-
โลกจะถูกทำลายจนแก้ไม่ได้ไหม?หอสังเกตการณ์ 2014 | 1 กันยายน
-
-
โลกจะถูกทำลายจนแก้ไม่ได้ไหม?
“คนรุ่นหนึ่งผ่านมา แล้วอีกรุ่นหนึ่งผ่านไป แต่โลกยังคงอยู่ตลอดกาล”—กษัตริย์โซโลมอนบอกไว้ประมาณ 1000 ปีก่อนคริสต์ศักราชa
ผู้เขียนหนังสือเก่าแก่เล่มหนึ่งที่เรียกว่าคัมภีร์ไบเบิลบอกว่ามนุษย์มีชีวิตเพียงสั้น ๆ แต่โลกยังมั่นคงอยู่เสมอ หลายพันปีมาแล้ว คนเราเกิดมาและตายไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า แต่โลกกลับฟื้นฟูสภาพได้เองอย่างน่าทึ่งและยังเป็นที่อยู่อาศัยของเราได้จนถึงทุกวันนี้
ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา โลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มีความก้าวหน้าด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การสื่อสาร และเทคโนโลยี ทำให้เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป อย่างสิ้นเชิง ชีวิตสะดวกสบายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะเดียวกันผู้คนในโลกก็เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า
แต่ความก้าวหน้าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่าจะได้มาฟรี ๆ ต้องแลกกับอะไรบางอย่าง สิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์ทำส่งผลเสียอย่างมากต่อโลก อีกไม่นานระบบต่าง ๆ ในธรรมชาติจะทำงานผิดปกติจนเป็นอันตรายต่อทุกชีวิต ที่จริง นักวิทยาศาสตร์บางคนถึงกับบอกว่าเราได้เข้าสู่ยุคที่ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะมนุษย์ทำลายโลกมากขึ้น
คัมภีร์ไบเบิลบอกไว้ล่วงหน้าว่ามีช่วงเวลาที่มนุษย์จะ “ทำลายแผ่นดินโลก” (วิวรณ์ 11:18) บางคนสงสัยว่า เรากำลังมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้นไหม? ถ้าใช่ มนุษย์จะทำลายโลกไปอีกมากขนาดไหน? จะถึงขั้นที่แก้ไม่ได้ไหม?
ถึงขั้นที่แก้ไม่ได้ไหม?
โลกเรากำลังถึงขั้นที่แก้ไม่ได้ไหม? นักวิทยาศาสตร์บางคนรู้สึกว่ายากที่จะคาดเดาว่าในอนาคตโลกจะเป็นอย่างไร พวกเขาจึงกังวลว่าสักวันหนึ่งสภาพอากาศของโลกจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างกะทันหันซึ่งจะนำความหายนะมาสู่เราทุกคน
ตัวอย่างเช่น แผ่นน้ำแข็งทางตะวันตกของแอนตาร์กติกาในขั้วโลกใต้ บางคนเชื่อว่าถ้าโลกยังร้อนอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แผ่นน้ำแข็งจะละลายจนหมด และจะไม่กลับมาเป็นน้ำแข็งอีกเลย เพราะปกติแล้วแผ่นน้ำแข็งจะสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ แต่ถ้าแผ่นน้ำแข็งละลายไปจะทำให้แสงแดดส่องลงไปถึงน้ำที่อยู่ด้านล่างซึ่งจะทำให้น้ำข้างล่างร้อนและทำให้น้ำแข็งละลายมากขึ้นอีก ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ระดับน้ำทะเลก็จะเพิ่มสูงขึ้นซึ่งอาจทำให้เกิดภัยธรรมชาติที่จะทำลายหลายร้อยล้านคน
-