การรักษาความซื่อสัตย์มั่นคงในดินแดนที่แตกแยกเพราะสงครามไลบีเรีย
เล่าโดยประจักษ์พยานคนหนึ่ง
“เมื่อช้างสู้กัน ต้นหญ้าก็พลอยเสียหาย.” ภาษิตของชาวแอฟริกันตะวันตกได้สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามในไลบีเรียเมื่อไม่นานมานี้อย่างเหมาะเจาะสักเพียงไร! ประชาชนราว ๆ 20,000 คนเสียชีวิตและครึ่งหนึ่งของประชากรในประเทศ 2.6 ล้านคนต้องพลัดพรากจากบ้าน. คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ที่ได้รับความเสียหายมิใช่ทหาร พวกเขาเป็น “หญ้า” คือ ชาย หญิงและเด็ก ๆ ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร.
เมื่อสงครามระเบิดในเดือนธันวาคม 1989 พยานพระยะโฮวาเกือบ 2,000 คนในไลบีเรียกำลังชื่นชมกับการเพิ่มทวีจำนวนอยู่เรื่อย ๆ และมองไปยังอนาคตข้างหน้าด้วยความมั่นใจ. เป็นที่น่าเศร้า พวกเขาเป็นส่วนของ ‘หญ้าที่ได้รับความเสียหาย.’
การลุกลามของสงคราม
สงครามเริ่มตามพรมแดนของไลบีเรียกับ โกตดิวัวร์ และไม่ช้าผู้ลี้ภัยเริ่มหนีไปยังนครหลวงมันโรเวีย เมืองซึ่งมีประชากรมากกว่าครึ่งล้านคน. ตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนเดือนพฤษภาคม 1990 ขณะที่การต่อสู้เคลื่อนไหวทางใต้ พวกมิชชันนารีพยานพระยะโฮวาได้อพยพจากเมืองกันตาก่อน และแล้วก็จากเมืองบังกา พวกเขาอยู่ในบรรดาประชากรกลุ่มสุดท้ายที่ออกจากเมืองเหล่านี้. สงครามได้มาถึงจุดสุดยอดเมื่อกองทหารเคลื่อนเข้าสู่มันโรเวียในวันที่ 2 กรกฎาคม 1990.
ไม่มีใครเตรียมพร้อมสำหรับความน่าสยดสยองที่ติดตามมา. กองทัพที่แบ่งแยกกันเป็นสามฝ่ายต่อสู้กันในท้องถนนด้วยปืนใหญ่ จรวด และเครื่องยิงลูกระเบิด. คนเหล่านั้นที่ไม่ได้ถูกฆ่าเนื่องจากการเป็นสมาชิกของเผ่าที่ได้ถูกเกลียดชังต้องประสบการก่อกวนและการค้นหาตัวแบบไม่ลดละ. คืนหนึ่งในเดือนสิงหาคมชายหญิงและเด็ก ๆ มากกว่า 600 คนซึ่งได้หาที่หลบภัยในโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ของคริสต์จักรลูเธอร์รันได้ถูกสังหารโดยหน่วยทหารที่คลั่งสงคราม.
หลายร้อยคนหนีการต่อสู้นั้นโดยมีเพียงเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่เท่านั้น. หลายครอบครัวแยกจากกันและหลังจากนั้นหลายเดือนไม่สามารถจะกลับมาอยู่รวมกันอีก. ดูเหมือนว่าประชากรทั้งสิ้นของมันโรเวียจะย้ายออกไปโดยที่บ้านอันว่างเปล่านั้นมีทหารและผู้ลี้ภัยที่หนีจากส่วนอื่นของเมืองเข้าอยู่อาศัย. มากกว่าครึ่งหนึ่งของชาวเมืองมันโรเวียต้องอพยพไป. คนส่วนใหญ่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเป็นเจ้าของนั้นอีกทั้งสูญเสียอย่างน้อยที่สุดญาติหนึ่งคนในความตายด้วย. บางคนสูญเสียมากกว่าหนึ่งคน.
สถานการณ์ได้ถึงขั้นวิกฤตจนประเทศอื่นแถบแอฟริกาตะวันตกห้าประเทศส่งทหารเข้าไปเพื่อพยายามจะนำสันติภาพกลับคืนมา. พอสิ้นตุลาคม 1990 การต่อสู้ส่วนใหญ่ค่อย ๆ ยุติลง. แต่แล้วเงาแห่งความอดอยากก็เข้ามาครอบคลุมอยู่ทั่วเมืองที่ถูกไฟไหม้หมดนั้นประหนึ่งผ้าห่อศพ. องค์การบรรเทาทุกข์ต่าง ๆ รายงานว่า คราวหนึ่งเกือบหนึ่งในสามของเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบในมันโรเวียขาดอาหารบำรุงร่างกายและประชาชนมากกว่าหนึ่งร้อยคนตายไปทุกวัน. พวกนักฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควรยิ่งทำให้สภาพการณ์แย่ลงไปอีก หลายคนขโมยข้าวที่ส่งมาเพื่อบรรเทาความอดอยาก และแล้วก็ขายข้าวนั้นถ้วยละ 500 บาทและมากกว่านั้น. โรคภัยเกิดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอหิวาตกโรค เนื่องจากการประปา สุขอนามัย และบริการไฟฟ้าในเมืองถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง.
พยานพระยะโฮวาประมาณหนึ่งพันคนซึ่งอาศัยอยู่ในมันโรเวียประสบความยากลำบากอย่างแสนสาหัส. ส่วนใหญ่หนีจากเมืองและไปยังชนบท ขณะที่คนอื่น ๆ ออกเดินทางโดยเรือไปยังกานาและไนจีเรีย หรือเดินทางตามถนนไปยังโกตดิวัวร์ หรือเซียร์ราลีโอน. ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 1990 พยานฯมากกว่า 30 คนเสียชีวิตไป. บางคนถูกฆ่าด้วยห่ากระสุน ขณะที่คนอื่น ๆ ตายเนื่องจากผลกระทบของความเจ็บป่วยและความหิวโหย. อลัน บัทที กับ อาร์เธอร์ ลอว์สัน มิชชันนารีชาวอเมริกันที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนอบรมผู้รับใช้ดูเหมือนจะอยู่ในท่ามกลางคนเหล่านั้นที่ถูกฆ่าด้วย. ความหวังที่อาศัยพระคัมภีร์เป็นหลักในเรื่องการกลับเป็นขึ้นจากตายช่างเป็นการปลอบโยนสักเพียงไรแก่คนเหล่านั้นในพวกเราซึ่งสูญเสียญาติพี่น้องหรือมิตรสหายไประหว่างช่วงเวลาที่น่าสยดสยองนั้น!—กิจการ 24:15.
ภราดรภาพแบบคริสเตียนในภาคปฏิบัติ
ขณะที่สงครามลุกลามอยู่นั้น พยานฯหลายคนที่ถูกไล่ออกจากบ้านได้หนีไปหลบภัยที่สำนักงานสาขาของพยานพระยะโฮวาและบ้านพักมิชชันนารีในอีกด้านหนึ่งของเมือง. บางคนเสาะหาการคุ้มครองเพราะเขาเป็นสมาชิกของเผ่าที่ทหารในบริเวณนั้นกำลังฆ่าอยู่. คนส่วนใหญ่ได้รับการมอบหมายงานที่สาขา และเป็นประโยชน์สุดประมาณในการทำอาหารและทำความสะอาด ขณะที่คนอื่น ๆ ถูกมอบหมายให้เที่ยวหาผักที่กินได้ในหนองน้ำใกล้ ๆ เมื่อสภาพการณ์ข้างนอกอำนวยให้.
ผู้คนนอนหลับกันทุกหนทุกแห่ง ในห้องนอนของมิชชันนารี ที่ทางเดิน ในแผนกขนส่ง และในห้องทำงาน. เราขุดส้วมและคอยดูแล. พวกผู้หญิงได้รับมอบหมายให้รับใช้ฐานะพยาบาล และพวกเธอเอาใจใส่ดูแลคนไข้ที่เป็นมาลาเรียและเป็นไข้. โรคท้องร่วงเป็นปัญหาอยู่เนือง ๆ.
เราจัดเตรียมปฏิบัติการพิเศษในบ้าน รวมทั้งการรับมือกับการยิงระเบิดด้วย. ด้วยเหตุนี้ เราถูกฝึกให้ไปถึงบริเวณที่หลบภัยของสาขาอย่างฉับไว เมื่อกองทหารที่เป็นปรปักษ์กันยิงกระสุนปืนใหญ่. ถึงแม้กำแพงของเราที่สูงสามเมตรจะกำบังได้บ้างก็ตาม มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันไว้จากลูกกระสุนที่แฉลบ. ในไม่ช้าหลังคาของเราก็มีลักษณะเหมือนกระปุกพริกไทยเนื่องจากมีรูพรุนไปหมด!
หลายคนได้เสี่ยงชีวิตของตนเพื่อปกป้องเพื่อนพยานฯไว้จากคนเหล่านั้นที่พยายามจะฆ่าพวกเขาเนื่องจากเขาสังกัดอยู่ในเผ่าที่ถูกเกลียดชัง. วันหนึ่งพี่น้องหญิงคริสเตียนคนหนึ่งน้ำตานองหน้ามาถึงสำนักงานสาขาพร้อมกับลูก ๆ ของเธอที่ยังมีชีวิตอยู่ คนหนึ่งเป็นทารกอายุสองสัปดาห์. สามีของเธอกับลูกชายวัยรุ่นเพิ่งถูกฆ่าจากการยิงปืนใหญ่ต่อหน้าต่อตาเธอ. พยานฯอีกคนหนึ่งได้ซ่อนเธอกับลูก ๆ คนอื่น ๆ ไว้อย่างเป็นผลสำเร็จ เมื่อเหล่าผู้สังหารกลับมาเพื่อเสาะหาพวกเขา.
อีกครอบครัวหนึ่งมาถึงสาขาพร้อมกับผู้ประกาศที่ยังไม่ได้รับบัพติสมาคนหนึ่งซึ่งได้ช่วยปกป้องพวกเขาไว้จากการถูกฆ่าโดยคนในเผ่าของเธอ. ครั้นแล้ว เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป และผู้ประกาศที่ยังไม่ได้รับบัพติสมาตกอยู่ในอันตราย ครอบครัวนั้นได้ช่วยชีวิตเธอไว้จากคนในเผ่าของพวกเขา.
หลายครั้งหลายหน พวกมิชชันนารีจะพูดกับพวกผู้ชายที่ติดอาวุธตรงประตูเข้าสำนักงานสาขาเพื่อพยายามจะยับยั้งพวกเขาไว้จากการค้นหาหรือฉกฉวยของในอาคาร. ครั้งหนึ่งกลุ่มคนที่โกรธแค้นพรวดพราดเข้ามาข้างใน ใช้ปืนจี้เราไว้ แล้วยืนกรานว่าเราซ่อนสมาชิกของเผ่าหนึ่งไว้. พวกเขารู้สึกประหลาดใจที่เห็นพยานฯในท้องถิ่นประพฤติอย่างสงบสักเพียงไร นั่งเงียบ ๆ และฟัง ณ การประชุมคริสเตียนที่กำลังดำเนินอยู่. พวกเขาตรวจค้นบ้าน แต่ทว่าไม่พบสิ่งที่เขาเสาะหา. เราสามารถรับรองกับผู้บุกรุกเสมอว่าเราไม่ได้ซ่อนพวกทหารหรือศัตรูคนใดคนหนึ่งของพวกเขาไว้. ในฐานะคริสเตียนพวกเราเป็นกลาง.
ครั้งหนึ่งระหว่างการสู้รบที่หนักหน่วงพอสมควร พยานฯกลุ่มหนึ่งมาถึงสาขาหามพี่น้องชายคนหนึ่งซึ่งเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายมาด้วย. น่าเศร้า เขาเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน. มีการขุดหลุมฝังศพในสนาม และเรามีคำบรรยายฝังศพที่สะเทือนอารมณ์จริง ๆ! พี่น้องคนนั้นเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ปกครองที่ดีที่สุดในท้องถิ่นของเราซึ่งได้รับใช้อย่างซื่อสัตย์มาเป็นเวลาหลายปี. บุคคลที่พลัดพรากจากบ้านราว ๆ หนึ่งร้อยคนมารวมกันในห้องใหญ่เพื่อฟังคำบรรยาย ซึ่งมีการเสนอขณะที่ได้ยินเสียงปืนดังอยู่เบื้องหลัง.
การได้อาหารและน้ำ
เสบียงอาหารมีจำกัดทีเดียว. แม้แต่ก่อนสงครามเริ่มต้น พวกพ่อค้าได้หยุดนำเข้าสินค้า. ด้วยเหตุนี้ จึงมีอาหารเหลืออยู่น้อยทีเดียวในเมือง. เสบียงอาหารของเราที่สาขาคงจะมีพอที่จะกินได้สำหรับสมาชิกครอบครัวของเรา 12 คนเป็นเวลาหลายเดือน แต่บางครั้งเรามีถึง 200 คนอยู่กับเรา รวมทั้งเพื่อนบ้านที่ไม่ใช่พยานฯซึ่งต้องการความช่วยเหลืออย่างที่สุด. ทุกคนถูกจำกัดอาหารแค่วันละมื้อซึ่งมีจำนวนเล็กน้อย เรารอดชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหารปันส่วนเช่นนั้นเป็นเวลาหลายเดือน. ทุก ๆ คนหิวโหย. ทารกมีเพียงหนังหุ้มกระดูก ปวกเปียกอยู่ในวงแขนของพ่อแม่.
ไม่ช้าเสบียงอาหารของเราก็กำลังจะหมด. เราจะหาได้อีกที่ไหน? ไม่มีร้านที่เปิดในมันโรเวีย. ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ผู้คนอดอยากเตร็ดเตร่ไปตามถนนเสาะหาอาหาร. ผู้คนกินทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งสุนัข แมว และหนู. มิชชันนารีสองคนจากสาขาได้ตัดสินใจที่จะพยายามไปยังคาคาตา เมืองหนึ่งซึ่งอยู่ห่างราว ๆ 60 กิโลเมตร ที่การสู้รบได้ยุติลง.
พวกเขาติดวารสารหอสังเกตการณ์ และป้ายไว้ที่หน้าต่างของรถยนต์เพื่อระบุตัวเองฐานะพยานพระยะโฮวา. หลังจากผ่านจุดตรวจต่าง ๆ พวกเขาก็ถูกเรียกให้หยุดโดยชายร่างใหญ่ล่ำสันคนหนึ่งมีลูกระเบิดแขวนอยู่ที่หน้าอกและปืนพกลูกโม่อยู่ที่สีข้างของเขา. พวกเขาแสดงตัวว่าเป็นพยานพระยะโฮวาและบอกว่าต้องการไปยังคาคาตาเพื่อหาอาหารได้บ้าง.
ชายคนนั้นบอกว่า “ตามผมมา ผมเป็นผู้บัญชาการรบที่นี่.” เขาพาพวกพี่น้องไปยังศูนย์บัญชาการของเขา. เมื่อทราบว่าพวกเขาให้คนที่พลัดพรากจากบ้านที่ลี้ภัยอยู่ เขาสั่งพรรคพวกของตนให้ส่งข้าวสาร 20 กระสอบถึงสาขาของเรา แต่ละกระสอบหนัก 45 กิโลกรัม! นอกจากนี้ มีการออกใบอนุญาตให้พวกเขาไปยังคาคาตาและคนคุ้มกันติดอาวุธคนหนึ่งถูกมอบหมายให้นำพวกเขาผ่านจุดตรวจที่เหลืออยู่อย่างปลอดภัย.
ที่คาคาตาพวกเขาได้พบอับราฮามพี่น้องคริสเตียนของเราผู้ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน. เขามีอาหารเป็นกล่อง ๆ สะสมไว้สำหรับเรา รวมทั้งแป้งนม น้ำตาล ผักกระป๋อง และของอื่น ๆ ที่จำเป็น นับว่าดีวิเศษจริง ๆ ที่เห็นวิธีที่พี่น้องของเราได้รับการดูแลเอาใจใส่ในการเดินทางของเขา. พระยะโฮวาคงต้องพอพระทัยที่เราได้แบ่งปันอาหารของเราให้กับมิตรสหายและเพื่อนบ้าน เพราะตอนนี้เสบียงอาหารของเราได้รับการเพิ่มเติมให้อีก.—สุภาษิต 11:25.
ในอีกด้านหนึ่งของมันโรเวีย พวกมิชชันนารีในบ้านพักมิชชันนารีได้เอาใจใส่ต่อคนที่พลัดพรากจากบ้านด้วย และพวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งที่มิได้คาดหมายเช่นกัน. ตัวอย่างเช่น มิชชันนารีคนหนึ่งได้รับข้าวสารสามกระสอบจากทหารคนหนึ่งซึ่งจำเขาได้นับแต่เมื่อเขาได้รับใช้ในเขตของทหารคนนั้นราว ๆ 16 ปีก่อนหน้านั้น. มิชชันนารีอีกคนหนึ่งได้ข้าวสารสี่กระสอบหลังจากการสัมภาษณ์เป็นส่วนตัวกับหัวหน้าของฝ่ายหนึ่งที่รบสู้กัน.
ตอนหนึ่งดูเหมือนว่าเราต้องอพยพออกจากสาขาเนื่องจากการขาดแคลนน้ำ. บ่อน้ำของเราเป็นแหล่งน้ำดื่มแหล่งเดียวเท่านั้นชั่วระยะหนึ่งสำหรับหลายคนในชุมชน. อย่างไรก็ดี เชื้อเพลิงที่เก็บไว้สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อการสูบน้ำของเราเริ่มจะหมด. เมื่อชายคนหนึ่งซึ่งเคยได้รับการคุ้มครองที่สาขาระหว่างช่วงแรก ๆ ของการต่อสู้ได้ยินถึงปัญหาของเรา เขาหาเชื้อเพลิงมาให้เราเนื่องด้วยความหยั่งรู้ค่าต่อสิ่งที่เราเคยทำเพื่อเขา ดังนั้น น้ำของเราไม่เคยหมดเลย.
การธำรงไว้ซึ่งความเข้มแข็งฝ่ายวิญญาณ
เมื่อคนสุดท้ายในพวกเราที่เป็นมิชชันนารีถูกผลักดันให้ออกจากไลบีเรียในเดือนตุลาคม 1990 สิ่งสำคัญที่สุดในความคิดของเราคือ พี่น้องชายหญิงของเราจะรับมืออย่างไร? จากรายงานที่เราได้รับตั้งแต่ครั้งนั้นดูเหมือนว่าพวกเขาหมกมุ่นต่อไปในงานรับใช้.
ก่อนสงคราม เฉลี่ยจำนวนชั่วโมงที่พยานฯแต่ละคนได้ใช้ไปในงานรับใช้คือราว ๆ เดือนละ 17 ชั่วโมง. กระนั้น ระหว่างสงคราม แม้จะมีความจำเป็นเรื่อย ๆ ที่จะไปค้นหาอาหารในป่าก็ตาม พยานฯในบางประชาคมได้เฉลี่ย 20 ชั่วโมงสำหรับผู้ประกาศแต่ละคน. นอกจากนี้ เนื่องจากการขาดแคลนวารสารหอสังเกตการณ์ พี่น้องหญิงหลายคนของเราได้คัดลอกบทความสำหรับศึกษาด้วยมือ เพื่อว่าพวกเขาจะมีสำเนาเพียงพอที่จะใช้สำหรับการศึกษาในวันอาทิตย์.
สี่ประชาคมซึ่งใกล้เมืองมันโรเวียที่สุดได้ขยายตัวโดยมีพยานฯซึ่งหนีการต่อสู้ในเมือง. มิตรสหายเหล่านี้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีอยู่ เนื่องจากเขาไม่สามารถกลับไปยังบ้านของตนเพื่อเก็บสิ่งใด ๆ. ที่จริง เป็นเวลาหลายเดือน หลายคนอยู่ในแนวรบคนละด้านกับลูก ๆ และบิดามารดาของเขาเอง. สำหรับการประชุมอนุสรณ์ถึงความตายของพระเยซูในวันที่ 30 มีนาคมนั้น สี่ประชาคมนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมรวมกัน 1,473 คน.
พยานฯ 300 คนหรือราว ๆ นั้นที่คงอยู่ต่อไปในมันโรเวีย ได้ออกความพยายามเป็นพิเศษที่จะเป็นไพโอเนียร์สมทบระหว่างเดือนแห่งการประชุมอนุสรณ์ ถึงแม้ว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่พวกเขาอ่อนแอทางร่างกายเนื่องจากหิวโหยจนกระทั่งพวกเขาแทบจะเดินไม่ไหว. พวกเขาทำงานหนักทีเดียวเพื่อเชิญประชาชนมายังการประชุมอนุสรณ์ และมีผู้เข้าร่วมประชุม 1,116 คน.
ผู้ปกครองคริสเตียนคนหนึ่งในมันโรเวียได้ชี้แจงว่า “เราตัดสินใจที่จะเริ่มการประชุมในหอประชุมของเราอีกครั้งตั้งต้นในเดือนธันวาคม 1990. ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งแรกของเรามี 17 คน. ต่อมาเพิ่มเป็น 40 คน และคงมี 40 กว่าคนอยู่ชั่วระยะหนึ่ง. ครั้นแล้วในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้เข้าร่วมประชุมของเราเพิ่มเป็น 65 คน และสัปดาห์ต่อมาเป็น 85 คน. นอกจากนี้ แทบทุกคนในประชาคมตอบรับการเรียกร้องให้เป็นไพโอเนียร์สมทบในเดือนมีนาคม.”
การเอาใจใส่ต่อคนอื่น ๆ
ญาติที่ไม่ใช่พยานของพยานฯคนหนึ่งได้ให้ข้อสังเกตว่า “พวกพี่น้องในคริสต์จักรของเราหมกมุ่นอยู่ในการฆ่ากันและกัน [จากเผ่าตรงข้าม] ระหว่างสงคราม ไม่เคยมีเวลาสำหรับเพื่อนร่วมความเชื่อ.” แต่สภาพการณ์ช่างผิดกันสักเพียงไรกับพลไพร่ของพระยะโฮวา!
ตัวอย่างเช่น ประธานของหน่วยบรรเทาทุกข์หน่วยหนึ่งในละแวกใกล้เคียง ได้เขียนถึงพี่น้องท้องถิ่นของเราที่เอาใจใส่ดูแลสาขาในเดือนกุมภาพันธ์ 1991 ว่า “จดหมายฉบับนี้ใช้เป็นเครื่องแสดงความขอบคุณและความหยั่งรู้ค่าต่อท่านและสถาบันของท่านสำหรับห้องเก็บของที่ท่านให้เราใช้ต่อ ๆ ไประหว่างการแจกจ่ายอาหารแก่ประชาชนของเรา. อากัปกิริยาที่มีมนุษยธรรมของท่านแสดงให้เห็นความเต็มใจของท่านฐานะเป็นสมาคมที่จะนำมาซึ่งสันติภาพและไมตรีจิตต่อประเทศชาติ. โปรดทำการรับใช้ที่ดีของท่านต่อ ๆ ไป.”
พยานพระยะโฮวาในประเทศอื่น ๆ ตอบสนองอย่างฉับไวต่อความจำเป็นของพี่น้องชาวไลบีเรียของพวกเขา. มีการส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์มาจากประเทศต่าง ๆ เช่น เซียร์ราลีโอนและโกตดิวัวร์ในแอฟริกาตะวันตก เนเธอร์แลนด์และอิตาลีในยุโรป และสหรัฐด้วย.
เด็กหญิงเล็ก ๆ คนหนึ่งซึ่งมารดาของเธอถูกประหารชีวิตเพราะเป็นสมาชิกของเผ่าที่ถูกเกลียดชัง ได้แสดงความรู้สึกขอบคุณต่อความช่วยเหลือที่เธอได้รับ. เธอเขียนว่า “ขอบคุณมากจริง ๆ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณส่งให้หนู. คุณทำให้หนูรู้สึกเหมือนกับว่าคุณแม่อยู่ใกล้ ๆ หนู. หนูเสียคุณแม่กับน้องชายเล็ก ๆ ไปในสงคราม. หนูขอพระยะโฮวาให้อวยพระพรพวกคุณทุกคน. หนูอายุ 11 ขวบ.”
เพราะรู้สึกขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่เขาได้รับ พี่น้องชายคนหนึ่งพร้อมกับครอบครัวที่มีหกคน และผู้ซึ่งภรรยาของเขาต้องซ่อนตัวอยู่เป็นเวลาหลายเดือนเนื่องจากต้นกำเนิดเกี่ยวกับเผ่าของเธอได้เขียนว่า “เรามิได้บุกรุกเข้าไปในบ้านของประชาชนเพื่อช่วงชิงของไปแล้วขายทรัพย์สินของพวกเขา และถึงกระนั้น ต่างจากเพื่อนบ้านของเรา เรามีอะไรบางอย่างที่จะรับประทานทุกวัน เพราะเรารู้วิธีใช้ของเล็กน้อยที่เรามีอยู่นั้นอย่างฉลาดสุขุม. เราได้เรียนรู้เรื่องนี้จากพระยะโฮวา.”
ที่น่าประทับใจทีเดียวก็คือน้ำใจของพี่น้องชายคนหนึ่งซึ่งได้หนีไปยังโกตดิวัวร์พร้อมกับภรรยาและลูกสองคน. เขาได้ทิ้งบ้านหลังงามไว้เบื้องหลังซึ่งภายหลังถูกไฟไหม้เรียบ. ถึงกระนั้น เขาบอกว่าสิ่งที่ทำให้ปวดร้าวใจมากที่สุดคือไม่ใช่การเสียบ้าน หากแต่ห้องสมุดตามระบอบการของพระเจ้าของเขาต่างหาก!
ได้เรียนรู้บทเรียนอันล้ำค่า
เมื่อมองย้อนหลัง ผมหยั่งรู้ค่าการที่พระยะโฮวาได้ทรงสอนบทเรียนอันล้ำค่าแก่เราหลายประการ. การรู้จักเป็นส่วนตัวกับหลายคนซึ่งได้รักษาความซื่อสัตย์มั่นคงของเขาและรอดชีวิต เช่นเดียวกับบางคนซึ่งได้รักษาความซื่อสัตย์มั่นคงของเขาแล้วตายไป ผมได้เรียนรู้ที่จะหยั่งรู้เข้าใจความสำคัญของการมีเจตคติของอัครสาวกเปาโลผู้ซึ่งเขียนว่า “เพราะไม่ว่าเราจะอยู่หรือตายก็ตาม เราก็เป็นคนของพระยะโฮวาเสมอ. เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราอยู่หรือตาย เราเป็นคนของพระยะโฮวา.”—โรม 14:8, ล.ม.
อีกคนหนึ่งที่เป็นมิชชันนารีมานานได้กล่าวว่า “ตลอดประสบการณ์ทุกอย่างนี้ เราได้เรียนรู้ว่าพระยะโฮวาทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ที่ไม่มีผู้ใดเปรียบปาน. ดังที่เปาโลได้กล่าวว่า ‘เราคาดว่าถึงที่ตายแล้ว แต่ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อมิให้ไว้ใจตนเอง ให้ไว้ใจพระเจ้าผู้ทรงบันดาลให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นมาจากความตาย.’” (2 โกรินโธ 1:9; บทเพลงสรรเสริญ 30:10) เขากล่าวเสริมว่า “สงครามทำให้ชัดแจ้งแก่เราทีเดียวว่าพลไพร่ของพระยะโฮวาเป็นภราดรภาพจริง ๆ สวมใส่ความรักแบบเสียสละตัวเองตามที่พระเยซูได้ทรงเน้นนั้น.”—โยฮัน 13:35.
จดหมายฉบับหนึ่งจากพี่น้องหญิงชาวไลบีเรียถึงบางคนในพวกเราที่เป็นมิชชันนารีผู้ซึ่งต้องออกจากประเทศระหว่างการต่อสู้ในเดือนตุลาคม 1990 แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีถึงความเข้มแข็งแห่งภราดรภาพแบบคริสเตียนของเรา. เธอเขียนว่า “ดิฉันอธิษฐานขอให้พวกคุณทุกคนกลับมายังไลบีเรียในไม่ช้าและเราจะมีการประชุมใหญ่ได้. แหม! ดิฉันรอวันนั้นไม่ได้. แค่คิดถึงเรื่องนั้นก็ทำให้ดิฉันมีความสุขอยู่แล้ว.”
ถูกแล้ว คงจะเป็นสิ่งดีวิเศษที่จะเห็นกิจวัตรปกติของกิจกรรมแบบคริสเตียนได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ในไลบีเรีย. พี่น้องหญิงของเราเป็นฝ่ายถูก การประชุมใหญ่ครั้งแรกในมันโรเวียภายหลังการกลับคืนของพวกมิชชันนารีและผู้ลี้ภัยคนอื่น ๆ จะเป็นการประชุมอันเปี่ยมด้วยความปีติยินดี. ไม่มีข้อสงสัยในเรื่องนั้น!
[แผนที่หน้า 27]
(รายละเอียดดูจากวารสาร)
ไลบีเรีย
มันโรเวีย
คาคาตา
บังกา
กันตา
เซียร์ราลีโอน
กินี
โกตดิวัวร์
มหาสมุทรแอตแลนติก
[รูปภาพหน้า 28]
พวกเด็กของพยานฯที่พลัดพรากจากบ้าน ณ สำนักงานสาขาระหว่างสงคราม
[รูปภาพหน้า 31]
ผู้ลี้ภัยชาวไลบีเรียคัดเลือกเสื้อผ้าทีละชิ้นซึ่งพยานฯในโกตดิวัวร์ได้บริจาค