บท 18
“ให้คุณติดตามผมต่อ ๆ ไป”
1-3. (ก) พระเยซูจากพวกอัครสาวกไปยังไง และทำไมเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าเศร้า? (ข) ทำไมสำคัญที่เราต้องรู้ว่าตอนที่พระเยซูกลับไปสวรรค์ ท่านทำอะไรบ้าง?
อัครสาวก 11 คนยืนอยู่ด้วยกันบนภูเขา พวกเขามองคนหนึ่งที่พวกเขารักและนับถือมาก คนนั้นมีร่างกายแบบมนุษย์ ซึ่งก็คือพระเยซูที่ถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นจากตาย ตอนนี้พระเยซูกลับมาเป็นทูตสวรรค์ที่มีพลังอำนาจมากที่สุดของพระยะโฮวาอีกครั้ง และท่านได้มาเจอกับอัครสาวกบนภูเขามะกอกนี้เป็นครั้งสุดท้าย
2 ภูเขามะกอกเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหินปูนที่ทอดยาวมาจากกรุงเยรูซาเล็ม และมีหุบเขาขิดโรนคั่นระหว่างภูเขานี้กับกรุงเยรูซาเล็ม นี่คงทำให้พระเยซูคิดถึงเรื่องราวดี ๆ หลายอย่างที่เคยเกิดขึ้นแน่ ๆ เช่น ที่เมืองเบธานีซึ่งอยู่บนไหล่เขาของภูเขามะกอก ที่นั่นพระเยซูได้ปลุกลาซารัสให้ฟื้นขึ้นจากตาย และไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ที่เมืองเบธฟายีซึ่งอยู่บนภูเขามะกอกเหมือนกัน พระเยซูได้นั่งบนหลังลูกลาเดินทางเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้มีชัย นอกจากนั้น สวนเกทเสมนีคงจะอยู่ในบริเวณของภูเขามะกอกด้วย ที่นั่นพระเยซูได้อธิษฐานนานหลายชั่วโมงด้วยความทุกข์ใจก่อนที่จะถูกจับ และที่เนินเขาเดียวกันนี้ พระเยซูกำลังจะลาเพื่อนสนิทและสาวกของท่าน ท่านพูดกับพวกเขาอย่างอ่อนโยนเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็เริ่มลอยขึ้นจากพื้นดินไปบนท้องฟ้า! พวกอัครสาวกตกตะลึง มองผู้เป็นนายที่พวกเขารักลอยขึ้นไป ในที่สุดเมฆก็บังท่านไว้จากสายตาของพวกเขา และพวกเขามองไม่เห็นท่านแล้ว—กิจการ 1:6-12
3 เหตุการณ์นี้ดูเหมือนเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะพระเยซูไม่ได้อยู่กับพวกอัครสาวกแล้ว แต่ตอนที่พวกอัครสาวกยืนมองอยู่ ก็มีทูตสวรรค์สององค์มาบอกว่าเรื่องราวของพระเยซูไม่ได้จบลงแค่นี้ (กิจการ 1:10, 11) การที่พระเยซูไปสวรรค์เป็นแค่การเริ่มต้น คัมภีร์ไบเบิลบอกให้เรารู้ว่าพระเยซูทำอะไรตอนที่กลับไปสวรรค์ ดังนั้น สำคัญที่เราต้องรู้เกี่ยวกับสิ่งที่พระเยซูทำ เพราะอะไร? ขอให้นึกถึงสิ่งที่พระเยซูพูดกับเปโตรว่า “ให้คุณติดตามผมต่อ ๆ ไป” (ยอห์น 21:19, 22) เราทุกคนต้องทำตามคำสั่งนี้ เราต้องติดตามพระเยซูทุกวันไม่ใช่แค่ทำเป็นบางครั้ง และเพื่อจะทำอย่างนั้นได้ เราต้องเข้าใจว่าตอนนี้พระเยซูนายของเรากำลังทำอะไร และงานที่ท่านได้รับในสวรรค์คืออะไร
ชีวิตของพระเยซูหลังจากกลับไปสวรรค์
4. ตามที่บอกไว้ล่วงหน้าในคัมภีร์ไบเบิล จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากพระเยซูกลับไปสวรรค์?
4 คัมภีร์ไบเบิลไม่ได้บอกรายละเอียดว่าตอนที่พระเยซูกลับไปสวรรค์พระยะโฮวากับทูตสวรรค์ดีใจมากแค่ไหน แต่บอกให้รู้ล่วงหน้าว่าเมื่อพระเยซูไปถึงสวรรค์จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราได้เรียนจากคัมภีร์ไบเบิลเกี่ยวกับพิธีสำคัญที่ชาวยิวฉลองมานานกว่า 1,500 ปี ในแต่ละปีจะมีวันหนึ่งที่มหาปุโรหิตจะเข้าไปในห้องบริสุทธิ์ที่สุดของวิหารและสะบัดเลือดของสัตว์ที่เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปตรงหน้าหีบสัญญา มหาปุโรหิตเป็นภาพแสดงถึงเมสสิยาห์ จุดประสงค์ของพิธีนี้คือเพื่อจะได้รับการอภัยบาป และพระเยซูได้ทำให้จุดประสงค์นี้สำเร็จเมื่อท่านไปอยู่ต่อหน้าพระยะโฮวาในสวรรค์ซึ่งเป็นที่ที่บริสุทธิ์ที่สุดในเอกภพ และได้ถวายคุณค่าของเครื่องบูชาไถ่ครั้งเดียวสำหรับตลอดไป (ฮีบรู 9:11, 12, 24) แล้วพระยะโฮวายอมรับเครื่องบูชานี้ไหม?
5, 6. (ก) มีหลักฐานอะไรที่แสดงว่าพระยะโฮวายอมรับเครื่องบูชาไถ่ของพระคริสต์? (ข) ใครได้รับประโยชน์จากค่าไถ่ และพวกเขาต้องทำอะไรเพื่อได้รับประโยชน์?
5 เราพบคำตอบของเรื่องนี้ได้โดยพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่พระเยซูกลับไปสวรรค์ คริสเตียนกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 120 คนกำลังประชุมกันอยู่ในห้องชั้นบนที่กรุงเยรูซาเล็ม ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเสียงพายุพัดแรงดังสนั่นไปทั่วบ้าน แล้วก็มีสิ่งที่คล้ายเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นลอยอยู่เหนือพวกเขา แล้วพวกเขาเต็มไปด้วยพลังบริสุทธิ์และเริ่มพูดภาษาต่าง ๆ (กิจการ 2:1-4) เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานที่แสดงว่าพระยะโฮวาได้เลือกคนกลุ่มใหม่ คืออิสราเอลของพระเจ้าให้เป็น “ชนชาติที่ถูกเลือก” และเป็น “ปุโรหิตและเป็นกษัตริย์” เพื่อทำตามความประสงค์ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (1 เปโตร 2:9) เห็นได้ชัดว่าพระยะโฮวาพระเจ้ายอมรับและพอใจเครื่องบูชาไถ่ของพระคริสต์ การให้พลังบริสุทธิ์ครั้งนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์อัศจรรย์ครั้งแรกที่เกิดขึ้นได้เพราะค่าไถ่ของพระเยซู
6 ตั้งแต่นั้นมา ค่าไถ่ของพระคริสต์ก็ทำให้คนที่ติดตามท่านที่อยู่ทั่วโลกได้รับประโยชน์ ไม่ว่าเราอยู่ในกลุ่ม “แกะฝูงเล็ก” ที่ถูกเจิมซึ่งจะปกครองร่วมกับพระคริสต์ในสวรรค์ หรืออยู่ในกลุ่ม “แกะอื่น” ซึ่งจะมีชีวิตอยู่ภายใต้การปกครองของท่านบนแผ่นดินโลก เราทุกคนจะได้รับประโยชน์จากการเสียสละของท่าน (ลูกา 12:32; ยอห์น 10:16) ค่าไถ่ของพระเยซูทำให้เราสามารถมีชีวิตตลอดไปและได้รับการอภัยบาป ดังนั้น ถ้าเรา “แสดงความเชื่อ” ในค่าไถ่ต่อ ๆ ไปและติดตามพระเยซูทุกวัน เราจะมีความสุขเพราะรู้ว่ากำลังทำสิ่งที่พระยะโฮวาพอใจ และมีความหวังที่ดีในอนาคต—ยอห์น 3:16
7. หลังจากกลับไปสวรรค์พระเยซูได้รับอำนาจอะไร และคุณจะสนับสนุนท่านยังไง?
7 หลังจากกลับไปสวรรค์พระเยซูก็ได้รับอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แล้วตอนนี้ท่านกำลังทำอะไร? (มัทธิว 28:18) ที่จริง พระยะโฮวาได้แต่งตั้งท่านให้ปกครองประชาคมคริสเตียนและท่านก็ทำหน้าที่นี้ด้วยความรักและความยุติธรรม (โคโลสี 1:13) เหมือนที่มีการบอกไว้ล่วงหน้าว่า พระเยซูได้มอบหมายให้ผู้ชายที่มีหน้าที่รับผิดชอบเอาใจใส่ดูแลความจำเป็นของฝูงแกะของท่าน (เอเฟซัส 4:8) ตัวอย่างเช่น ท่านได้เลือกเปาโลให้เป็น “อัครสาวกที่ถูกส่งไปหาคนต่างชาติ” และส่งเขาไปประกาศข่าวดีในดินแดนที่ห่างไกล (โรม 11:13; 1 ทิโมธี 2:7) ประมาณปี ค.ศ. 96 พระเยซูได้ใช้อัครสาวกยอห์นเขียนจดหมายที่มีทั้งคำชมเชย คำแนะนำ และคำตักเตือน เพื่อส่งไปยัง 7 ประชาคมในแคว้นเอเชียของโรม (วิวรณ์ บท 2-3) คุณเชื่อไหมว่าพระเยซูเป็นผู้นำของประชาคมคริสเตียน? (เอเฟซัส 5:23) ถ้าเชื่อ วิธีหนึ่งที่คุณจะแสดงว่าสนับสนุนพระเยซูก็คือ เชื่อฟังและทำตามคำแนะนำของคนที่นำหน้าในประชาคมของคุณ
8, 9. พระเยซูได้รับอำนาจอะไรในปี 1914 และเรื่องนี้ควรมีผลยังไงต่อการตัดสินใจของเรา?
8 ในปี 1914 พระเยซูได้รับอำนาจมากกว่าเดิม ในปีนั้นท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ในรัฐบาลของพระเจ้า เมื่อพระเยซูเริ่มปกครองก็ “เกิดสงครามในสวรรค์” ผลคือซาตานกับพวกปีศาจถูกเหวี่ยงลงมาบนโลก โลกของเราเลยเกิดปัญหามากมาย เช่น สงครามในหลายพื้นที่ อาชญากรรม การก่อการร้าย โรคภัยไข้เจ็บ แผ่นดินไหว และการขาดแคลนอาหาร ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่ทำให้เรารู้ว่าพระเยซูปกครองแล้วในสวรรค์ แต่ซาตานยังคงเป็น “ผู้ปกครองโลก” และ “เวลาของมันเหลือน้อยเต็มที” (วิวรณ์ 12:7-12; ยอห์น 12:31; มัทธิว 24:3-7; ลูกา 21:11) ถึงอย่างนั้น พระเยซูกำลังเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกเลือกได้ว่าจะสนับสนุนการปกครองของท่านหรือไม่
9 สำคัญมากที่เราต้องเลือกสนับสนุนกษัตริย์เมสสิยาห์ เราต้องตัดสินใจในแบบที่พระเยซูพอใจในทุก ๆ วัน ไม่ใช่ตัดสินใจตามความคิดของโลกที่เสื่อมทรามนี้ พระเยซูเป็น “กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลายและนายเหนือเจ้านายทั้งหลาย” ท่านรักความยุติธรรม ตอนที่มองลงมาบนโลก พระเยซูเห็นทั้งสิ่งที่ทำให้ท่านรู้สึกโกรธและสิ่งที่ทำให้ท่านมีความสุข (วิวรณ์ 19:16) ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?
สิ่งที่ทำให้กษัตริย์เมสสิยาห์โกรธและมีความสุข
10. นิสัยจริง ๆ ของพระเยซูเป็นยังไง? และอะไรทำให้ท่านรู้สึกโกรธ?
10 พระเยซูเป็นคนที่มีความสุขเหมือนกับพ่อของท่าน (1 ทิโมธี 1:11) ตอนที่เป็นมนุษย์ พระเยซูไม่ได้เป็นคนที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์หรือเอาใจยาก แต่สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกทุกวันนี้ทำให้ท่านรู้สึกโกรธมาก ท่านโกรธที่องค์กรศาสนาต่าง ๆ อ้างอย่างผิด ๆ ว่าเป็นตัวแทนของท่าน ท่านเคยบอกล่วงหน้าว่า “คนที่เรียกผมว่า ‘นายท่าน นายท่าน’ ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เข้ารัฐบาลสวรรค์ แต่คนที่ทำสิ่งที่พ่อของผมในสวรรค์อยากให้ทำต่างหากถึงจะได้เข้า ในวันนั้นคนมากมายจะบอกผมว่า ‘นายท่าน นายท่าน พวกเราได้ . . . ทำการอัศจรรย์หลายอย่างในนามของท่านไม่ใช่หรือ?’ แต่ผมจะบอกพวกเขาว่า ‘ผมไม่เคยรู้จักพวกคุณเลย ไปให้พ้น พวกคนชั่ว’”—มัทธิว 7:21-23
11-13. ทำไมบางคนอาจสงสัยที่พระเยซูใช้คำพูดแรง ๆ กับคนที่ทำ “การอัศจรรย์หลายอย่าง” ในนามของท่าน? แล้วทำไมท่านถึงโกรธ? ขอยกตัวอย่าง
11 ทุกวันนี้ หลายคนที่เรียกตัวเองว่าคริสเตียนอาจสงสัยว่าทำไมท่านถึงใช้คำพูดแรง ๆ กับคนที่ “ทำการอัศจรรย์หลายอย่างในนามของท่าน”? ในทุกวันนี้ คริสตจักรหลายแห่งได้ทำสิ่งที่ดี ๆ หลายอย่าง เช่น ตั้งองค์กรการกุศล ช่วยเหลือคนยากจน สร้างโรงพยาบาลและโรงเรียน และช่วยงานอื่น ๆ แต่ทำไมพระเยซูยังไม่พอใจพวกเขา เพื่อจะเข้าใจเรื่องนี้ ให้เรามาดูตัวอย่างเปรียบเทียบหนึ่งด้วยกัน
12 มีพ่อแม่คู่หนึ่งต้องออกเดินทางไปที่ไกล ๆ พวกเขาพาลูก ๆ ไปด้วยไม่ได้ เลยต้องจ้างพี่เลี้ยงให้มาดูแล พ่อแม่ให้คำสั่งง่าย ๆ กับพี่เลี้ยงว่า “ฝากดูแลลูก ๆ ของเราด้วยนะ ทำอาหาร อาบน้ำ และดูแลพวกเขาดี ๆ อย่าให้เป็นอะไร” แต่พอพ่อแม่กลับมาก็ตกใจมาก พวกเขาเห็นว่าลูก ๆ หิวโซ ตัวสกปรกมอมแมม ป่วย และร้องไห้ เด็ก ๆ ร้องหาพี่เลี้ยง แต่เธอไม่สนใจเด็ก ๆ เลย เธออยู่บนบันไดและกำลังทำความสะอาดหน้าต่าง พอเห็นแบบนี้พ่อแม่ก็โกรธมากและถามพี่เลี้ยงว่าเกิดอะไรขึ้น พี่เลี้ยงตอบกลับไปว่า “ดูสิฉันทำงานให้พวกคุณแล้วนะ! ฉันเช็ดหน้าต่างจนสะอาด ของในบ้านที่พังฉันก็ซ่อมให้ ทั้งหมดนี้ทำให้พวกคุณเลยนะ” พอได้ยินแบบนี้พ่อแม่จะรู้สึกดีขึ้นไหม? ไม่! เพราะพวกเขาไม่ได้ขอให้เธอทำงานเหล่านี้เลย พวกเขาแค่อยากให้เธอดูแลลูก ๆ การที่เธอไม่ทำตามคำสั่งทำให้พวกเขาโกรธเธอมาก ๆ
13 คริสตจักรเป็นเหมือนพี่เลี้ยงเด็กคนนั้น พระเยซูสั่งให้คนที่เป็นตัวแทนของท่านให้ดูแลความเชื่อของผู้คน โดยสอนความจริงในคัมภีร์ไบเบิลและช่วยพวกเขานมัสการพระยะโฮวาในวิธีที่ถูกต้อง (ยอห์น 21:15-17) แต่คริสตจักรไม่เชื่อฟังคำสั่งนี้ พวกเขาปล่อยให้ผู้คนหิวทางความเชื่อ ทำให้สับสนด้วยคำสอนผิด ๆ และไม่สนใจความจริงพื้นฐานในคัมภีร์ไบเบิล (อิสยาห์ 65:13; อาโมส 8:11) ถึงแม้พวกเขาจะทำบางอย่างเพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้น แต่พระเยซูก็โกรธพวกเขา เพราะพวกเขาไม่เชื่อฟังคำสั่งของท่าน ที่จริง ระบบของโลกนี้เป็นเหมือนบ้านหลังหนึ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องถูกทุบทำลาย! คัมภีร์ไบเบิลบอกไว้อย่างชัดเจนว่าอีกไม่นานระบบโลกชั่วของซาตานจะถูกทำลาย—1 ยอห์น 2:15-17
14. งานอะไรในทุกวันนี้ที่ทำให้พระเยซูมีความสุข และเพราะอะไร?
14 ในอีกด้านหนึ่ง ตอนที่มองลงมาจากสวรรค์ พระเยซูคงมีความสุขมากที่ได้เห็นหลายล้านคนกำลังทำตามคำสั่งที่ท่านเคยบอกไว้ก่อนจะเสียชีวิต นั่นคือการสอนคนให้เป็นสาวก (มัทธิว 28:19, 20) การที่เรามีส่วนช่วยทำให้กษัตริย์เมสสิยาห์มีความสุขเป็นสิทธิพิเศษจริง ๆ! ดังนั้น ขอให้เราตั้งใจและพยายามสนับสนุน “ทาสที่ซื่อสัตย์และสุขุม” (มัทธิว 24:45) พี่น้องกลุ่มเล็ก ๆ ที่ได้รับการเจิมเหล่านี้ไม่เหมือนกับพวกนักเทศน์ของคริสตจักร เพราะพวกเขาเชื่อฟังคำสั่งของพระเยซู โดยนำหน้าในงานประกาศและดูแลฝูงแกะของท่านอย่างซื่อสัตย์
15, 16. (ก) พระเยซูรู้สึกยังไงที่เห็นว่าคนในทุกวันนี้ไม่แสดงความรักต่อกัน เรารู้เรื่องนี้ได้ยังไง? (ข) ทำไมพระเยซูถึงโกรธพวกคริสตจักร?
15 หลายคนในทุกวันนี้ไม่แสดงความรักต่อคนอื่น เราเลยมั่นใจว่าท่านคงรู้สึกโกรธมากแน่ ๆ เราอาจนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่พระเยซูรักษาคนป่วยในวันสะบาโต แล้วพวกฟาริสีก็วิพากษ์วิจารณ์ท่าน พวกฟาริสีขาดความรัก เป็นคนหยิ่ง และยึดติดกับกฎเกณฑ์ที่ตัวเองตั้งขึ้นมาจนไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของกฎหมายที่พระยะโฮวาให้ ถึงแม้การอัศจรรย์ของพระเยซูจะทำให้ผู้คนมีความสุข หายป่วย และทำให้มีความเชื่อเข้มแข็งขึ้น แต่พวกฟาริสีก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนความคิดของตัวเอง แล้วพระเยซูรู้สึกยังไงกับพวกผู้นำศาสนาเหล่านี้? มีอยู่ครั้งหนึ่งพระเยซู “กวาดสายตามองผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ทั้งโกรธทั้งเสียใจที่พวกเขามีใจดื้อด้าน”—มาระโก 3:5
16 ทุกวันนี้ พระเยซูเห็นหลายอย่างที่ทำให้ท่าน “เสียใจ” มาก พวกผู้นำศาสนาในคริสตจักรถูกทำให้ตาบอดเนื่องจากพวกเขายึดติดกับธรรมเนียมและคำสอนของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่คำสอนเหล่านั้นไม่ได้มาจากคัมภีร์ไบเบิล นอกจากนี้ พวกเขายังโกรธแค้นที่พยานพระยะโฮวาประกาศข่าวดีเรื่องรัฐบาลของพระเจ้าด้วย ในหลายที่ทั่วโลก พวกผู้นำศาสนาได้ยุยงให้เกิดการข่มเหงอย่างรุนแรงต่อคริสเตียนที่พยายามประกาศข่าวสารแบบเดียวกับที่พระเยซูประกาศ (ยอห์น 16:2; วิวรณ์ 18:4, 24) นอกจากนั้น พวกผู้นำศาสนายังกระตุ้นให้สาวกของตัวเองไปทำสงครามและเข่นฆ่าคนอื่นด้วย ซึ่งนี่ทำให้พระเยซูไม่พอใจ!
17. สาวกแท้ของพระเยซูทำอะไรที่ทำให้ท่านดีใจ?
17 ตรงกันข้าม คริสเตียนแท้จะพยายามแสดงความรักต่อเพื่อนมนุษย์ พวกเขาประกาศข่าวดีกับ “คนทุกชนิด” เหมือนที่พระเยซูเคยทำ แม้ว่าต้องเจอกับการต่อต้านก็ตาม (1 ทิโมธี 2:4) และความรักที่พวกเขามีต่อกันก็โดดเด่นเป็นพิเศษ ซึ่งความรักแบบนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้รู้ว่าพวกเขาเป็นสาวกของพระเยซู (ยอห์น 13:34, 35) เมื่อพวกเขาแสดงความรัก ความนับถือ และให้เกียรติพี่น้อง พวกเขาก็กำลังติดตามพระเยซูอย่างแท้จริง และทำให้ท่านที่เป็นกษัตริย์เมสสิยาห์ดีใจ!
18. อะไรที่ทำให้พระเยซูนายของเราเสียใจ และเราจะทำให้ท่านดีใจได้ยังไง?
18 นอกจากนี้ ขอให้เราจำไว้เสมอว่าพระเยซูนายของเราจะเสียใจ เมื่อเห็นว่าสาวกของท่านไม่อดทน ปล่อยให้ความรักที่มีต่อพระยะโฮวาลดน้อยลงและสุดท้ายก็เลิกรับใช้พระองค์ (วิวรณ์ 2:4, 5) แต่คนที่อดทนจนถึงที่สุดจะทำให้ท่านดีใจ (มัทธิว 24:13) ดังนั้น ขอให้เราตั้งใจเชื่อฟังคำสั่งของพระเยซูเสมอที่ว่า “ให้คุณติดตามผมต่อ ๆ ไป” (ยอห์น 21:19) ตอนนี้ให้เรามาดูกันว่าคนที่อดทนจนถึงที่สุดจะได้รับพรอะไรบ้างจากพระเยซูกษัตริย์ของเรา
ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของกษัตริย์ได้รับพร
19, 20. (ก) การติดตามพระเยซูทำให้เราได้รับพรอะไรตั้งแต่ตอนนี้? (ข) เราจะให้พระเยซูเป็น “บิดาถาวร” ของเราได้ยังไง?
19 เราจะมีชีวิตที่ดีที่สุดตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าเราติดตามพระเยซูโดยเชื่อฟังและทำตามตัวอย่างของท่าน เราจะมีความสุขแท้ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในโลกตามหาแต่หาไม่เจอ เช่น เราจะมีงานที่มีความหมายที่ทำให้มีความสุข มีครอบครัวที่เป็นพี่น้องร่วมความเชื่อที่รักและเป็นหนึ่งเดียวกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระยะโฮวา และมีความสงบใจ หรือพูดอีกอย่างคือ เราจะมีชีวิตที่มีความสุขและน่าพอใจ และเรายังจะได้รับพรมากกว่านั้นอีก
20 พระยะโฮวาเลือกพระเยซูให้เป็น “บิดาถาวร” สำหรับทุกคนที่เชื่อฟัง พระเยซูมาแทนที่จากอาดัมพ่อคนแรกที่ทำบาป อาดัมได้ถ่ายทอดบาปและความตายให้กับมนุษย์ทุกคน แต่พระเยซูเป็น “บิดาถาวร” ท่านสามารถทำให้มนุษย์ทุกคนมีชีวิตตลอดไปได้ (อิสยาห์ 9:6, 7) เมื่อเรายอมรับว่าพระเยซูเป็น “บิดาถาวร” และเชื่อฟังท่าน เราก็มีความหวังที่จะมีชีวิตตลอดไป เหมือนที่เราได้เรียนไปแล้ว การพยายามทำตามตัวอย่างของพระเยซูในทุก ๆ วัน เป็นวิธีดีที่สุดที่เราจะเชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้าที่บอกว่า “ให้พวกคุณเลียนแบบพระเจ้าอย่างลูกที่รักของพระองค์”—เอเฟซัส 5:1
21. สาวกของพระคริสต์ส่องแสงของความสว่างยังไงในโลกที่ถูกปกคลุมด้วยความมืด?
21 เมื่อเราเลียนแบบพระเยซูและพระยะโฮวา เราก็กำลังทำสิ่งที่เป็นสิทธิพิเศษมาก ๆ นั่นคือ เราได้ส่องแสงของความสว่างออกไป โลกนี้ถูกปกคลุมด้วยความมืด หลายพันล้านคนถูกซาตานหลอก และพวกเขาเลียนแบบนิสัยของมัน แต่เมื่อเราติดตามพระคริสต์และเลียนแบบคุณลักษณะที่ดีของท่าน เราก็กำลังส่องแสงแห่งความจริงในคัมภีร์ไบเบิล แสงของการเป็นคริสเตียนที่ดี แสงของความสุขแท้ สันติสุข และความรักแท้ และเราจะใกล้ชิดพระยะโฮวามากขึ้น ซึ่งนี่เป็นเป้าหมายที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ทุกคน
22, 23. (ก) คนที่ติดตามพระเยซูต่อไปอย่างซื่อสัตย์จะได้รับพรอะไร? (ข) เราควรตั้งใจทำอะไร?
22 นอกจากนี้ ขอให้คิดถึงสิ่งที่พระยะโฮวาอยากจะทำเพื่อคุณในอนาคตโดยทางกษัตริย์เมสสิยาห์ อีกไม่นาน กษัตริย์องค์นี้จะทำสงครามกับซาตานและโลกชั่วของซาตาน และพระเยซูจะชนะแน่นอน! (วิวรณ์ 19:11-15) หลังจากนั้น พระคริสต์จะเริ่มปกครองโลกเป็นเวลา 1,000 ปี รัฐบาลที่อยู่ในสวรรค์ของท่านจะทำให้มนุษย์ทุกคนที่ซื่อสัตย์ค่อย ๆ กลับมาสมบูรณ์แบบและได้รับประโยชน์จากค่าไถ่ของพระเยซู ลองนึกภาพดูสิ ตอนนั้นคุณจะกลับมาเป็นหนุ่มเป็นสาว สุขภาพดี มีแรงทำสิ่งต่าง ๆ และมีความสุขที่ได้ทำงานอย่างเป็นหนึ่งเดียวกันกับคนที่รักพระยะโฮวาเพื่อทำให้โลกกลายเป็นสวนอุทยาน! แล้วเมื่อครบหนึ่งพันปี พระเยซูจะมอบอำนาจการปกครองคืนให้พ่อของท่าน (1 โครินธ์ 15:24) ถ้าคุณยังคงติดตามพระคริสต์อย่างซื่อสัตย์ คุณจะได้รับพรมากมายจนยากที่จะนึกออกได้ นั่นคือ “เสรีภาพที่งดงามแบบที่ลูกของพระเจ้ามี”! (โรม 8:21) ใช่แล้ว เราจะได้รับพรทั้งหมดที่อาดัมกับเอวาไม่ได้ เราจะเป็นลูกชายและลูกสาวของพระยะโฮวา และไม่ตกเป็นทาสของบาปที่มาจากอาดัมอีกแล้ว ตอนนั้น “ความตายจะไม่มีต่อไป”—วิวรณ์ 21:4
23 ขอให้เรานึกถึงชายหนุ่มที่เป็นคนรวยที่ได้พูดถึงในบท 1 เขาปฏิเสธคำเชิญของพระเยซูที่ว่า “ตามผมมา” (มาระโก 10:17-22) ขอเราอย่าทำผิดพลาดเหมือนกับเขา! ขอให้คุณเต็มใจและพร้อมตอบรับคำเชิญของพระเยซู ขอให้คุณตั้งใจที่จะอดทนต่อไปและติดตามพระเยซูทุก ๆ วัน ถ้าคุณทำแบบนี้ คุณจะได้เห็นคำสัญญาทั้งหมดของพระยะโฮวาเกิดขึ้นจริงแน่นอน