคุณลักษณะที่เริ่มต้นจากหัวใจและแสดงออกมาทางการกระทำ คำพูด และตอนที่ปฏิบัติกับคนอื่น แล้วพระยะโฮวารู้ได้ยังไงว่าเมสสิยาห์จะเป็นคนถ่อม? พระยะโฮวารู้ว่าพระเยซูเลียนแบบความถ่อมของพระองค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ (ยอห์น 10:15) และพระองค์ยังเห็นพระเยซูแสดงความถ่อมออกมาด้วย ยังไง?
7-9. (ก) มีคาเอลแสดงความถ่อมยังไงตอนที่โต้เถียงกับซาตาน? (ข) คริสเตียนจะเลียนแบบความถ่อมของมีคาเอลได้ยังไง?
7 หนังสือยูดาช่วยให้เราเห็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ ที่นั่นบอกว่า “ตอนที่มีคาเอลอัครทูตสวรรค์ ขัดแย้งกับมารและโต้เถียงกันเรื่องศพของโมเสส ท่านก็ยังไม่กล้าตัดสินลงโทษมารและไม่ใช้คำพูดดูถูกเหยียดหยามเลย ท่านแค่พูดว่า ‘ให้พระยะโฮวาต่อว่าคุณเองก็แล้วกัน’” (ยูดา 9) มีคาเอลเป็นชื่อของพระเยซูก่อนที่ท่านจะมีชีวิตบนโลกและหลังจากที่ท่านกลับไปสวรรค์ พระเยซูเป็นอัครทูตสวรรค์ด้วยเพราะท่านเป็นผู้นำกองทัพทูตสวรรค์ของพระยะโฮวาb (1 เธสะโลนิกา 4:16) ถึงจะมีอำนาจมาก แต่มีคาเอลทำยังไงตอนที่ซาตานมาท้าทายท่าน?
8 หนังสือยูดาไม่ได้บอกเราว่าซาตานต้องการทำอะไรกับศพของโมเสส แต่เราแน่ใจได้ว่ามันมีความคิดที่ชั่วร้ายบางอย่างอยู่ในใจ มันอาจอยากใช้ศพของโมเสสเพื่อหลอกผู้คนให้นมัสการเท็จ แต่มีคาเอลไม่ยอมให้ซาตานเอาศพของโมเสสไป ตอนที่โต้เถียงกัน ท่านควบคุมตัวเองและไม่ได้ต่อว่าซาตาน ซึ่งจริง ๆ แล้วซาตานควรถูกต่อว่า แต่ตอนนั้นมีคาเอลยังไม่ได้รับอำนาจจากพระยะโฮวาเพื่อ “พิพากษาทุกคน” ท่านเลยรู้สึกว่าการตัดสินลงโทษต้องมาจากพระยะโฮวาเท่านั้น (ยอห์น 5:22) มีคาเอลเป็นอัครทูตสวรรค์ที่มีอำนาจมาก แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ถ่อมตัวและรอให้พระยะโฮวาตัดสินว่าจะทำยังไง ท่านไม่ได้พยายามจะมีอำนาจมากขึ้น และท่านยังแสดงความเจียมตัวโดยยอมรับว่าท่านมีขีดจำกัด
9 ยูดาได้รับการดลใจให้เขียนเหตุการณ์นี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง น่าเศร้าที่คริสเตียนบางคนในสมัยของยูดาไม่ได้เป็นคนถ่อม พวกเขาแสดงความหยิ่งโดย “พูดจาดูหมิ่นทุกเรื่องที่ตัวเองไม่เข้าใจ” (ยูดา 10) เป็นเรื่องง่ายที่คนไม่สมบูรณ์แบบอย่างเราจะเป็นคนหยิ่ง ถ้าเราไม่เข้าใจบางเรื่องที่ทำกันในประชาคมคริสเตียน อย่างเช่นเรื่องการตัดสินใจของคณะผู้ดูแล เราจะทำยังไง? เราไม่รู้เหตุผลทั้งหมดว่าทำไมผู้ดูแลถึงตัดสินอย่างนั้น ดังนั้น ถ้าเราบ่นหรือไปคุยกับคนอื่นว่านั่นเป็นการตัดสินที่ผิด เราก็ไม่ได้เป็นคนถ่อม คงจะดีกว่าถ้าเราเลียนแบบมีคาเอลหรือพระเยซูโดยที่ไม่ตัดสินเรื่องต่าง ๆ ที่พระเจ้าไม่ได้มอบอำนาจให้เราตัดสิน
10, 11. (ก) การที่พระเยซูเต็มใจมาบนโลกแสดงให้เห็นยังไงว่าท่านถ่อม? (ข) เราจะเลียนแบบความถ่อมของท่านได้ยังไง?
10 พระเยซูลูกของพระเจ้ายังแสดงให้เห็นว่าท่านถ่อมโดยเต็มใจมาบนโลก ลองคิดดูว่าท่านต้องเสียสละอะไรบ้าง ท่านเป็นอัครทูตสวรรค์ เป็น “โฆษก” ซึ่งเป็นผู้ที่พูดแทนพระยะโฮวา (ยอห์น 1:1-3) ท่านอยู่ในสวรรค์ “ที่อยู่อันสูงส่ง บริสุทธิ์ และสวยงาม” ของพระยะโฮวา (อิสยาห์ 63:15) แม้ท่านจะเป็นถึงลูกของพระเจ้า แต่ท่านก็ “ยอมสละทุกสิ่ง มารับสภาพทาส และเกิดเป็นมนุษย์” (ฟีลิปปี 2:7) ลองคิดดูว่าท่านต้องเจอกับอะไรบ้างตอนที่มาบนโลก ชีวิตของท่านถูกย้ายไปอยู่ในท้องของหญิงบริสุทธิ์ชาวยิว ท่านอยู่ในท้องของเธอ 9 เดือน ก่อนจะคลอดออกมาเป็นทารกที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ท่านเกิดมาในครอบครัวของช่างไม้ที่ยากจน จากนั้นก็เติบโตขึ้นเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งหัดเดิน แล้วก็โตเป็นวัยรุ่น ถึงแม้ตอนนั้นท่านเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ แต่ท่านก็ยังเชื่อฟังพ่อแม่ของท่านที่เป็นมนุษย์ไม่สมบูรณ์แบบ (ลูกา 2:40, 51, 52) ท่านแสดงให้เห็นว่าเป็นคนถ่อมจริง ๆ
11 เราเลียนแบบความถ่อมของพระเยซูได้โดยเต็มใจรับงานมอบหมายที่บางครั้งคนอื่นมองว่าไม่สำคัญ เช่น งานประกาศข่าวดีเรื่องรัฐบาลของพระเจ้าอาจดูไม่สำคัญในสายตาคนอื่น ตอนที่เราไปประกาศบางคนก็ไม่สนใจ เยาะเย้ยหรือทำไม่ดีกับเรา (มัทธิว 28:19, 20) แต่ถ้าเราอดทนประกาศต่อไป เราอาจได้ช่วยหลายคนให้รอดชีวิต และที่สำคัญเรายังได้เรียนรู้ที่จะเป็นคนถ่อม เมื่อเราเลียนแบบพระเยซูคริสต์ผู้เป็นนายของเรา
พระเยซูแสดงความถ่อมตอนที่เป็นมนุษย์
12-14. (ก) พระเยซูแสดงความถ่อมยังไงตอนที่มีคนยกย่องสรรเสริญท่าน? (ข) พระเยซูแสดงความถ่อมยังไงในวิธีที่ท่านปฏิบัติต่อคนอื่น? (ค) เรารู้ได้ยังไงว่าพระเยซูไม่ได้เป็นแค่คนที่สุภาพหรือแกล้งทำเป็นถ่อม?
12 พระเยซูแสดงความถ่อมเสมอตอนที่ทำงานรับใช้บนโลก ตัวอย่างเช่น ตอนที่มีคนยกย่องสรรเสริญท่าน ท่านให้คำยกย่องนั้นกับพ่อของท่าน และเมื่อผู้คนชมว่าท่านสอนเก่ง ทำการอัศจรรย์ได้ และเป็นคนดี ท่านไม่ยอมรับคำชม ไว้เองแต่ให้คำชมนั้นกับพระยะโฮวา—มาระโก 10:17, 18; ยอห์น 7:15, 16
13 วิธีที่พระเยซูปฏิบัติต่อคนอื่นแสดงให้เห็นว่าท่านเป็นคนถ่อม ที่จริง ท่านทำให้เห็นชัดเจนว่าท่านไม่ได้มาบนโลกเพื่อให้คนอื่นรับใช้ แต่ท่านมาเพื่อรับใช้คนอื่น (มัทธิว 20:28) พระเยซูแสดงความถ่อมโดยปฏิบัติกับคนอื่นด้วยความอ่อนโยนและมีเหตุผล ตอนที่พวกสาวกทำให้ท่านผิดหวัง ท่านก็ไม่ได้ต่อว่าพวกเขาแรง ๆ แต่พยายามสอนพวกเขาอย่างอดทนให้ทำสิ่งที่พระยะโฮวาพอใจ (มัทธิว 26:39-41) ครั้งหนึ่ง มีคนมากมายมาหาพระเยซูตอนที่ท่านต้องการหาที่เงียบ ๆ เพื่อจะได้มีเวลาส่วนตัวและพักผ่อน ถึงจะเหนื่อยแต่ท่านก็ไม่ได้ไล่พวกเขาไป ท่าน “สอนพวกเขาหลายเรื่อง” (มาระโก 6:30-34) ตอนที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ใช่ชาวอิสราเอลขอร้องพระเยซูหลายครั้งให้รักษาลูกของเธอ ตอนแรกท่านปฏิเสธ แต่ท่านก็ไม่ได้ทำด้วยความโมโห ท่านฟังและต่อมาก็ทำตามที่เธอขอเพราะเห็นว่าเธอมีความเชื่อมาก เราจะมาดูเรื่องนี้มากขึ้นในบท 14—มัทธิว 15:22-28
14 พระเยซูบอกว่า “ผมเป็นคนอ่อนโยนและถ่อมตัว” และท่านก็ใช้ชีวิตตามที่ท่านพูดจริง ๆ (มัทธิว 11:29) พระเยซูไม่ได้เป็นแค่คนที่สุภาพหรือแกล้งทำเป็นถ่อม แต่ความถ่อมนี้มาจากใจและเป็นตัวตนของท่านจริง ๆ ท่านเลยมองว่าสำคัญมากที่จะสอนสาวกของท่านให้ถ่อมด้วย
พระเยซูสอนคนที่ติดตามท่านให้เป็นคนถ่อม
15, 16. พระเยซูบอกว่าคนที่มีอำนาจในโลกเป็นคนแบบไหน และคนที่ติดตามท่านต้องไม่เหมือนพวกเขายังไง?
15 พวกอัครสาวกของพระเยซูต้องใช้เวลานานในการเรียนรู้ที่จะเป็นคนถ่อม พระเยซูพยายามหลายครั้งที่จะสอนพวกเขา ตัวอย่างเช่น มีครั้งหนึ่งยากอบกับยอห์นบอกให้แม่ไปขอตำแหน่งที่มีเกียรติในรัฐบาลของพระเจ้าจากพระเยซูให้กับพวกเขา แต่ท่านตอบอย่างเจียมตัวว่า “ใครจะได้นั่งข้างขวาหรือข้างซ้ายของผมนั้น ผมไม่ใช่ผู้กำหนด พ่อของผมต่างหากเป็นผู้กำหนด” เรื่องนี้ทำให้อัครสาวกอีก 10 คน “ไม่พอใจ” ยากอบกับยอห์นมาก (มัทธิว 20:20-24) แล้วพระเยซูจัดการกับปัญหานี้ยังไง?
16 พระเยซูปรับความคิดของพวกเขาอย่างกรุณาโดยพูดว่า “พวกคุณรู้ว่าผู้มีอำนาจในโลกนี้ชอบทำตัวเป็นนายเหนือประชาชน และพวกคนใหญ่คนโตก็ชอบใช้อำนาจข่มคนอื่น แต่พวกคุณต้องไม่เป็นอย่างนั้น ใครอยากเป็นใหญ่ก็ต้องรับใช้คนอื่น และใครอยากเป็นคนสำคัญที่สุดก็ต้องเป็นทาสรับใช้” (มัทธิว 20:25-27) พวกอัครสาวกคงได้เห็นมาแล้วว่า “ผู้มีอำนาจในโลกนี้” หยิ่ง เห็นแก่ตัว และอยากได้อำนาจมากขึ้น พระเยซูทำให้เห็นว่าคนที่อยากติดตามท่านต้องไม่เป็นเหมือนพวกผู้มีอำนาจที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจมากขึ้น พวกอัครสาวกต้องเป็นคนถ่อม แล้วพวกเขาได้บทเรียนในเรื่องนี้ไหม?
17-19. (ก) ในคืนก่อนที่พระเยซูจะเสียชีวิต ท่านสอนบทเรียนเรื่องความถ่อมให้กับพวกอัครสาวกยังไง? (ข) ตอนอยู่บนโลก พระเยซูทำอะไรเพื่อสอนบทเรียนที่มีพลังมากที่สุดในเรื่องความถ่อม?
17 เรื่องนี้ไม่ง่ายสำหรับพวกเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่พระเยซูสอนบทเรียนที่สำคัญ ก่อนหน้านั้น ตอนที่พวกเขาเถียงกันว่าใครเป็นใหญ่ที่สุด พระเยซูพาเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งมา แล้วบอกพวกเขาให้เป็นเหมือนเด็ก เพราะเด็กต่างจากผู้ใหญ่ เด็กไม่หยิ่ง ไม่ทะเยอทะยาน และไม่ได้อยากมีตำแหน่ง (มัทธิว 18:1-4) แต่ในคืนก่อนที่พระเยซูจะเสียชีวิต ท่านเห็นว่าพวกอัครสาวกก็ยังเถียงกันว่าใครเป็นใหญ่อยู่ ท่านเลยสอนบทเรียนที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม ท่านเอาผ้าเช็ดตัวคาดเอวแล้วล้างเท้าให้พวกเขา นี่เป็นงานต่ำต้อยที่สุดที่คนรับใช้ในสมัยนั้นทำให้กับแขกที่มาที่บ้าน พระเยซูล้างเท้าให้กับสาวกทุกคน รวมทั้งยูดาสอิสคาริโอทซึ่งกำลังจะทรยศท่านด้วย!—ยอห์น 13:1-11
18 พระเยซูย้ำจุดสำคัญเรื่องความถ่อม ท่านบอกพวกอัครสาวกว่า “ผมทำเป็นตัวอย่างให้ดูแล้ว” (ยอห์น 13:15) แล้วพวกเขาเข้าใจสิ่งที่พระเยซูสอนไหม? ไม่ เพราะในคืนนั้นพวกเขาก็ยังเถียงกันอีกว่าใครเป็นใหญ่ที่สุด! (ลูกา 22:24-27) ถึงจะเป็นอย่างนั้น พระเยซูก็ยังอดทนและสอนพวกเขาต่อไปด้วยความถ่อม และต่อมาท่านก็ได้สอนบทเรียนที่มีพลังมากที่สุดคือ “ท่านถ่อมตัวและเชื่อฟังทุกอย่างจนถึงกับยอมตาย คือตายบนเสาทรมาน” (ฟีลิปปี 2:8) พระเยซูยอมตายอย่างน่าอับอายเหมือนอาชญากร ท่านถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทพระเจ้าทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอย่างนั้นเลย พระเยซูพิสูจน์ให้เห็นว่าท่านเป็นคนถ่อมจริง ๆ ดังนั้น จากสิ่งที่พระเจ้าสร้างทั้งหมด พระเยซูเป็นผู้เดียวที่แสดงความถ่อมได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
19 ความถ่อมเป็นบทเรียนสุดท้ายที่พระเยซูสอนพวกอัครสาวกตอนที่อยู่บนโลก บางทีบทเรียนนี้อาจเป็นคำสอนที่อยู่ในใจที่ทำให้พวกอัครสาวกจำได้ชัดเจนที่สุด เพราะคัมภีร์ไบเบิลบอกว่าหลังจากนั้นพวกอัครสาวกแสดงความถ่อมและรับใช้ด้วยกันเป็นเวลานานหลายสิบปี แล้วเรื่องนี้ควรจะมีผลยังไงกับเรา?
คุณจะเลียนแบบพระเยซูไหม?
20. เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นคนถ่อมจริง ๆ?
20 เปาโลบอกเราทุกคนว่า “ให้พวกคุณคิดแบบเดียวกับพระคริสต์เยซู” (ฟีลิปปี 2:5) เราต้องเป็นคนถ่อมเหมือนกับพระเยซู แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเราถ่อมจากใจจริง ๆ? เปาโลเตือนว่า “อย่าทำอะไรด้วยน้ำใจชิงดีชิงเด่นหรือถือว่าตัวเองสำคัญ แต่ให้ถ่อมตัวและมองว่าคนอื่นดีกว่าตัวเอง” (ฟีลิปปี 2:3) ดังนั้น เพื่อที่จะรู้ว่าเราถ่อมไหม เราต้องดูจากวิธีที่เรามองคนอื่นและมองตัวเอง ให้มองว่าคนอื่นดีกว่าและสำคัญกว่า คุณจะเอาคำแนะนำนี้ไปใช้ได้ไหม?
21, 22. (ก) ทำไมคริสเตียนที่เป็นผู้ดูแลต้องเป็นคนถ่อม? (ข) เราจะแสดงให้เห็นได้ยังไงว่าเราเป็นคนถ่อม?
21 หลายปีหลังจากพระเยซูเสียชีวิต อัครสาวกเปโตรยังคิดถึงความสำคัญของความถ่อม เปโตรสอนคริสเตียนที่เป็นผู้ดูแลให้ทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความถ่อมและไม่ให้เป็นเหมือนนายที่กดขี่ฝูงแกะของพระเจ้า (1 เปโตร 5:2, 3) การมีหน้าที่รับผิดชอบต่าง ๆ ในประชาคมไม่ควรทำให้เรากลายเป็นคนหยิ่ง แต่ตรงกันข้าม ยิ่งเรามีหน้าที่รับผิดชอบเราก็ยิ่งต้องเป็นคนถ่อมมากขึ้น (ลูกา 12:48) แน่นอน ไม่ใช่ผู้ดูแลเท่านั้นที่ต้องเป็นคนถ่อม แต่เราทุกคนต้องเป็นคนถ่อมด้วย
22 เปโตรไม่มีวันลืมคืนนั้นที่พระเยซูล้างเท้าให้เขา ถึงตอนแรกเขาจะไม่ยอมให้พระเยซูทำ (ยอห์น 13:6-10) เปโตรเขียนถึงคริสเตียนทุกคนว่า “ให้พวกคุณทุกคนแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อกันเสมอ” (1 เปโตร 5:5) คำว่า “แสดง” ในภาษาเดิมแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “คาดเอวด้วย” คำนี้ทำให้นึกถึงคนรับใช้ที่ผูกผ้ากันเปื้อนไว้ที่เอวตอนทำงานที่ต่ำต้อย และยังทำให้คิดถึงตอนที่พระเยซูเอาผ้ามาคาดเอวก่อนที่จะคุกเข่าลงเพื่อล้างเท้าพวกสาวก ถ้าเราเลียนแบบพระเยซู เราจะไม่มองว่างานมอบหมายที่พระยะโฮวาให้เราทำนั้นต่ำต้อยจนไม่อยากทำ ถึงเราจะถ่อมจากใจ แต่คนอื่นก็ควรเห็นความถ่อมของเราได้ชัดเหมือนกับที่เห็นเสื้อผ้าที่เราใส่
23, 24. (ก) ทำไมเราต้องพยายามต่อไปที่จะไม่เป็นคนหยิ่ง? (ข) เราจะดูความคิดที่ไม่ถูกต้องอะไรในบทถัดไป?
23 ความหยิ่งเป็นเหมือนยาพิษที่ส่งผลเสียต่อตัวเราและคนอื่น ความหยิ่งอาจทำให้คนเก่งที่มีความสามารถกลายเป็นคนที่ไร้ค่าสำหรับพระเจ้า ในทางตรงกันข้าม ความถ่อมทำให้คนที่ไม่มีความสามารถอะไรเลยมีค่ามากสำหรับพระเจ้า ถ้าเราพยายามปลูกฝังความถ่อมอยู่เรื่อย ๆ โดยเลียนแบบพระเยซู พระยะโฮวาจะให้รางวัลเราแน่นอน เปโตรบอกว่า “ให้ถ่อมตัวลงอยู่ใต้พระเจ้าที่มีฤทธิ์อำนาจยิ่งใหญ่ เพื่อพระองค์จะได้ยกฐานะคุณขึ้นเมื่อถึงเวลา” (1 เปโตร 5:6) เหมือนกับที่พระยะโฮวายกฐานะพระเยซูให้สูงขึ้นเพราะท่านถ่อม พระองค์ก็จะให้รางวัลกับคุณด้วยที่คุณเป็นคนถ่อม
24 บางคนคิดว่าคนถ่อมเป็นคนอ่อนแอ แต่ตัวอย่างของพระเยซูช่วยเราให้เห็นว่าความคิดแบบนั้นไม่ถูกต้อง ถึงท่านจะเป็นคนถ่อมที่สุดแต่ก็เป็นคนที่กล้าหาญมากที่สุดด้วย เราจะดูเรื่องนี้มากขึ้นในบทถัดไป
a เมื่อพูดถึงเหตุการณ์นี้ หนังสืออ้างอิงเล่มหนึ่งบอกว่าสัตว์พวกนี้ “เป็นสัตว์ที่ต่ำต้อย” “เชื่องช้าและดื้อรั้น เป็นสัตว์ที่คนจนเลี้ยงไว้ใช้งานและดูน่าเกลียด”
b สำหรับหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีคาเอลคือพระเยซู ดูบทความ “อัครทูตสวรรค์มีคาเอลเป็นใคร?” ในส่วน “ถาม-ตอบเรื่องคัมภีร์ไบเบิล” ในเว็บไซต์ jw.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการของพยานพระยะโฮวา