28 ธันวาคม 2026–3 มกราคม 2027
เพลง 162 ฉันต้องพึ่งพระเจ้า
การพิจารณาพระคัมภีร์ทุกวัน
“พวกเขาเต็มใจยอมรับคำสอนของพระเจ้า … ศึกษาค้นคว้าพระคัมภีร์อย่างละเอียดทุกวัน”—กจ. 17:11
จุดสำคัญ
สนับสนุนให้อ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน และดูคำแนะนำว่าจะทำแบบนั้นได้ยังไง
1-2. องค์การของพระยะโฮวาทำอะไรเพื่อให้มีข้อคัมภีร์ประจำวันอ่านทุกวัน? และในทุกวันนี้เราจะอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันได้จากที่ไหนบ้าง?
ในปี 1905 องค์การของพระยะโฮวาได้ตีพิมพ์หนังสือที่ชื่อว่า มานาประจำวันจากสวรรค์สำหรับครอบครัวแห่งความเชื่อ (ภาษาอังกฤษ) หนังสือเล่มนี้มีข้อคัมภีร์ประจำวันของแต่ละวันครบทั้งปีพร้อมคำอธิบายจากหอสังเกตการณ์แห่งไซออน (ภาษาอังกฤษ) เพื่อให้พี่น้องได้อ่านทุกวัน คนของพระยะโฮวาใช้หนังสือเล่มนี้จนถึงปี 1927 จากนั้นได้มีการตีพิมพ์ข้อคัมภีร์ประจำวันพร้อมคำอธิบายลงในหนังสือประจำปีa (ภาษาอังกฤษ) เนื่องจากมีการพิมพ์หนังสือประจำปี ใหม่ทุกปี ในแต่ละปีพี่น้องก็เลยได้คิดใคร่ครวญข้อคัมภีร์ประจำวันที่หลากหลายมากขึ้นรวมทั้งได้อ่านคำอธิบายที่ลึกซึ้งจากหอสังเกตการณ์ ด้วย
2 ในปี 1986 องค์การเริ่มตีพิมพ์ข้อคัมภีร์ประจำวันในหนังสือเล่มเล็กที่ชื่อว่าการพิจารณาพระคัมภีร์ทุกวัน ซึ่งในทุกวันนี้มีมากกว่า 300 ภาษา นอกจากนั้น คุณยังสามารถอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันได้ที่หน้าแรกของแอป JW Library ® และห้องสมุดออนไลน์ของวอชเทาเวอร์ (wol.jw.org)
3. อะไรอาจทำให้การอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันทุกวันเป็นเรื่องยาก? และในบทความนี้เราจะดูเรื่องอะไรบ้าง?
3 ชีวิตในทุกวันนี้ยุ่งมาก พวกเราบางคนก็เลยไม่ได้อ่านข้อคัมภีร์ประจำวันทุกวัน ในบทความนี้ เราจะดู 3 คำถามต่อไปนี้ มีตัวอย่างอะไรในคัมภีร์ไบเบิลที่กระตุ้นเราให้อ่านข้อคัมภีร์ประจำวันทุกวัน? ทำไมการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันถึงดีสำหรับเรา? แล้วเราจะทำแบบนั้นได้ยังไง?
ตัวอย่างที่กระตุ้นให้เราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน
4. ตอนที่เปาโลประกาศกับชาวเมืองเบโรอา พวกเขาตอบรับยังไง? (กิจการ 17:10, 11)
4 ข้อคัมภีร์หลักของบทความนี้บอกว่าชาวยิวในเมืองเบโรอาได้ทำอะไรเมื่อเปาโลประกาศกับพวกเขา (อ่านกิจการ 17:10, 11) ชาวเมืองเบโรอาไม่ได้จับผิดเปาโล แต่ “เปิดใจรับฟัง” และ “เต็มใจยอมรับคำสอน” นั้น แล้วพอพวกเขาเปรียบเทียบสิ่งที่เปาโลสอนกับพระคัมภีร์ พวกเขาก็รู้เลยว่าเปาโลกำลังสอนความจริง เราก็ทำแบบเดียวกันได้ตอนที่ฟังคำบรรยายในการประชุมประชาคม ประชุมหมวด หรือประชุมภูมิภาค เมื่อผู้บรรยายอ่านข้อคัมภีร์ ก็ให้เราเปิดตามไปด้วยเพื่อจะมั่นใจได้ว่าสิ่งที่ผู้บรรยายสอนเป็นความจริง
5. ชาวเมืองเบโรอาได้รับประโยชน์อะไรจากการอ่านพระคัมภีร์ทุกวัน?
5 “หลายคนใน [เมืองเบโรอา] เข้ามาเป็นสาวก” (กจ. 17:12) แต่ไม่นานก็มีปัญหาเกิดขึ้น ชาวยิวจากเมืองเธสะโลนิกามาที่เมืองเบโรอาเพื่อ “ปลุกระดมฝูงชน” ให้ต่อต้านสิ่งที่เปาโลสอน (กจ. 17:13) ถึงอย่างนั้น ชาวเมืองเบโรอาที่เพิ่งเข้ามาเป็นคริสเตียนได้ศึกษาพระคัมภีร์ทุกวันจนมั่นใจว่าพวกเขาพบความจริงแล้ว พวกเขาก็เลยมีความเชื่อเข้มแข็งต่อ ๆ ไป คล้ายกัน การอ่านคัมภีร์ไบเบิลทุกวันจะช่วยให้เรามีความเชื่อเข้มแข็งไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม
ทำไมการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันถึงดีสำหรับเรา?
6. ทำไมเราต้องอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันทุกวัน? (ดูกรอบ “ตัวอย่างในคัมภีร์ไบเบิลเกี่ยวกับการนมัสการพระยะโฮวาทุกวัน”)
6 เราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันเพราะมันช่วยให้เราสนใจที่พระยะโฮวาและการนมัสการพระองค์เสมอ พระยะโฮวาเป็นพระเจ้าของเรา พระองค์เลยสมควรได้รับการนมัสการจากเรา พระองค์รักเราและอยากให้เรามีชีวิตตลอดไป (ยน. 3:16) หลายตัวอย่างในคัมภีร์ไบเบิลทำให้เห็นว่า พระยะโฮวามีความสุขถ้าเรานมัสการพระองค์ทุกวัน พี่น้องหลายคนรู้สึกว่าการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันจะช่วยให้พวกเขาทำสิ่งที่เป็นการนมัสการพระองค์ทุกวันได้ เช่น อธิษฐาน อ่านคัมภีร์ไบเบิล และคิดใคร่ครวญ
7-8. มีเหตุผลอะไรอีกที่ทำให้เราอยากอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันทุกวัน? (เอเฟซัส 5:15, 16)
7 เราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันเพราะมันคือการใช้เวลาของเราให้เป็นประโยชน์ (อ่านเอเฟซัส 5:15, 16) ไม่มีอะไรดีไปกว่าการใช้เวลาไม่กี่นาทีในแต่ละวันเพื่อจะดูว่าพระยะโฮวาคิดยังไง และให้ความคิดของพระองค์มีผลกับตัวเรา
8 เราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันเพราะมันทำให้เราเข้มแข็งขึ้นเพื่อจะสู้กับปัญหาในแต่ละวันได้ พระเยซูบอกว่าเราทุกคนต้องเจอ “ปัญหา” หลายอย่างในแต่ละวัน (มธ. 6:34) แต่ท่านก็รับรองว่าพระยะโฮวารู้ดีว่าเราต้องเจออะไรบ้างและจำเป็นต้องได้รับอะไร (มธ. 6:25-32) เมื่อเราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน เราก็จะไม่กังวลกับปัญหามากเกินไป แต่จะสนใจว่าพระยะโฮวาช่วยเรายังไงบ้าง (สด. 68:19; 1 ปต. 5:6, 7) ตัวอย่างเช่น พี่น้องหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งรู้สึกผิดเพราะสิ่งที่เคยทำและสงสัยว่าพระยะโฮวาให้อภัยเธอจริง ๆ หรือเปล่า เธออธิษฐานเพื่อขอพระยะโฮวาช่วยให้มั่นใจว่าพระองค์ให้อภัยเธอจริง ๆ จากนั้นก็อ่านข้อคัมภีร์ประจำวันที่สดุดี 86:5 ซึ่งบอกว่า “พระยะโฮวา พระองค์ดีจริง ๆ และพร้อมจะให้อภัย พระองค์มีความรักที่มั่นคงต่อทุกคนที่ร้องเรียกพระองค์” เธอบอกว่า “ฉันรู้สึกสงบใจทันที และขอบคุณพระยะโฮวาจริง ๆ ที่ให้กำลังใจตอนที่ฉันต้องการพอดี ประสบการณ์นี้ทำให้ฉันอยากอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันทุกวันเลย”
9. ข้อคัมภีร์ประจำวันข้อหนึ่งช่วยพี่น้องของเราในยูเครนยังไง?
9 ข้อคัมภีร์ประจำวันมักจะมีข้อเตือนใจที่ช่วยให้เรา “วางใจพระยะโฮวา” ตอนที่เจอปัญหาในชีวิต (สภษ. 3:5, 6) เช่น ในวันที่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ข้อคัมภีร์ประจำวันนั้นยกมาจากอิสยาห์ 30:15 ซึ่งบอกว่า “ถ้าพวกเจ้ามีใจที่สงบและวางใจเรา พวกเจ้าก็จะมีความเข้มแข็ง” ข้อคัมภีร์นั้นช่วยให้พี่น้องในยูเครนได้รับกำลังใจมาก พี่น้องชายคนหนึ่งที่ชื่อเอดูอาร์ดบอกว่า “ข้อคัมภีร์นั้นช่วยให้เรามีกำลังใจและมีความหวัง ผมกับภรรยาอ่านข้อนั้นด้วยกันในเช้าวันนั้น และหลังจากอธิษฐาน เราก็รู้สึกเข้มแข็ง พร้อมจะรับมือกับความเครียดและความกังวลในตอนนั้นได้” พี่น้องหญิงที่ชื่อสวิตลานาบอกด้วยว่า “อิสยาห์ 30:15 กลายเป็นข้อคัมภีร์ที่พิเศษมากสำหรับเรา เราคิดถึงข้อนั้นตลอดและคิดใคร่ครวญความหมายของมันด้วยตอนที่มีการสู้รบใกล้ ๆ เรา”
10. ทำไมเราต้องมีความกล้าหาญ? และเราจะกล้าหาญมากขึ้นได้ยังไง? (โยชูวา 1:6-9) (ดูภาพด้วย)
10 เราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันเพราะมันช่วยให้เราตั้งใจที่จะรักษาความซื่อสัตย์ เราต้องมีความกล้าหาญเพื่อจะใช้ชีวิตแตกต่างจากเพื่อนที่โรงเรียนและเพื่อนร่วมงาน เพื่อจะประกาศเรื่องพระยะโฮวากับคนอื่น และเพื่อจะรักษาความซื่อสัตย์อยู่เสมอเมื่อเจอการต่อต้าน ตอนที่โยชูวาถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้นำของชาติอิสราเอล พระยะโฮวาบอกเขา 3 ครั้งว่าให้กล้าหาญและเข้มแข็ง และเพื่อจะเป็นแบบนั้นได้พระองค์ก็บอกให้โยชูวาอ่านข้อกฎหมายทุกวัน (อ่านโยชูวา 1:6-9) เราเองก็เหมือนกัน ถ้าเราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันรวมถึงอ่านคัมภีร์ไบเบิลทุกวัน มันก็จะช่วยให้เรากล้าหาญและรักษาความซื่อสัตย์เสมอได้
เราจะกล้าหาญมากขึ้นได้โดยการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันทุกวัน (ดูข้อ 10)
11. การอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันจะช่วยให้เราเป็นผู้ใหญ่ด้านความเชื่อได้ยังไง?
11 เราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันเพราะมันช่วยให้เราเป็นผู้ใหญ่ด้านความเชื่อ ตอนที่ทิโมธียังเป็นหนุ่ม เปาโลบอกให้เขาทำความก้าวหน้าในเรื่องต่าง ๆ เช่น ในเรื่องคำพูด ความประพฤติ ความรัก ความเชื่อ และความบริสุทธิ์ (1 ทธ. 4:12, 15) เมื่อเราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน เราก็มีโอกาสได้คิดว่าเราจะเป็นผู้ใหญ่ด้านความเชื่อมากขึ้นได้ยังไง คนที่เป็นผู้ใหญ่ด้านความเชื่อคือคนที่คิดเหมือนพระยะโฮวาและพยายามเต็มที่ที่จะใช้ชีวิตตามมาตรฐานของพระองค์เพื่อทำให้พระองค์พอใจ—รม. 8:5, 6
12. องค์การของพระยะโฮวาต้องการพี่น้องชายหญิงที่มีความเชื่อเข้มแข็งเพื่อทำหน้าที่อะไรบ้าง? และอะไรจะช่วยเตรียมเราให้พร้อมสำหรับหน้าที่เหล่านั้น?
12 เราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันเพราะมันช่วยเตรียมเราให้พร้อมที่จะทำงานรับใช้มากขึ้นในองค์การ องค์การของพระยะโฮวาต้องมีพี่น้องชายหญิงที่มีความเชื่อเข้มแข็งเพื่อจะทำงานที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น เป็นไพโอเนียร์ มิชชันนารี รับใช้ที่เบเธล โครงการก่อสร้าง และสำนักงานแปลท้องถิ่น นอกจากนั้น เราต้องการพี่น้องชายอายุน้อยที่ไว้ใจได้และมีความถ่อมเพื่อจะรับใช้เป็นผู้ช่วยงานรับใช้ ผู้ดูแล และผู้ดูแลหมวด พระยะโฮวาอยากให้พี่น้องชายเหล่านี้ที่รู้ว่าจะเอาหลักการในคัมภีร์ไบเบิลไปใช้ยังไงนำหน้าในองค์การของพระองค์ (ฉธบ. 1:13-15) ดังนั้น การฝึกให้เป็นนิสัยที่จะอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันทุกวันจะช่วยคุณให้รู้ว่าจะใช้หลักการในคัมภีร์ไบเบิลยังไง และช่วยเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับงานมอบหมายที่มากขึ้นในอนาคต
ทำยังไงถึงจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน?
13. วิธีหนึ่งที่คุณจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันคืออะไร?
13 คุณต้องทำยังไงถึงจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน? ก่อนที่ครอบครัวเบเธลในแต่ละแห่งตลอดทั่วโลกจะเริ่มทำงาน พวกเขาจะเริ่มด้วยการอธิษฐานสั้น ๆ จากนั้นก็อ่านและพิจารณาข้อคัมภีร์ประจำวันของวันนั้น คุณเองก็อาจทำเหมือนกันได้ โดยเริ่มจากการอธิษฐานสั้น ๆ เพื่อขอพระยะโฮวาช่วยคุณให้ได้รับประโยชน์จากข้อคัมภีร์ประจำวันที่กำลังจะอ่าน (ยก. 1:5) จากนั้น ก็อ่านข้อคัมภีร์พร้อมคำอธิบาย แล้วถามตัวเองว่า ‘ข้อคัมภีร์วันนี้ช่วยฉันให้มีความเชื่อเข้มแข็งมากขึ้นยังไง? การคิดใคร่ครวญข้อคัมภีร์นี้ทำให้ฉันสนิทกับพระยะโฮวามากขึ้นยังไง? และมันช่วยฉันให้รับมือกับปัญหาที่ต้องเจอในวันนี้ได้ยังไง?’ ถ้าคุณอ่านด้วยกันกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ก็ให้คุยกันเกี่ยวกับข้อคัมภีร์ที่อ่านและคุยกันว่าชอบจุดไหนบ้าง (รม. 1:12) พี่น้องบางคนรู้สึกว่า การสรุปจุดสำคัญของข้อคัมภีร์ประจำวันออกมาแค่ไม่กี่คำ ก็ช่วยให้เขาจำได้ตลอดทั้งวัน
14-15. เราจะทำอะไรได้อีกเพื่อได้ประโยชน์มากขึ้นจากการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน? และอะไรจะช่วยให้เราจำได้?
14 คุณจะทำอะไรได้อีกเพื่อจะได้ประโยชน์มากขึ้นจากการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน? ลองทำวิธีเหล่านี้ดูสิ (1) ขีดเส้นจุดสำคัญในคำอธิบายที่มาจากหอสังเกตการณ์ และคิดใคร่ครวญ (2) อ่านข้อคัมภีร์ต่าง ๆ ที่อยู่ในคำอธิบาย (3) อ่านทั้งบทของข้อคัมภีร์ประจำวันนั้นที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิล (4) ค้นคว้าเพิ่มเติมจากคู่มือค้นคว้าสำหรับพยานพระยะโฮวา หรือข้อมูลสำหรับศึกษาในคัมภีร์ไบเบิล (5) อ่านข้ออื่น ๆ จากบทความในหอสังเกตการณ์ ที่ถูกยกมาเป็นคำอธิบาย ถ้าคุณอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คุณสามารถดูบทความศึกษาได้เลยโดยแตะแหล่งอ้างอิงที่อยู่ท้ายคำอธิบายb
15 พี่น้องหญิงอายุ 19 ปีที่ชื่อแม็คเคนซีพูดถึงวิธีที่ช่วยให้เธอจำข้อคัมภีร์ได้ เธอบอกว่า “ถ้าฉันใช้เวลาอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันเพิ่มขึ้นอีกแค่ 5 นาที และอ่านให้ช้าลง ฉันก็จะมีเวลาคิดใคร่ครวญมากขึ้นและจำข้อคัมภีร์ประจำวันนั้นได้ดีขึ้น”
16. คุณควรอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันตอนไหน?
16 คุณควรอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันตอนไหน? ให้เลือกเวลาที่คุณและครอบครัวสะดวก ตัวอย่างเช่น บางคนอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันด้วยกันก่อนหรือหลังกินอาหารเช้า หรือก่อนไปส่งลูกที่โรงเรียน และเพื่อที่จะเตือนตัวเองไม่ให้ลืมอ่าน พวกเขาเอาหนังสือการพิจารณาพระคัมภีร์ทุกวัน แบบเป็นเล่มวางไว้บนโต๊ะ ถ้ามีบางอย่างเกิดขึ้นจนทำให้ไม่สามารถอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันในตอนเช้าได้ คุณก็อาจเปลี่ยนไปอ่านในช่วงอื่น ๆ ของวันนั้นแทน
17-18. ทำไมถึงดีที่จะจัดเวลาไว้เฉพาะสำหรับการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน? และอะไรจะช่วยให้เราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันได้อย่างสม่ำเสมอ? (ดูภาพด้วย)
17 ทำไมถึงดีที่จะจัดเวลาไว้เฉพาะสำหรับอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน? เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้น คุณอาจไม่มีโอกาสได้อ่านเลย พี่น้องชายวัยรุ่นที่ชื่อจอห์นซึ่งอายุ 16 บอกว่า “ถ้าคุณไม่ได้อ่านข้อคัมภีร์ประจำวันเป็นอย่างแรก คุณก็อาจไม่มีโอกาสได้อ่านเลยทั้งวัน” เซียร่าพี่น้องหญิงที่อายุ 25 บอกว่า “สิ่งแรกที่ฉันพยายามทำตอนเช้าก็คือการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน เพราะหลังจากนั้นฉันจะยุ่งมาก ๆ” พี่น้องชายที่ชื่อโรเกลิโอซึ่งอายุ 21 บอกว่า “ผมจะตั้งแจ้งเตือนไว้ในโทรศัพท์เลยว่าต้องอ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน นี่เลยทำให้ผมสามารถอ่านได้อย่างสม่ำเสมอ”
18 ให้จัดตารางเวลาอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันอย่างสม่ำเสมอและทำตามนั้นให้ได้ และตอนที่อ่าน อย่าให้อะไรมาทำให้คุณเสียสมาธิ พี่น้องหญิงที่ชื่ออิซาเบลซึ่งอายุ 19 บอกแบบนี้ “ให้เตือนตัวเองว่า อย่าเพิ่งทำอะไรหรืออย่าดูอะไรอย่างอื่นในโทรศัพท์จนกว่าจะอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันจบ หรือถ้ารู้สึกว่าอ่านในมือถือแล้วไม่มีสมาธิ ก็ให้อ่านแบบเป็นเล่มได้ และให้ตั้งกฎไว้เลยว่าต้องอ่านให้จบก่อนถึงจะจับมือถือได้” พี่น้องหญิงที่ชื่อโอลิเวียซึ่งอายุ 19 บอกว่า “อย่างหนึ่งที่ช่วยฉันได้ก็คือการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันกับคนอื่น ๆ เช่น ครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ถ้ามีคนเตือนคุณให้อ่านข้อคัมภีร์ประจำวันหรือถ้าคุณได้อ่านกับใครสักคน มันก็ง่ายที่จะอ่านได้อย่างสม่ำเสมอ”
อะไรจะช่วยให้คุณไม่เสียสมาธิตอนที่อ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน? (ดูข้อ 18)
ฝึกลูกให้อ่านข้อคัมภีร์ประจำวันทุกวัน
19. ทำไมถึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะสร้างนิสัยการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันให้กับลูก? ขอยกตัวอย่าง (ฟีลิปปี 1:9, 10)
19 ถ้าพ่อแม่สร้างนิสัยที่จะอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันกับลูกทุกวัน คุณก็จะช่วยลูกให้มีนิสัยแบบนี้จนโตเป็นผู้ใหญ่ แม้ลูกจะยังเล็กมากและอาจไม่เข้าใจเต็มที่ แต่การมีวินัยในการอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันจะเป็นประโยชน์กับเขาในระยะยาว เหมือนกับเวลาที่เราหว่านเมล็ดพืชลงไปในดิน เมล็ดนั้นจะเติบโตจนกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ถ้าได้รับน้ำทุกวัน คล้ายกัน ลูกก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเชื่อเข้มแข็งได้ ถ้าเขาใช้เวลาไม่กี่นาทีทุกวันเพื่ออ่านข้อคัมภีร์ประจำวัน—อ่านฟีลิปปี 1:9, 10
20. การรับอาหารหรือความรู้ที่เสริมความเชื่อสำคัญขนาดไหน?
20 พระเยซูบอกว่า “มนุษย์จะมีชีวิตอยู่ได้ ไม่ใช่ด้วยอาหารเท่านั้น แต่ด้วยคำพูดทุกคำที่มาจากพระยะโฮวา” (มธ. 4:4) ถ้าวันไหนเราไม่ได้กินข้าวเราจะแย่แน่ ๆ แต่ถ้าวันไหนเราไม่ได้รับอาหารหรือความรู้ที่เสริมความเชื่อ ชีวิตเราก็จะยิ่งแย่กว่านั้นอีก ดังนั้น ขอให้เราอ่านข้อคัมภีร์ประจำวันให้ได้ทุกวัน!
เพลง 94 ขอบคุณพระองค์ที่ให้คำสอนเรา
a ภาษาไหนที่ไม่มีหนังสือประจำปี จะมีการใส่ข้อคัมภีร์ประจำวันและแหล่งอ้างอิงไว้ในหอสังเกตการณ์ หรือในพระราชกิจของเรา
b แหล่งอ้างอิงบอกให้รู้ว่าคำอธิบายเพิ่มเติมมาจากหอสังเกตการณ์ เล่มไหน หน้าอะไร และข้อไหน