5-11 ตุลาคม 2026
เพลง 55 อย่ากลัวพวกเขาเลย!
ไว้วางใจพระยะโฮวากับพระเยซู และอย่าหลงกลซาตาน
“ต่อสู้กับมาร แล้วมันจะหนีไปจากคุณ”—ยก. 4:7
จุดสำคัญ
อย่าหลงเชื่อเรื่องที่ซาตานโกหกเกี่ยวกับพระยะโฮวาและพระเยซู
1. ซาตานใช้วิธีไหนเพื่อหลอกให้คนของพระยะโฮวาเลิกรับใช้พระองค์?
เมื่อเราตัดสินใจรับใช้พระยะโฮวา ซาตานกับพวกปีศาจก็กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของเรา แต่ซาตานรู้ว่าถ้าเรามีพระยะโฮวาอยู่ด้วย มันก็ทำอะไรเราไม่ได้ มันเลยพยายามทำให้เราหันหลังให้พระยะโฮวาและเลิกรับใช้พระองค์ วิธีหนึ่งที่มันใช้ก็คือทำให้เราสงสัยว่าพระยะโฮวาและพระเยซูอยู่ข้างเราจริง ๆ หรือเปล่า—2 คร. 11:14; ยก. 1:6
2. ทำไมถึงสำคัญที่เราจะมั่นใจในพระยะโฮวากับพระเยซู?
2 ปกติแล้วเวลาอยู่ในสงคราม ทหารจะต้องมั่นใจในผู้บังคับบัญชา ถ้าพวกเขาสูญเสียความมั่นใจ พวกเขาก็อาจไม่เชื่อฟังและทำอะไรตามใจตัวเอง ซึ่งก็อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของพวกเขามาก คล้ายกัน พวกเราก็เป็นเหมือนทหารที่ทำสงครามกับ “กองทัพปีศาจชั่ว” (อฟ. 6:12) ซาตานรู้ว่าถ้าเราไม่มั่นใจในพระยะโฮวาและพระเยซู เราก็อาจไม่ยอมรับการชี้นำและเลิกเชื่อฟังพระองค์ทั้งสอง มันเลยพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้เราสงสัยในพระยะโฮวากับพระเยซู ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าซาตานใช้วิธีนี้มาแล้วยังไงบ้างในสมัยคัมภีร์ไบเบิล และมันยังคงใช้วิธีนี้ยังไงในทุกวันนี้ แล้วเราจะไม่หลงกลมันได้ยังไง ในบทความหน้าเราจะดูอีก 2 วิธีที่ซาตานใช้เพื่อทำให้เราเลิกรับใช้พระยะโฮวาa
ซาตานโกหกเกี่ยวกับพระยะโฮวาและพระเยซู
3. ซาตานพูดอะไรกับเอวาที่ทำให้เธอไม่มั่นใจในพระยะโฮวาอีกต่อไป?
3 ไม่นานหลังจากที่พระยะโฮวาสร้างอาดัมกับเอวา ซาตานก็พยายามทำให้พวกเขาเลิกเชื่อฟังพระองค์ มันหลอกให้เอวาหลงเชื่อว่าพระยะโฮวาไม่ได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเธอจริง ๆ มันถามเธอว่า “พระเจ้าไม่ให้พวกคุณกินผลไม้ทุกต้นในสวนนี้จริง ๆ หรือ?” (ปฐก. 3:1-5) ซาตานโน้มน้าวให้เอวาเชื่อว่าพระยะโฮวาตั้งกฎที่ไม่สมเหตุสมผลให้เธอกับสามี แต่น่าเศร้าที่ทั้งสองคนเลือกอยู่ข้างซาตาน พวกเขาหันหลังให้พระยะโฮวาผู้ที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับพวกเขา—ปฐก. 3:6
4. ซาตานโกหกเกี่ยวกับพระยะโฮวายังไง?
4 นับตั้งแต่สมัยของอาดัมกับเอวาเป็นต้นมา ซาตานก็ยังคงโกหกเกี่ยวกับพระยะโฮวามาเรื่อย ๆ เช่น มันใช้เพื่อนจอมปลอมทั้ง 3 คนของโยบให้โกหกเกี่ยวกับพระยะโฮวา และทำให้โยบสงสัยว่าพระองค์รักและเห็นค่าความซื่อสัตย์ของเขาจริง ๆ ไหม (โยบ 22:1-3) ซาตานคิดเอาเองว่าถ้าทำให้โยบเจอปัญหาหนักในชีวิต เขาจะทิ้งพระยะโฮวา แต่ถึงโยบจะเจอปัญหาหนักมากมายจากซาตาน เขาก็ยังคงซื่อสัตย์และไม่ทิ้งพระองค์เลย—โยบ 27:1, 5
5. ซาตานพยายามขัดขวางไม่ให้ผู้คนติดตามพระเยซูยังไง? (มัทธิว 11:19)
5 หลายร้อยปีต่อมาตอนที่พระเยซูมาบนโลก ซาตานก็พยายามขัดขวางผู้คนไม่ให้ติดตามท่าน วิธีหนึ่งที่มันทำแบบนั้นก็คือใช้พวกผู้นำศาสนาและคนอื่น ๆ ที่เกลียดพระเยซูให้โกหกเกี่ยวกับท่าน และพวกเขาก็ประหารพระเยซูเหมือนกับว่าท่านเป็นอาชญากร—อ่านมัทธิว 11:19; 27:27-31; มก. 14:55, 56; ยน. 8:41-45
6-7. ซาตานใช้วิธีอะไรบ้างเพื่อทำให้คริสเตียนในศตวรรษแรกเลิกประกาศ?
6 หลังจากที่พระเยซูตาย ซาตานหันมาเล่นงานพวกสาวกเพื่อทำให้พวกเขาเลิกประกาศ ตอนแรกมันพยายามทำให้ผู้คนสงสัยว่าพระเยซูฟื้นขึ้นจากตายจริงไหม โดยให้มีการแพร่เรื่องโกหกว่าพวกสาวกแอบมาขโมยศพของพระเยซูไป (มธ. 28:11-15) ต่อมาซาตานก็ใช้การข่มเหงเพื่อทำให้คริสเตียนในประชาคมต่าง ๆ กลัว มันอยากให้พวกเขารู้สึกว่างานที่พระเยซูมอบหมายให้ทำนั้นยากเกินไปและพวกเขาคงทำไม่ไหว—กจ. 7:57–8:1; 12:1-3; 28:22
7 ถึงจะมีคริสเตียนบางคนยอมแพ้เมื่อเจอการข่มเหง แต่พวกเขาส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่อเข้มแข็งและประกาศต่อไป พวกเขารู้ว่าศัตรูที่แท้จริงก็คือซาตานและพวกปีศาจ (กจ. 4:18-20; 1 ปต. 5:8) แล้วในทุกวันนี้ซาตานใช้วิธีอะไรบ้างเพื่อทำให้เราท้อใจและเลิกรับใช้พระยะโฮวา?
ซาตานยังคงโกหกเกี่ยวกับพระยะโฮวาและพระเยซู
8. ซาตานใช้ศาสนาเท็จเพื่อแพร่คำโกหกเกี่ยวกับพระยะโฮวาและพระเยซูยังไง?
8 วิธีหลักอย่างหนึ่งที่ซาตานใช้ในทุกวันนี้ก็คือการบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับพระยะโฮวาและพระเยซู ซาตานเป็น “พ่อของการโกหก” มันแพร่คำโกหกเกี่ยวกับพระองค์ทั้งสองโดยใช้ศาสนาเท็จ (ยน. 8:44) ตัวอย่างเช่น มันทำให้ผู้คนไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วพระยะโฮวากับพระเยซูเป็นใคร (2 คร. 4:3, 4) ศาสนาคริสต์นิกายต่าง ๆ มักจะสอนว่าพระเจ้ากับพระเยซูเป็นองค์เดียวกัน คำสอนนี้ทำให้ผู้คนแทบไม่รู้จักพระยะโฮวาและหันไปนมัสการพระเยซูแทน แต่ทั้งพระยะโฮวาและพระเยซูไม่ยอมรับการนมัสการแบบนี้ (มธ. 4:10; ยน. 4:23) เมื่อหลายคนหลงเชื่อคำสอนนี้มันก็อาจยากมากที่จะหาเหตุผลกับพวกเขา และบางครั้งพวกเขาถึงกับต่อต้านงานประกาศของเรา
9. ซาตานใช้ศาสนาเท็จยังไงเพื่อทำให้ผู้คนไม่รู้จักพระเจ้า? (เยเรมีย์ 23:26, 27)
9 เมื่อเราเริ่มเป็นเพื่อนกับใครสักคน สิ่งแรกที่เราต้องรู้ก็คือชื่อของเขา ซาตานพยายามขัดขวางไม่ให้ผู้คนเป็นเพื่อนกับพระยะโฮวาโดยทำให้พวกเขาไม่รู้จักชื่อของพระองค์ เป็นเวลานานมาแล้วที่ซาตานใช้ศาสนาเท็จเพื่อทำให้ผู้คนลืมชื่อของพระเจ้า (อ่านเยเรมีย์ 23:26, 27) มันพยายามทำให้ชื่อของพระองค์ซึ่งเป็นเหมือนป้อมปราการที่แข็งแกร่งถูกลบออกจากคัมภีร์ไบเบิลหลายฉบับ (สภษ. 18:10) ซาตานยังอยู่เบื้องหลังคำโกหกที่ว่าพระเจ้าเป็นต้นเหตุของความทุกข์ เรื่องโกหกนี้ทำให้คนที่มีหัวใจดีรู้สึกยากที่จะเป็นเพื่อนกับพระองค์ (ยก. 4:8) นอกจากนั้น ซาตานยังพยายามหาทางที่จะทำให้ความเชื่อของเราอ่อนแอลงด้วย
10. อะไรอาจทำให้เราเริ่มรู้สึกโกรธพระยะโฮวา?
10 ตอนที่เราเจอปัญหาในชีวิต ซาตานอยากให้เราเชื่อว่าพระยะโฮวาไม่สนใจเรา มันหวังว่าเราจะโกรธพระองค์ที่ไม่ยอมทำให้ปัญหาของเราหมดไปสักที (สภษ. 19:3) คนที่เริ่มรู้สึกแบบนี้อาจถึงกับสงสัยว่า ‘จะทำตามกฎหมายและหลักการของพระเจ้าไปเพื่ออะไร? มันไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย!’ถ้าเราเริ่มคิดแบบนี้ เราก็อาจถูกซาตานชักจูงได้
11. ซาตานใช้อะไรเพื่อทำให้ผู้คนสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐานของพระยะโฮวา? (ดูภาพด้วย)
11 นอกจากนั้น ซาตานยังใช้โซเชียลมีเดียเพื่อทำให้เราสงสัยว่ามาตรฐานของพระยะโฮวาดีจริง ๆ หรือเปล่า หลายคนในโซเชียลมีเดียบอกว่ามาตรฐานด้านศีลธรรมในคัมภีร์ไบเบิลล้าสมัย และทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง ซาตาน “ผู้ปกครองโลกนี้” เชี่ยวชาญมากในการทำให้ผู้คนมองไม่ออกว่าอะไรถูกอะไรผิด—ยน. 14:30; อสย. 5:20; 1 ทธ. 4:1, 2
คนในโลกของซาตานพยายามเต็มที่ที่จะทำให้เราไม่ทำตามมาตรฐานของพระเจ้า (ดูข้อ 11)
12. ทำไมเราไม่ควรเชื่อคนในโลกของซาตาน?
12 ถ้าเราเชื่อคนในโลกของซาตาน เราก็จะค่อย ๆ ห่างจากพระยะโฮวา ให้เรามาดูตัวอย่างของพี่น้องหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่เราจะเรียกเธอว่าแชนน่อน เธอเล่าว่า “มันใช้เวลานานเหมือนกันกว่าที่ฉันจะรู้ตัวว่า เรื่องที่สอนกันในโรงเรียนและความคิดของเพื่อน ๆ ส่งผลต่อฉันมากขนาดนี้ ฉันเริ่มชอบสิ่งที่พระยะโฮวาเกลียด ยิ่งฉันเล่นโซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอยากทำตามพวกเขา ฉันค่อย ๆ ห่างจากพระยะโฮวา ครอบครัว และพี่น้อง” แต่ในที่สุด แชนน่อนก็กลับมาหาพระยะโฮวาและหลุดพ้นจากกับดักของซาตานได้ อะไรช่วยเธอ?
13. คุณได้เรียนอะไรจากประสบการณ์ของแชนน่อน?
13 แชนน่อนรู้ตัวว่าเธอต้องพยายามเต็มที่ที่จะสนิทกับพระยะโฮวาและพระเยซูอยู่เสมอ แชนน่อนบอกว่า “ฉันก็เลยอธิษฐานและพยายามทำตามที่ตัวเองอธิษฐาน โดยค้นคว้าในหนังสือและสื่อต่าง ๆ ขององค์การ วีดีโอหนุ่มสาวถามว่า—ฉันจะหาเพื่อนแท้ได้อย่างไร? ช่วยฉันได้มากb ฉันเป็นเหมือนกับพี่น้องหญิงวัยรุ่นในวีดีโอเลยค่ะ ฉันก็เลยอยากเลียนแบบเธอ เธอไปขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ ฉันก็ทำแบบนั้นด้วย แล้วพ่อแม่ ผู้ดูแลในประชาคม และพี่น้องหญิงที่มีความเป็นผู้ใหญ่ก็ช่วยฉันให้เลิกคบเพื่อนที่ไม่ดี ฉันได้มาเข้าใจว่าการอยู่ในความจริงไม่ได้หมายถึงแค่ไปประชุมหรือทำสิ่งที่พ่อแม่พอใจเท่านั้น แต่มันหมายความว่าฉันต้องรักความจริงในคัมภีร์ไบเบิลด้วยตัวเองและสนิทกับพระยะโฮวาเสมอ”
ขอให้มั่นใจว่าพระยะโฮวากับพระเยซูเป็นเพื่อนของคุณ
14. ซาตานพยายามทำให้ความเชื่อของเราอ่อนแอลง แต่เราจะเอาชนะมันได้ยังไง? (ดูภาพด้วย)
14 เราต้องเลือกเพื่อนอย่างฉลาดเพื่อเราจะสนิทกับพระยะโฮวาเสมอ (ยก. 4:4) นอกจากนั้น เราต้องไม่เชื่อทุกอย่างที่ได้อ่านหรือได้ยินจากคนทั่วไปในโลก เช่น เราอาจได้อ่านหรือได้ยินบางอย่างที่จริงบ้างไม่จริงบ้างหรือเป็นเรื่องโกหกทั้งหมด ถ้าเรายังคงฟังเรื่องเหล่านั้นต่อไป เราอาจเริ่มเชื่อก็ได้ แต่ถ้าเราอ่านและศึกษาคัมภีร์ไบเบิล รวมทั้งหนังสือต่าง ๆ ขององค์การ และสนิทกับพี่น้องที่มีความเป็นผู้ใหญ่เสมอ เราก็จะไม่ถูกชักจูงได้ง่าย ๆ ซาตานพยายามทำให้ความเชื่อของเราอ่อนแอลง แต่ถ้าเรารู้จักความจริงในคัมภีร์ไบเบิลให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เราก็จะเอาชนะมันได้—สภษ. 13:20; กจ. 17:11
เราจะไม่หลงกลซาตานถ้าเราหาวิธีที่จะสนิทกับพระยะโฮวาเสมอ (ดูข้อ 14)
15. เราจะทำให้ตัวเองมั่นใจได้ยังไงว่าพระยะโฮวากับพระเยซูอยู่ข้างเรา?
15 การอ่านและศึกษาคัมภีร์ไบเบิลอย่างลึกซึ้งจะช่วยให้เรามั่นใจว่าพระยะโฮวากับพระเยซูอยู่ข้างเรา (สภษ. 22:19) เมื่อเราคิดใคร่ครวญเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลที่แสดงว่าพระยะโฮวากับพระเยซูรักและสนใจเราขนาดไหน มันก็ยิ่งทำให้เรามั่นใจว่าพระองค์ทั้งสองคือเพื่อนที่เราไว้ใจได้จริง ๆ คัมภีร์ไบเบิลเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ช่วยให้เรามั่นใจว่าพระยะโฮวากับพระเยซูรักเรามาก เช่น พระยะโฮวาอธิบายว่าพระองค์รักผู้รับใช้ของพระองค์มากกว่าที่แม่รักลูกซะอีก (อสย. 49:15) พระองค์มองว่าคนที่ยกย่องสรรเสริญชื่อของพระองค์ก็เป็น “ของมีค่า” สำหรับพระองค์ (มลค. 3:16, 17, เชิงอรรถ) คัมภีร์ไบเบิลยังช่วยให้เรารู้ว่าพระเยซูรักเรามากเพราะท่านยอมตายเพื่อเรา—ยน. 15:12, 13
16. การคิดถึงประสบการณ์ของตัวเองหรือการฟังประสบการณ์ของคนอื่นช่วยเรายังไง? (สดุดี 118:5, 6)
16 การคิดว่าพระยะโฮวาและพระเยซูช่วยเรายังไงในทุกวันนี้ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นว่าพระองค์ทั้งสองรักเรา เราอาจคิดถึงช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าพระยะโฮวาอยู่ใกล้เรา การคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นทำให้เราได้กำลังใจ เรายังถามพี่น้องคนอื่น ๆ ได้ด้วยว่าพระยะโฮวาเคยช่วยพวกเขามาแล้วยังไงบ้าง (สภษ. 22:17) การทำแบบนี้จะช่วยให้เรามั่นใจมากขึ้นว่า ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาอะไร พระยะโฮวาและพระเยซูจะอยู่ข้างเรา—อ่านสดุดี 118:5, 6
17. อย่างที่บอกไว้ในยอห์น 10:29 พระเยซูสัญญาอะไรกับคนที่สนิทกับท่านและพ่อของท่านเสมอ?
17 เราทุกคนต้องการสนิทกับพระยะโฮวาและพระเยซูเสมอ แต่ตราบใดที่ซาตานกับพวกปีศาจยังไม่ถูกทำลายตลอดไป เราก็ต้องสู้กับพวกมันที่พยายามทำให้เราสูญเสียความมั่นใจในพระยะโฮวาและพระเยซู (วว. 20:1-3, 10) เพื่อที่เราจะไม่หลงกลซาตาน เราต้องสนิทกับพระยะโฮวาและพระเยซูไว้ เราต้องมั่นใจว่าพระองค์ทั้งสองรักและเห็นค่าเรา แล้วเราก็จะเป็นเหมือนที่พระเยซูบอกไว้ว่า “จะไม่มีใครแย่ง [เรา] ไปจากมือของพ่อได้”—อ่านยอห์น 10:29; ยก. 4:7
18. เราจะดูเรื่องอะไรในบทความถัดไป?
18 ในบทความถัดไป เราจะมาดูอีก 2 วิธีที่ซาตานใช้ นั่นคือมันพยายามทำให้พี่น้องในประชาคมแตกแยกกัน และมันใช้การต่อต้านจากภายนอก แล้วเราจะสู้กับวิธีเหล่านี้ของซาตานได้ยังไง? ให้เรามาดูกัน
เพลง 150 ขอให้มาหาพระเจ้าเพื่อจะรอด
a แม้ซาตานไม่ได้เป็นต้นเหตุของความทุกข์ทั้งหมดที่เราเจอ แต่ “น้ำใจของโลก” มาจากซาตาน ซึ่งน้ำใจนี้ทำให้ผู้คนต่อต้านคนของพระยะโฮวา ดังนั้น ซาตานเป็นผู้อยู่เบื้องหลังปัญหาและการต่อต้านที่เราเจอไม่ทางตรงก็ทางอ้อม—1 คร. 2:12; 1 ยน. 5:19
b เพื่อดูว่ามีบทความหรือวีดีโออะไรบ้างที่ช่วยให้วัยรุ่นสนิทกับพระยะโฮวา ไปที่เว็บไซต์ jw.org เลือกส่วนวัยรุ่นและหนุ่มสาว จากนั้นเลือกแท็บ “ความเชื่อ” ส่วนในแอปJW Library ® ไปที่บทความชุด เลือก “หนุ่มสาวถามว่า” และเลือกหัวเรื่อง “ความเชื่อ”