-
ชนฝูงใหญ่จำนวนมากมายพระธรรมวิวรณ์—ใกล้จะถึงจุดสุดยอด!
-
-
บท 20
ชนฝูงใหญ่จำนวนมากมาย
1. หลังจากพรรณนาถึงการประทับตราชน 144,000 คนแล้ว โยฮันเห็นคนกลุ่มอื่นใดอีก?
เมื่อได้พรรณนาถึงการประทับตราชน 144,000 คนแล้ว โยฮันก็เล่าต่อไปถึงการเปิดเผยที่น่าตื่นเต้นที่สุดอย่างหนึ่งในพระคัมภีร์ทั้งหมด. หัวใจของท่านคงเต้นแรงด้วยความปีติยินดีขณะที่ท่านเล่าถึงเรื่องนั้น ว่า “หลังจากนั้น ข้าพเจ้าเห็นชนฝูงใหญ่ซึ่งไม่มีใครนับจำนวนได้ จากทุกประเทศ ทุกตระกูล ทุกชนชาติ และทุกภาษา ยืนอยู่ตรงหน้าราชบัลลังก์และเฉพาะพระพักตร์พระเมษโปดก พวกเขาสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวและถือใบปาล์ม.” (วิวรณ์ 7:9, ล.ม.) ใช่แล้ว การยับยั้งลมจากสี่ทิศไว้ก็เปิดโอกาสเพื่อความรอดของอีกกลุ่มหนึ่ง นอกเหนือจากสมาชิก 144,000 คนแห่งอิสราเอลฝ่ายวิญญาณ นั่นคือ ชนฝูงใหญ่จากนานาชาติซึ่งมีภาษาพูดแตกต่างกันมากมาย.a—วิวรณ์ 7:1.
2. นักวิจารณ์ฝ่ายโลกอธิบายถึงชนฝูงใหญ่นี้ว่าอย่างไร และแม้กระทั่งพวกนักศึกษาพระคัมภีร์ในอดีตก็มองดูคนกลุ่มนี้อย่างไร?
2 นักวิจารณ์ของโลกได้ตีความว่า ชนฝูงใหญ่นี้เป็นชนที่ไม่ใช่ชาวยิวโดยสายเลือดซึ่งได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ หรือเป็นคริสเตียนที่พลีชีพเพื่อความเชื่อโดยมีความหวังจะไปสวรรค์. แม้แต่นักศึกษาพระคัมภีร์ในสมัยก่อนยังคิดว่า ชนกลุ่มนี้เป็นชนฝ่ายสวรรค์ลำดับรอง ตามข้อสังเกตในปี 1886 ในคู่มือการศึกษาพระคัมภีร์ (ภาษาอังกฤษ) เล่ม 1 แผนการของพระเจ้าในยุคต่าง ๆ กล่าวดังนี้: “พวกเขาพลาดรางวัลที่จะได้รับบัลลังก์และลักษณะเยี่ยงพระเจ้า แต่ในที่สุดจะได้กำเนิดเป็นกายวิญญาณซึ่งมีลำดับต่ำกว่าผู้มีลักษณะของพระเจ้า. แม้ว่าชนเหล่านี้ได้อุทิศตัวแล้วอย่างแท้จริง แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้ต่อน้ำใจของโลกถึงขนาดที่เขาไม่ได้สละชีวิตของพวกเขาเป็นเครื่องบูชา.” และจนกระทั่งปี 1930 ก็มีการแสดงความคิดในหนังสือความสว่าง เล่มที่หนึ่ง (ภาษาอังกฤษ) ว่า “คนเหล่านั้นที่ประกอบกันเป็นชนฝูงใหญ่นี้ไม่ได้ตอบรับคำเชิญให้เป็นพยานที่กระตือรือร้นเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า.” มีการพรรณนาถึงพวกเขาว่า เป็นกลุ่มชนที่ถือตนว่าชอบธรรมซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับความจริงหากแต่ประกาศความจริงนั้นแต่เพียงเล็กน้อย. พวกเขาจะได้ไปสวรรค์ในฐานะชนลำดับรองซึ่งจะไม่มีส่วนในการปกครองร่วมกับพระคริสต์.
3. (ก) มีการเสนอความหวังอะไรแก่บางคนที่มีหัวใจสุจริตซึ่งต่อมาได้เป็นผู้ที่กระตือรือร้นในงานประกาศ? (ข) วารสารหอสังเกตการณ์ (ภาษาอังกฤษ) ในปี 1923 ได้อธิบายถึงคำอุปมาเกี่ยวกับแกะและแพะไว้อย่างไร?
3 อย่างไรก็ตาม มีผู้สมทบคนอื่นของคริสเตียนผู้ถูกเจิมซึ่งต่อมามีความกระตือรือร้นยิ่งในงานประกาศ. พวกเขามิได้มีความมุ่งมาดปรารถนาจะไปสวรรค์. แท้ที่จริง ความหวังของพวกเขาสอดคล้องกับหัวเรื่องคำบรรยายสาธารณะเรื่องหนึ่งที่ประชาชนของพระยะโฮวาได้จัดขึ้นตั้งแต่ปี 1918 จนถึงปี 1922. ในตอนแรก คำบรรยายนี้มีชื่อว่า “โลกนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว—หลายล้านคนที่มีชีวิตอยู่ในขณะนี้จะไม่ตายเลย.”b หลังจากนั้นไม่นาน วารสารหอสังเกตการณ์ ฉบับวันที่ 15 ตุลาคม 1923 (ภาษาอังกฤษ) ได้อธิบายอุปมาของพระเยซูเรื่องแกะกับแพะ. (มัดธาย 25:31-46) โดยกล่าวว่า “แกะหมายถึงบรรดาผู้คนแห่งนานาชาติซึ่งไม่ได้บังเกิดฝ่ายวิญญาณแต่มีแนวโน้มในทางชอบธรรม ซึ่งมีจิตใจยอมรับพระเยซูคริสต์ ในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้า และซึ่งตั้งตาคอยและคาดหมายยุคที่ดีกว่าภายใต้การปกครองของพระองค์.”
4. แสงสว่างเกี่ยวกับชนจำพวกที่อยู่ฝ่ายแผ่นดินโลกได้กล้าขึ้นอย่างไรในปี 1931? ในปี 1932? ในปี 1934?
4 หลายปีต่อมา ในปี 1931 หนังสือการพิสูจน์ความถูกต้อง, เล่มที่หนึ่ง (ภาษาอังกฤษ) ได้พิจารณาพระธรรมยะเอศเคลบท 9 ซึ่งระบุตัวบุคคลเหล่านั้นที่ได้รับเครื่องหมายบนหน้าผากเพื่อรับการปกปักรักษาในคราวอวสานของโลกว่าเป็นแกะในอุปมาข้างต้น. การพิสูจน์ความถูกต้อง, เล่มสาม (ภาษาอังกฤษ) ซึ่งพิมพ์ออกในปี 1932 ได้พรรณนาถึงเจตคติแห่งหัวใจที่ชอบธรรมของยะโฮนาดาบ ชายที่มิใช่ชาวอิสราเอล ซึ่งได้ขึ้นราชรถไปกับกษัตริย์เยฮูผู้ถูกเจิมของอิสราเอลและไปดูความกระตือรือร้นอันแรงกล้าของเยฮูในการสำเร็จโทษผู้ถือศาสนาเท็จ. (2 กษัตริย์ 10:15-17) หนังสือเล่มนั้นอธิบายว่า “ยะโฮนาดาบหมายถึงหรือเป็นภาพเล็งถึงชนจำพวกที่ในขณะนี้อยู่บนแผ่นดินโลกในช่วงเวลาที่งานของเยฮู [เกี่ยวกับการประกาศคำพิพากษาของพระยะโฮวา] กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งมีเจตนาดี, ไม่เข้าประสานกับองค์การของซาตาน, ผู้ยืนหยัดอยู่ฝ่ายความชอบธรรม, และเป็นผู้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะปกปักรักษาไว้ในระหว่างอาร์มาเก็ดดอน นำพวกเขาผ่านพ้นความยากลำบากนั้น และประทานชีวิตนิรันดร์บนแผ่นดินโลกแก่พวกเขา. ชนเหล่านี้ประกอบเป็นชนจำพวก ‘แกะ.’” ในปี 1934 วารสารหอสังเกตการณ์ (ภาษาอังกฤษ) อธิบายอย่างชัดเจนว่า ชนคริสเตียนเหล่านี้ซึ่งมีความหวังบนแผ่นดินโลกควรอุทิศตัวแด่พระยะโฮวาและรับบัพติสมา. แสงสว่างเกี่ยวกับชนจำพวกแผ่นดินโลกนี้กำลังส่องแสงเจิดจ้ายิ่งขึ้นทุกที.—สุภาษิต 4:18.
5. (ก) ได้มีการระบุตัวชนฝูงใหญ่อย่างไรในปี 1935? (ข) ในปี 1935 คราวที่ เจ. เอฟ. รัทเทอร์ฟอร์ดขอผู้เข้าร่วมการประชุมภาคซึ่งมีความหวังจะมีชีวิตตลอดไปบนแผ่นดินโลกให้ยืนขึ้นนั้น ได้เกิดอะไรขึ้น?
5 มาถึงตอนนี้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิวรณ์ 7:9-17 กำลังจะปรากฏออกมาด้วยความสว่างอันรุ่งโรจน์ทีเดียว! (บทเพลงสรรเสริญ 97:11) วารสารหอสังเกตการณ์ (ภาษาอังกฤษ) ได้กล่าวหลายครั้งหลายหนถึงความหวังว่า การประชุมที่จัดขึ้นในวันที่ 30 พฤษภาคมถึง 3 มิถุนายน 1935 ในกรุงวอชิงตัน ดี. ซี. สหรัฐอเมริกานั้นจะเป็น “การปลอบประโลมและประโยชน์ที่แท้จริง” ต่อคนเหล่านั้นที่ยะโฮนาดาบเป็นภาพเล็งถึง. และปรากฏว่าเป็นเช่นนั้นจริง! ในคำบรรยายที่เร้าใจเรื่อง “ชนจำนวนมากมาย” ซึ่งกล่าวต่อผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 20,000 คน เจ. เอฟ. รัทเทอร์ฟอร์ด ซึ่งในตอนนั้นนำหน้าในงานประกาศทั่วโลก ให้ข้อพิสูจน์จากพระคัมภีร์ว่า แกะอื่นในปัจจุบันนี้เป็นชนจำพวกเดียวกับชนฝูงใหญ่ในวิวรณ์ 7:9. ในตอนจุดสุดยอดของคำบรรยายนี้ ผู้บรรยายบอกว่า “คนเหล่านั้นที่มีความหวังจะมีชีวิตตลอดไปบนแผ่นดินโลกนี้ขอโปรดยืนขึ้น.” ในขณะที่ผู้ฟังส่วนใหญ่ยืนขึ้น ผู้บรรยายประกาศว่า “มองดูสิ! ชนจำนวนมากมาย!” แล้วก็มีความเงียบสงัด และติดตามมาด้วยเสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้อง. ชนจำพวกโยฮันมีความปีติยินดีสักเพียงไร—รวมทั้งชนจำพวกยะโฮนาดาบด้วย! ในวันรุ่งขึ้น พยานฯใหม่ 840 คนรับบัพติสมา ซึ่งส่วนใหญ่ในจำนวนนี้ได้แสดงตัวเป็นชนฝูงใหญ่นั้น.
การยืนยันเอกลักษณ์ของชนฝูงใหญ่
6. (ก) เพราะเหตุใดเราจึงเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า ชนฝูงใหญ่ก็คือกลุ่มคริสเตียนที่ได้อุทิศตัวแล้วในสมัยปัจจุบันซึ่งหวังจะมีชีวิตตลอดไปบนแผ่นดินโลก? (ข) เสื้อคลุมยาวสีขาวของชนฝูงใหญ่เป็นสัญลักษณ์ถึงอะไร?
6 เราจะกล่าวอย่างมั่นใจได้อย่างไรว่า ชนฝูงใหญ่คือกลุ่มชนคริสเตียนในปัจจุบันที่อุทิศตัวแล้วซึ่งมีความหวังจะมีชีวิตตลอดไปบนแผ่นดินโลกของพระเจ้า? ในนิมิตก่อนหน้านี้ โยฮันได้เห็นกลุ่มชนที่มีความหวังทางภาคสวรรค์ ซึ่ง “ทรงซื้อ . . . จากทุกตระกูล ทุกภาษา ทุกชนชาติ และทุกประเทศ . . . เพื่อถวายแด่พระเจ้า.” (วิวรณ์ 5:9, 10, ล.ม.) ชนฝูงใหญ่ก็มีจุดเริ่มต้นคล้ายคลึงกันแต่มีจุดหมายปลายทางต่างกัน. ต่างจากอิสราเอลของพระเจ้า จำนวนของชนฝูงใหญ่นี้ไม่มีการกำหนดไว้ก่อน. ไม่มีคนใดอาจบอกล่วงหน้าว่าจะมีจำนวนเท่าใด. เสื้อคลุมยาวของพวกเขาถูกชำระล้างให้ขาวในพระโลหิตของพระเมษโปดก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงว่า พวกเขามีฐานะที่ชอบธรรมเฉพาะพระยะโฮวาโดยอาศัยความเชื่อในค่าไถ่ของพระเยซู. (วิวรณ์ 7:14) และพวกเขากำลังโบกใบปาล์ม โห่ร้องต้อนรับพระมาซีฮาในฐานะกษัตริย์ของพวกเขา.
7, 8. (ก) การโบกใบปาล์มนั้นคงทำให้อัครสาวกโยฮันระลึกถึงเหตุการณ์อะไร? (ข) อะไรคือความหมายของข้อเท็จจริงที่ว่า ชนฝูงใหญ่กำลังโบกใบปาล์มอยู่?
7 ขณะที่โยฮันมองดูนิมิตนี้ ท่านคงหวนคิดถึงสัปดาห์สุดท้ายที่พระเยซูอยู่บนแผ่นดินโลกนี้เมื่อ 60 กว่าปีก่อน. ในวันที่ 9 เดือนไนซาน สากลศักราช 33 เมื่อฝูงชนพากันมาต้อนรับพระเยซูเข้าสู่กรุงเยรูซาเลม “ถือทางปาล์มออกไปต้อนรับพระองค์. และพวกเขาก็เริ่มโห่ร้องว่า ‘ข้าฯวิงวอนโปรดช่วยให้รอด! พระพรมีแด่พระองค์ผู้ซึ่งเสด็จมาในพระนามของพระยะโฮวา ได้แก่พระมหากษัตริย์ของอิสราเอล!’” (โยฮัน 12:12, 13, ล.ม.) ในทำนองเดียวกัน การที่ชนฝูงใหญ่โบกใบปาล์มและโห่ร้องก็แสดงถึงความยินดีเป็นล้นพ้นในการยอมรับพระเยซูในฐานะกษัตริย์ที่พระยะโฮวาทรงแต่งตั้ง.
8 ไม่ต้องสงสัย ใบปาล์มและเสียงโห่ร้องยินดีคงต้องทำให้โยฮันระลึกถึงการเลี้ยงตั้งทับอาศัยของชาติอิสราเอลโบราณด้วยเช่นกัน. เกี่ยวกับการเลี้ยงนี้ พระยะโฮวาทรงมีพระบัญชาว่า “ในวันแรกเจ้าจงนำมาซึ่งผลจากต้นมะงั่ว ใบอินทผลัม [“ใบปาล์ม,” ล.ม.] กิ่งไม้ที่มีใบมาก กิ่งต้นไค้ และเจ้าจงปีติยินดีอยู่เจ็ดวันต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า.” มีการใช้ใบปาล์มเป็นสัญลักษณ์ของความปีติยินดี. ส่วนทับที่ตั้งขึ้นชั่วคราวนั้นเป็นเครื่องเตือนความทรงจำว่าพระยะโฮวาเคยช่วยประชาชนของพระองค์ออกจากอียิปต์ ให้อาศัยอยู่ในกระโจมอยู่ในป่า. “คนแขกเมือง คนกำพร้า และหญิงหม้าย” ก็ร่วมในการเลี้ยงนี้ด้วย. ชาวอิสราเอลทุกคนควรจะ “มีความยินดีอย่างยิ่ง.”—เลวีติโก 23:40, ฉบับแปลใหม่; พระบัญญัติ 16:13-15.
9. ชนฝูงใหญ่ร่วมในการโห่ร้องด้วยความยินดีอะไร?
9 ดังนั้น แม้จะไม่ได้เป็นส่วนแห่งอิสราเอลฝ่ายวิญญาณ แต่ก็เป็นการเหมาะสมที่ชนฝูงใหญ่จะโบกใบปาล์ม เนื่องจากด้วยความปีติยินดีและด้วยความขอบพระคุณ พวกเขาถือว่าชัยชนะและความรอดนั้นเนื่องมาจากพระเจ้าและพระเมษโปดก ตามที่โยฮันได้เห็นในที่นี้ว่า “แล้วพวกเขาร้องเสียงดังว่า ‘ความรอดมาจากพระเจ้าของเราผู้ประทับบนราชบัลลังก์ และมาจากพระเมษโปดก.’” (วิวรณ์ 7:10, ล.ม.) แม้ว่าพวกเขาจะถูกเลือกออกจากกลุ่มชนทุกเชื้อชาติ แต่ชนฝูงใหญ่นี้ก็ร้อง “เสียงดัง” เป็นเสียงเดียวเท่านั้น. พวกเขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่มีความแตกต่างกันทางด้านเชื้อชาติและภาษา?
10. ชนฝูงใหญ่สามารถร้องออกมาอย่างเป็นเอกภาพด้วย “เสียงดัง” เป็นเสียงเดียวได้อย่างไรแม้จะมาจากหลายประเทศและหลายภาษา?
10 ชนฝูงใหญ่นี้เป็นส่วนแห่งองค์การนานาชาติที่เป็นเอกภาพอย่างแท้จริงองค์การเดียวเท่านั้นบนแผ่นดินโลกในทุกวันนี้. พวกเขาไม่มีมาตรฐานที่ต่างกันเมื่ออยู่คนละประเทศ แต่เขานำหลักการที่ถูกต้องในคัมภีร์ไบเบิลไปใช้เหมือนกัน ไม่ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ที่ใด. พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการชาตินิยมหรือขบวนการปฏิวัติ แต่ได้ ‘เอาดาบตีเป็นผาลไถนา’ อย่างแท้จริง. (ยะซายา 2:4) พวกเขาไม่ได้แบ่งออกเป็นนิกายต่าง ๆ แล้วป่าวประกาศข่าวสารที่สับสนหรือขัดแย้งกันดังที่นิกายต่าง ๆ ในคริสต์ศาสนจักรทำกัน อีกทั้งไม่ได้ปล่อยเป็นหน้าที่ของพวกนักเทศน์อาชีพให้ทำการสรรเสริญพระเจ้าแทนพวกเขา. พวกเขาไม่ได้ร้องว่า พวกเขาได้ความรอดเนื่องมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เป็นผู้รับใช้ของพระตรีเอกานุภาพ. ในประมาณ 200 ดินแดนทั่วโลก พวกเขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการร้องออกพระนามของพระยะโฮวา ขณะพวกเขาพูดภาษาบริสุทธิ์แห่งความจริงเพียงภาษาเดียว. (ซะฟันยา 3:9) อย่างเหมาะสม พวกเขายอมรับอย่างเปิดเผยว่า ความรอดของพวกเขามาจากพระยะโฮวา พระเจ้าแห่งความรอด โดยผ่านทางพระเยซูคริสต์ ผู้นำองค์เอกแห่งความรอดที่พระองค์ทรงแต่งตั้ง.—บทเพลงสรรเสริญ 3:8; เฮ็บราย 2:10.
11. เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ช่วยคนเหล่านั้นแห่งชนฝูงใหญ่อย่างไรในการทำให้เสียงดังของเขายิ่งดังขึ้น?
11 เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ช่วยให้เสียงร้องของชนหมู่ใหญ่ที่เป็นเอกภาพนั้นดังยิ่งขึ้น. ไม่มีกลุ่มศาสนาอื่นใดบนแผ่นดินโลกมีความจำเป็นจะต้องพิมพ์คู่มือศึกษาคัมภีร์ไบเบิลเป็นภาษาต่าง ๆ มากกว่า 400 ภาษา เนื่องจากไม่มีกลุ่มอื่นใดที่ใส่ใจในการเข้าถึงผู้คนทุกชาติบนแผ่นดินโลกด้วยข่าวสารที่เป็นอันหนึ่งอันเดียว. เพื่อจะช่วยในโครงการนั้น ได้มีการพัฒนาระบบเรียงพิมพ์ด้วยแสงทางอิเล็กทรอนิกส์อเนกภาษา (Multilanguage Electronic Phototypesetting System, MEPS) ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการปกครองผู้ถูกเจิมของพยานพระยะโฮวา. ในช่วงที่มีการพิมพ์หนังสือเล่มนี้ มีการใช้ระบบเมปส์นี้เพื่อจัดการกับข้อความที่แปลแล้วในกว่า 125 ประเทศทั่วโลก และระบบนี้ช่วยให้พิมพ์หอสังเกตการณ์ อันเป็นวารสารรายปักษ์ได้ใน 130 กว่าภาษาพร้อม ๆ กัน. ประชาชนของพระยะโฮวายังจัดพิมพ์หนังสือต่าง ๆ อย่างเช่นหนังสือนี้ ออกในหลายภาษาพร้อมกันด้วย. ดังนั้น พยานพระยะโฮวา ซึ่งประกอบด้วยชนฝูงใหญ่เป็นส่วนมาก จึงสามารถจำหน่ายหนังสือต่าง ๆ หลายร้อยล้านเล่มทุกปีในภาษาซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทุกภาษา ยังผลให้ฝูงคนมากขึ้นจากทุกเผ่าพันธุ์ ทุกภาษา ศึกษาพระคำของพระเจ้าและเข้ามาร่วมประสานเสียงกับเสียงร้องอันดังของชนฝูงใหญ่.—ยะซายา 42:10, 12.
ในสวรรค์หรือบนแผ่นดินโลก?
12, 13. ในแง่ใดที่ชนฝูงใหญ่ “ยืนอยู่ตรงหน้าราชบัลลังก์และเฉพาะพระพักตร์พระเมษโปดก”?
12 เราทราบได้อย่างไรว่าการ “ยืนอยู่ตรงหน้าราชบัลลังก์” มิได้หมายความว่าชนฝูงใหญ่นั้นอยู่ในสวรรค์? มีหลักฐานชัดแจ้งมากในเรื่องนี้. ตัวอย่างเช่น คำภาษากรีกที่ได้รับการแปลในข้อนี้ว่า “ตรงหน้า” (เอโนพิโอน) มีความหมายตามตัวอักษรว่า “ในที่ที่เห็นได้จาก” และมีการใช้หลายครั้งกับมนุษย์บนแผ่นดินโลกซึ่งอยู่ “จำเพาะพระพักตร์” พระยะโฮวา หรืออยู่ “ในที่ที่พระองค์ทรงเห็น.” (1 ติโมเธียว 5:21; 2 ติโมเธียว 2:14; โรม 14:22; ฆะลาเตีย 1:20) ในโอกาสหนึ่งเมื่อชนชาติอิสราเอลอยู่ในป่ากันดาร โมเซได้บอกกับอาโรนว่า “จงบอกชนชาติยิศราเอลทั้งปวงให้เข้ามาใกล้พระยะโฮวา; เพราะพระองค์ทรงทราบคำบ่นของเจ้าแล้ว.” (เอ็กโซโด 16:9) ชนชาติอิสราเอลไม่จำเป็นต้องถูกส่งขึ้นไปยังสวรรค์เพื่อยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระยะโฮวาในโอกาสนั้น. (เทียบกับเลวีติโก 24:8.) แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พวกเขายืนอยู่ในที่ที่พระยะโฮวาทรงเห็นในป่ากันดารนั้นเอง และพระองค์ทรงเอาพระทัยใส่พวกเขา.
13 นอกจากนี้ เรายังอ่านว่า “เมื่อบุตรมนุษย์จะเสด็จมาด้วยรัศมีภาพของพระองค์ . . . บรรดาชนชาติต่าง ๆ จะประชุมพร้อมกันต่อพระพักตร์พระองค์.”c มนุษยชาติทั้งมวลจะไม่อยู่ในสวรรค์เมื่อคำพยากรณ์นี้สำเร็จเป็นจริง. แน่นอน คนเหล่านั้นที่ “รับโทษอยู่เป็นนิตย์” จะไม่อยู่ในสวรรค์. (มัดธาย 25:31-33, 41, 46) แทนที่จะเป็นเช่นนั้น มนุษยชาติยืนอยู่บนแผ่นดินโลกในที่ซึ่งพระเยซูทรงเห็น และพระองค์ทรงหันความเอาพระทัยใส่มาเพื่อพิพากษาพวกเขา. ในทำนองเดียวกัน ชนฝูงใหญ่อยู่ “ตรงหน้าราชบัลลังก์และเฉพาะพระพักตร์พระเมษโปดก” ในแง่ที่ว่า พวกเขายืนอยู่ในที่ที่พระยะโฮวาและพระเยซูคริสต์มหากษัตริย์ของพระองค์ทรงเห็น ซึ่งพวกเขาได้รับการพิพากษาอย่างเป็นผลดีจากทั้งสองพระองค์.
14. (ก) มีการพรรณนาถึงผู้ใดว่าอยู่ “ล้อมรอบราชบัลลังก์” และ “บนภูเขาซีโอน [ฝ่ายสวรรค์]”? (ข) แม้ว่าชนฝูงใหญ่ถวายการรับใช้พระเจ้า “ในพระวิหารของพระองค์” ก็ตาม เหตุใดสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้พวกเขาเป็นชนจำพวกปุโรหิต?
14 มีการพรรณนาถึงผู้ปกครอง 24 คนและกลุ่มผู้ถูกเจิม 144,000 คนว่าอยู่ “ล้อมรอบราชบัลลังก์” ของพระยะโฮวาและอยู่ “บนภูเขาซีโอน [ฝ่ายสวรรค์].” (วิวรณ์ 4:4; 14:1, ล.ม.) ชนฝูงใหญ่ไม่ได้เป็นชนจำพวกปุโรหิตและไม่ได้รับตำแหน่งอันสูงส่งนั้น. จริงอยู่ ต่อมามีพรรณนาถึงพวกเขาที่วิวรณ์ 7:15 ว่ารับใช้พระเจ้าอยู่ “ในพระวิหารของพระองค์.” แต่พระวิหารนี้ไม่ได้หมายถึงสถานศักดิ์สิทธิ์ชั้นในซึ่งเป็นที่ที่บริสุทธิ์ที่สุด. พระวิหารนี้หมายถึงลานวิหารภาคแผ่นดินโลกนี้แห่งพระวิหารฝ่ายวิญญาณของพระเจ้า. คำภาษากรีกนาโอส ซึ่งในที่นี้ได้รับการแปลว่า “พระวิหาร” มักมีความหมายครอบคลุมถึงสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่สร้างขึ้นเพื่อนมัสการพระยะโฮวา. ปัจจุบัน พระวิหารนี้เป็นสิ่งก่อสร้างฝ่ายวิญญาณที่รวมทั้งสวรรค์และแผ่นดินโลกด้วย.—เทียบกับ มัดธาย 26:61; 27:5, 39, 40; มาระโก 15:29, 30; โยฮัน 2:19-21, ล.ม., เชิงอรรถ.
-
-
ชนฝูงใหญ่จำนวนมากมายพระธรรมวิวรณ์—ใกล้จะถึงจุดสุดยอด!
-
-
[ภาพหน้า 121]
-