-
การต่อสู้สัตว์ดุร้ายสองตัวพระธรรมวิวรณ์—ใกล้จะถึงจุดสุดยอด!
-
-
2 สวรรค์สถานอันบริสุทธิ์จะไม่ถูกก่อกวนเนื่องจากการคงอยู่ของซาตานและบริวารของมันอีกต่อไป. วิญญาณชั่วเหล่านั้นถูกขับออกจากสวรรค์และถูกจำกัดให้อยู่บริเวณแผ่นดินโลก. ไม่มีข้อสงสัยว่า นี้เป็นสาเหตุที่กิจปฏิบัติเกี่ยวกับผีปิศาจเพิ่มทวีอย่างมากในปัจจุบัน. งูจอมเจ้าเล่ห์ตัวนี้ยังคงรักษาองค์การแห่งวิญญาณที่เสื่อมทรามเอาไว้. แต่มันใช้องค์การส่วนที่เห็นได้ด้วยตาเพื่อล่อมนุษย์ให้หลงด้วยไหม? โยฮันแจ้งแก่เราว่า “แล้วข้าพเจ้าก็เห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มีเขาสิบเขากับหัวเจ็ดหัว ที่เขาสิบเขาของมันมีมงกุฎสวมอยู่ และบนหัวของมันมีชื่อต่าง ๆ ที่เป็นคำหมิ่นประมาทพระเจ้า. สัตว์ร้ายที่ข้าพเจ้าเห็นนั้นเหมือนเสือดาว แต่ตีนของมันดุจตีนหมี และปากของมันดุจปากสิงโต. พญานาคได้ให้สัตว์ร้ายนั้นมีฤทธิ์เดช บัลลังก์ และอำนาจใหญ่ยิ่ง.”—วิวรณ์ 13:1ข, 2, ล.ม.
3. (ก) ผู้พยากรณ์ดานิเอลได้เห็นสัตว์ดุร้ายอะไรในนิมิต? (ข) สัตว์ร่างมหึมาในดานิเอลบท 7 หมายถึงอะไร?
3 สัตว์ร้ายรูปร่างพิลึกตัวนี้เป็นอะไร? คัมภีร์ไบเบิลเองให้คำตอบ. ก่อนบาบิโลนล่มจมในปี 539 ก่อนสากลศักราช ดานิเอลผู้พยากรณ์ชาวยิวได้เห็นนิมิตเกี่ยวกับสัตว์ดุร้ายสองตัว. ที่ดานิเอล 7:2-8 (ฉบับแปลใหม่) ท่านพรรณนาสัตว์ร้ายสี่ตัวที่ขึ้นมาจากทะเล ตัวแรกเหมือนสิงโต, ตัวที่สองเหมือนหมี, ตัวที่สามเหมือนเสือดาว, และ “ดูเถิด สัตว์ตัวที่สี่มันร้ายกาจและเป็นที่น่ากลัวและแข็งแรงยิ่งนัก . . . มันมีเขาสิบเขา.” สัตว์ตัวนี้คล้ายกันมากกับสัตว์ร้ายที่โยฮันเห็นเมื่อประมาณปีสากลศักราช 96. สัตว์ร้ายตัวนั้นมีลักษณะเหมือนสิงโต, หมี, และเสือดาว, และมีสิบเขา. สัตว์ร่างมหึมาที่ดานิเอลได้เห็นหมายถึงอะไร? ท่านบอกเราว่า “สัตว์มหึมาทั้งสี่คือ กษัตริย์สี่พระองค์ซึ่งเกิดมาจากพิภพ.” (ดานิเอล 7:17, ฉบับแปลใหม่) ใช่ สัตว์เหล่านั้นแสดงถึง “กษัตริย์” หรืออำนาจทางการเมืองแห่งโลกนี้.
-
-
การต่อสู้สัตว์ดุร้ายสองตัวพระธรรมวิวรณ์—ใกล้จะถึงจุดสุดยอด!
-
-
8. ทำไมจึงไม่ควรเป็นเรื่องที่น่าตกใจที่เปรียบมหาอำนาจแองโกล-อเมริกันเป็นเหมือนสัตว์ร้าย?
8 เป็นเรื่องน่าตระหนกตกใจมิใช่หรือที่ระบุอำนาจปกครองฝ่ายการเมืองด้วยสัตว์ร้าย? นั่นคือสิ่งที่ผู้ต่อต้านบางคนได้อ้างในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อสถานภาพของพยานพระยะโฮวาทั้งในฐานะเป็นองค์การและเป็นรายบุคคลถูกฟ้องร้องในศาลสถิตยุติธรรมทั่วโลก. แต่ขอหยุดคิดสักนิด! ประเทศต่าง ๆ รับเอาสัตว์ดุร้ายหรือไม่ก็สัตว์ป่ามาเป็นสัญลักษณ์ของชาติมิใช่หรือ? ยกตัวอย่าง สิงโตเป็นของบริเตน นกอินทรีเป็นของสหรัฐอเมริกา และมังกรเป็นของจีน. ฉะนั้น ทำไมใคร ๆ จะคัดค้านหากผู้ประพันธ์คัมภีร์ไบเบิลศักดิ์สิทธิ์ใช้สัตว์ดุร้ายเป็นสัญลักษณ์ของมหาอำนาจทั้งหลายของโลก?
9. (ก) เพราะเหตุใดคนเราไม่ควรคัดค้านถ้อยแถลงของคัมภีร์ไบเบิลที่ว่าซาตานมอบอำนาจยิ่งใหญ่ของมันแก่สัตว์ร้ายนั้น? (ข) มีการพรรณนาถึงซาตานไว้อย่างไรในคัมภีร์ไบเบิล และมันครอบงำรัฐบาลต่าง ๆ อย่างไร?
9 ยิ่งกว่านั้น ทำไมใคร ๆ จะคัดค้านถ้อยแถลงของคัมภีร์ไบเบิลที่ว่าซาตานมอบอำนาจยิ่งใหญ่แก่สัตว์ร้ายนั้น? พระเจ้าทรงเป็นแหล่งกำเนิดคำกล่าวเช่นนั้น และเฉพาะพระพักตร์พระองค์ ‘ประเทศทั้งปวงเปรียบเหมือนน้ำหยดเดียวจากถัง และเท่ากับฝุ่นละออง.’ คงดีกว่าหากชนประเทศเหล่านั้นแสวงหาความโปรดปรานจากพระเจ้า แทนที่จะขุ่นเคืองต่อถ้อยคำเชิงพยากรณ์ของพระองค์ซึ่งพรรณนาถึงพวกเขา. (ยะซายา 40:15, 17; บทเพลงสรรเสริญ 2:10-12) ซาตานไม่ใช่บุคคลในเทพนิยายที่ถูกมอบหมายให้ทรมานวิญญาณคนตายในไฟนรก. ที่ทรมานดังกล่าวไม่มี. ในทางกลับกัน พระคัมภีร์พรรณนาถึงซาตานว่าเป็น “ทูตแห่งความสว่าง”—ผู้เชี่ยวชาญการหลอกลวงซึ่งใช้อิทธิพลอันทรงพลังในเรื่องต่าง ๆ ด้านการเมืองโดยทั่วไป.—2 โกรินโธ 11:3, 14, 15; เอเฟโซ 6:11-18.
-
-
การต่อสู้สัตว์ดุร้ายสองตัวพระธรรมวิวรณ์—ใกล้จะถึงจุดสุดยอด!
-
-
12. (ก) การที่สัตว์ร้ายขึ้นมาจาก “ทะเล” มีความหมายอย่างไร และมันเริ่มโผล่ขึ้นมาเมื่อไร? (ข) ข้อเท็จจริงที่ว่าพญานาคให้อำนาจยิ่งใหญ่แก่สัตว์ร้ายโดยนัยนั้นบ่งชี้ถึงอะไร?
12 สัตว์ร้ายขึ้นมาจาก “ทะเล” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เหมาะเจาะของฝูงชนที่สับสนวุ่นวาย ซึ่งรัฐบาลของมนุษย์ได้ก่อตั้งขึ้นมา. (ยะซายา 17:12, 13) สัตว์ร้ายตัวนี้เริ่มโผล่ขึ้นจากทะเลแห่งมนุษยชาติที่วุ่นวายย้อนหลังไปในสมัยนิมโรด (ประมาณศตวรรษที่ 21 ก่อนสากลศักราช) เมื่อระบบหลังน้ำท่วมโลกซึ่งต่อต้านพระยะโฮวาปรากฏออกมาเป็นครั้งแรก. (เยเนซิศ 10:8-12; 11:1-9) แต่เฉพาะในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นที่หัวสุดท้ายในเจ็ดหัวได้เปิดเผยตัวให้เห็นเต็มที่. ขอสังเกตด้วยว่า พญานาคนั่นเองได้ “ให้สัตว์ร้ายนั้นมีฤทธิ์เดช บัลลังก์ และอำนาจใหญ่ยิ่ง.” (เทียบกับลูกา 4:6.) สัตว์ร้ายเป็นผลงานการสร้างทางการเมืองของซาตานท่ามกลางมวลมนุษยชาติ. ซาตานเป็น “ผู้ครองโลกนี้” อย่างแท้จริง.—โยฮัน 12:31.
-