9-15 พฤศจิกายน 2026
เพลง 36 ปกป้องหัวใจของเรา
วิธีช่วยให้เรา “เต็มใจเชื่อฟัง”
“โปรดช่วยผมให้เต็มใจเชื่อฟัง”—1 พก. 3:9
จุดสำคัญ
เราจะเต็มใจเชื่อฟังพระยะโฮวาได้ยังไง
1. คนทุกวันนี้อาจเชื่อฟังกฎหมายบ้านเมืองด้วยเหตุผลอะไร?
คนทุกวันนี้เชื่อฟังกฎหมายบ้านเมืองด้วยหลายเหตุผล เช่น หลายคนอาจเชื่อฟังแค่ตอนที่เจ้าหน้าที่กำลังจับตาดูอยู่หรือเชื่อฟังเพราะกลัวถูกลงโทษ แต่เมื่อพูดถึงการเชื่อฟังพระเจ้า บางคนก็ทำไปเพราะแค่อยากมีหน้ามีตาเหมือนพวกหัวหน้าศาสนาในสมัยพระเยซู (มธ. 23:5) แต่เราเชื่อฟังพระยะโฮวาเพราะเห็นประโยชน์จากการทำตามคำแนะนำของพระองค์ (อสย. 48:17, 18) ที่จริง การเชื่อฟังเพราะเหตุผลนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี แต่มีเหตุผลสำคัญกว่านั้นที่เราควรเชื่อฟังพระยะโฮวา
2. เหตุผลสำคัญที่เราเชื่อฟังพระยะโฮวาคืออะไร?
2 เหตุผลสำคัญที่เราเชื่อฟังพระยะโฮวาก็คือเรารักพระองค์มาก (มธ. 22:37, 38) นี่เลยทำให้เรา “เต็มใจเชื่อฟัง” พระองค์ (รม. 6:17) เมื่อเรารักพระยะโฮวาและ “เต็มใจเชื่อฟัง” พระองค์ เราก็จะพยายามเต็มที่ที่จะทำตามคำสั่งของพระองค์ เราเต็มใจเชื่อฟังไม่ใช่แค่ตอนที่มีคนดูเราอยู่ หรือเชื่อฟังแค่เพราะเห็นทันทีว่าการเชื่อฟังทำให้ได้ประโยชน์ แต่เราต้องยอมรับว่าหัวใจของเราทรยศยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เลยไม่ง่ายที่จะมีความคิดที่ถูกต้องอยู่เสมอ ในบทความนี้เราจะมาดูเรื่องราว 2 เรื่องในคัมภีร์ไบเบิลที่ช่วยให้เราเต็มใจเชื่อฟัง เราจะเริ่มจากเรื่องราวของชาวอิสราเอลตอนที่ออกจากอียิปต์ จากนั้นเราจะดูตัวอย่างที่ดีของกษัตริย์เยโฮชาฟัทแห่งอาณาจักรยูดาห์
ตอนแรกเชื่อฟัง ตอนหลังดื้อด้าน
3. ทำไมชาวอิสราเอลอาจกลัวจนไม่กล้าทำตามคำสั่งของพระยะโฮวา? (ดูภาพด้วย)
3 ก่อนที่พระยะโฮวาจะพาชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์ พระองค์ให้คำสั่งอย่างหนึ่งซึ่งเป็นการทดสอบว่าพวกเขาจะเชื่อฟังหรือเปล่า พระยะโฮวาสั่งให้พวกเขาถวายลูกแกะตัวผู้หรือลูกแพะตัวผู้เป็นเครื่องบูชา และเอาเลือดมันไปประพรมที่เสาประตูบ้านทั้ง 2 ข้างเพื่อที่ชาวอิสราเอลจะรอดจากภัยพิบัติอย่างที่ 10 (อพย. 12:5, 7) บ้านไหนที่มีเลือดทาที่เสาประตู ลูกชายคนโตและลูกสัตว์ที่เป็นตัวผู้ตัวแรกของบ้านนั้นจะไม่ตาย แต่ชาวอิสราเอลก็อาจกลัวและไม่กล้าเชื่อฟังคำสั่งนี้ก็ได้ เพราะอะไร? เพราะชาวอียิปต์ถือว่าแกะเป็นสัตว์ที่ศักดิ์สิทธิ์ ชาวอิสราเอลอาจกลัวว่าถ้าฆ่าแกะ ชาวอียิปต์ก็จะโกรธและมาฆ่าพวกเขาได้ (อพย. 8:25-27) ถึงอย่างนั้น ชาวอิสราเอลก็เชื่อฟังและ “ทำตามที่พระยะโฮวาสั่ง” เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขา (อพย. 12:28) ในที่สุด พระยะโฮวาก็ไว้ชีวิตลูกชายคนโตรวมถึงลูกสัตว์ตัวผู้ตัวแรกทั้งหมดของชาวอิสราเอล
ชาวอิสราเอลเชื่อฟังพระยะโฮวาแม้อาจทำให้ชาวอียิปต์โกรธ (ดูข้อ 3)
4. พระยะโฮวาสั่งให้ชาวอิสราเอลทำอะไรหลังจากที่พวกเขาออกจากอียิปต์?
4 คืนนั้น ชาวอิสราเอลเดินทางออกจากอียิปต์ ตอนแรกพระยะโฮวาพาพวกเขามุ่งหน้าไปทางเหนือของทะเลแดง พอไปถึง พระองค์ก็สั่งให้พวกเขาทำสิ่งที่มนุษย์อาจคิดว่าไม่มีเหตุผลเลย พระองค์บอกให้พวกเขาเดินทางไปทางทิศใต้และให้ตั้งค่ายระหว่างทะเลแดงกับภูเขา การตั้งค่ายในจุดนั้นดูเหมือนทำให้ชาวอิสราเอลเจอทางตัน กองทัพของฟาโรห์กำลังไล่ตามหลังพวกเขามาและข้างหน้าก็มีทะเลแดงขวางอยู่ แต่ชาวอิสราเอลก็ทำตามคำสั่งของพระยะโฮวาที่ให้ผ่านทางโมเสส (อพย. 14:1-4) แต่พอชาวอิสราเอลเห็นว่ากองทัพของชาวอียิปต์กำลังใกล้จะมาถึง พวกเขาก็ “กลัวมาก” และถึงกับโทษโมเสสว่าพาพวกเขามาตาย! (อพย. 14:5-11) ทำไมชาวอิสราเอลถึงรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เชื่อฟังพระยะโฮวา? และพระองค์มองเรื่องนี้ยังไง?
5. ทำไมพระยะโฮวาไม่พอใจชาวอิสราเอล? (สดุดี 106:7 และเชิงอรรถ)
5 คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าตอนที่ชาวอิสราเอลอยู่ที่ทะเลแดง พวกเขา “ไม่เข้าใจสิ่งมหัศจรรย์ที่ [พระยะโฮวา] ทำ” ที่อียิปต์ และ “ไม่นึกถึง” ความรักที่มั่นคงของพระองค์เลย (อ่านสดุดี 106:7 และเชิงอรรถ) ก่อนหน้านี้ตอนที่เกิดภัยพิบัติอย่างที่ 10 ชาวอิสราเอลได้เห็นมาแล้วว่าพระยะโฮวาปกป้องลูก ๆ และฝูงสัตว์ของพวกเขา แต่พวกเขาไม่ได้เห็นถึงความรักของพระองค์ และไม่มั่นใจว่าพระองค์จะช่วยชีวิตพวกเขาอีกครั้ง พระยะโฮวารู้ว่าหัวใจของชาวอิสราเอลเป็นยังไง พระองค์เลยบอกว่า พวกเขา “กบฏที่ริมทะเลแดง” แม้ชาวอิสราเอลจะเดินตามโมเสสข้ามผ่านทะเลแดงมาได้ แต่พวกเขาไม่เคยปรับความคิดของตัวเอง ในที่สุด พระยะโฮวาไม่ยอมรับชาวอิสราเอลรุ่นนี้และไม่อนุญาตให้เข้าไปในแผ่นดินที่พระองค์สัญญา (สด. 106:21, 24-26) เราได้เรียนอะไรจากเรื่องนี้?
บทเรียนจากตัวอย่างที่ไม่ดีของชาวอิสราเอล
6. เราจะทำอะไรถ้าเราเต็มใจเชื่อฟัง? (เยเรมีย์ 23:4)
6 เรื่องราวนี้ทำให้เห็นว่าเราต้องตรวจสอบตัวเองว่าทำไมเราถึงเชื่อฟังพระยะโฮวาและคนที่พระองค์ใช้ให้นำหน้า เราอาจถามตัวเองว่า ‘ฉันเชื่อฟังแค่เพราะเห็นว่ามันมีประโยชน์เท่านั้นไหม?’ ชาวอิสราเอลบางคนอาจเอาเลือดไปทาที่เสาประตูแค่เพราะอยากให้ลูกชายคนโตของตัวเองรอดตาย นอกจากนั้น เราอาจถามตัวเองได้ด้วยว่า ‘ฉันเชื่อฟังพระยะโฮวาตอนที่คนอื่นไม่เชื่อฟังไหม? ฉันเชื่อฟังพระองค์ไหมถ้าการทำแบบนั้นจะทำให้คนอื่นไม่พอใจ?’ ในคืนที่ชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์ “พระยะโฮวาทำให้ชาวอียิปต์เมตตาชาวอิสราเอล” (อพย. 12:36) แต่พอชาวอียิปต์หันกลับมาไล่ล่าพวกเขา พวกเขาก็ไม่มั่นใจในพระยะโฮวาอีกต่อไปและกบฏต่อพระองค์ (อพย. 14:10-12) เราไม่อยากเป็นเหมือนชาวอิสราเอล เราอยากไว้วางใจพระยะโฮวารวมทั้งคนที่พระองค์ใช้ให้นำหน้าด้วย (อ่านเยเรมีย์ 23:4) เราจะเต็มใจเชื่อฟังคำแนะนำแม้จะไม่เข้าใจเหตุผลเต็มที่และแม้ว่ามันจะทำให้คนที่เกลียดพระยะโฮวาไม่ชอบเรา แล้วอะไรจะช่วยให้เราเต็มใจเชื่อฟังและไม่ทำผิดพลาดเหมือนชาวอิสราเอล?
7. ทำไมความรักที่มีต่อพระยะโฮวาถึงกระตุ้นเราให้เชื่อฟังพระองค์?
7 รักพระยะโฮวาให้มากขึ้น ตอนที่องค์การแนะนำเราแต่เรายังไม่เห็นประโยชน์ทันทีจากการทำตามคำแนะนำ หรือถ้าการทำตามคำแนะนำทำให้เราเจอปัญหา มันก็อาจยากสำหรับเราที่จะเชื่อฟังคำแนะนำนั้น ถ้าเป็นแบบนี้ เราต้องจำไว้ว่าเราเชื่อฟังพระยะโฮวาเพราะเรารักและไว้วางใจพระองค์ (1 ยน. 5:3) ถ้าเรารักพระยะโฮวา เราก็จะอดทนรอคอยพระองค์และยอมรับว่าอาจต้องใช้เวลาบ้างกว่าจะเห็นผลดีที่มาจากการเชื่อฟัง—ปญจ. 7:8; มคา. 7:7
8. พี่น้อง 2 คนตั้งใจที่จะเชื่อฟังยังไง?
8 พี่น้องในทุกวันนี้วางตัวอย่างที่ดีในเรื่องการเชื่อฟังแม้ยังไม่เห็นทันทีว่าพวกเขาจะได้ประโยชน์อะไร เช่น ในช่วงโควิด องค์การแนะนำให้จัดการประชุมทางออนไลน์ ผู้ดูแลคนหนึ่งจากเปรูเล่าว่า “ตอนแรกผมคิดว่าคำแนะนำนี้ใช้ไม่ได้กับประเทศของเรา” ถึงจะคิดแบบนั้น แต่เขาก็ตั้งใจที่จะเชื่อฟังพระยะโฮวาและไว้วางใจพระองค์ (สภษ. 3:5, 6) ผลเป็นยังไง? เขาเล่าว่า “ผมเห็นเลยว่าพระยะโฮวาอวยพรที่เราเชื่อฟัง ประชาคมของเราเข้มแข็งและเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น” อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ในช่วงปี 2020 องค์การได้มีคำแนะนำใหม่เกี่ยวกับประชาคมและกลุ่มที่ใช้ภาษาต่างประเทศ พี่น้องหญิงคนหนึ่งในญี่ปุ่นได้รู้ว่ากลุ่มที่เธอกำลังรับใช้อยู่กำลังจะถูกยุบ เธอเล่าว่า “ฉันตั้งใจที่จะเชื่อฟังและไม่พูดถึงเรื่องนี้ในแง่ไม่ดี ฉันคิดว่าการปรับเปลี่ยนนี้จะทำให้เกิดผลดีแน่นอน”
9. เราจะเตรียมใจให้พร้อมที่จะเจอการต่อต้านงานประกาศได้ยังไง? (ดูภาพด้วย)
9 เตรียมใจให้พร้อมที่จะเจอการต่อต้าน เราต้องเตรียมใจให้พร้อมที่จะประกาศต่อไปแม้จะมีคนต่อต้านเรา แม้เรายังประกาศได้อย่างอิสระในหลายประเทศ แต่เราก็ยังต้องใช้ความกล้าเมื่อประกาศเรื่องรัฐบาลของพระเจ้า เพราะเราประกาศว่าอีกไม่นานโลกชั่วนี้จะถูกทำลาย เราจะประกาศเรื่องนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าสงครามอาร์มาเกดโดนจะเริ่มต้น (มธ. 24:14) นอกจากนั้น ในช่วงความทุกข์ยากลำบากครั้งใหญ่ ข่าวสารที่เราประกาศอาจตรงไปตรงมามากขึ้นและทำให้ผู้คนต้องตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่ฝ่ายรัฐบาลของพระเจ้าหรือไม่ สำหรับคนที่เกลียดพระยะโฮวา ข่าวสารที่เราประกาศอาจเป็นเหมือนกับภัยพิบัติที่ “ร้ายแรงจริง ๆ”a (วว. 16:21) พวกเขาคงจะโกรธจัดเมื่อฟังข่าวนี้เหมือนกับที่ฟาโรห์โกรธที่ทะเลแดง เราสามารถเตรียมใจให้พร้อมที่จะเจอการต่อต้านในอนาคตโดยเชื่อฟังคำสั่งที่ให้ประกาศตั้งแต่ตอนนี้ไม่ว่าคนอื่นจะชอบหรือไม่ชอบเรา
การเชื่อฟังตั้งแต่ตอนนี้ช่วยเตรียมใจเราให้พร้อมที่จะเจอการต่อต้านในอนาคต (ดูข้อ 9)
เลียนแบบกษัตริย์เยโฮชาฟัทที่เชื่อฟัง
10. กษัตริย์เยโฮชาฟัทรู้สึกยังไงตอนศัตรูจะมาโจมตีอาณาจักรยูดาห์?
10 คัมภีร์ไบเบิลมีตัวอย่างที่ดีของคนที่เชื่อฟัง เช่น กษัตริย์เยโฮชาฟัทแห่งอาณาจักรยูดาห์ ครั้งหนึ่งมี 3 ชาติรวมตัวกันเพื่อจะโจมตียูดาห์ เลยไม่แปลกที่เยโฮชาฟัทกับประชาชนจะรู้สึกกลัวมาก (2 พศ. 20:1-3) แต่เยโฮชาฟัทไม่ได้กลัวจนทำอะไรไม่ถูก เขาลงมือทำบางอย่างที่ฉลาดมาก ให้เรามาดูกันว่าเยโฮชาฟัททำอะไรที่แสดงว่าเขาเป็นคนเชื่อฟัง และเราจะเลียนแบบเขาได้ยังไง
11. เยโฮชาฟัททำอะไรตอนที่เขารู้สึกกลัว? (2 พงศาวดาร 20:5, 6, 10-12)
11 ตั้งใจขอความช่วยเหลือจากพระยะโฮวาและเชื่อฟังพระองค์ ตอนที่เยโฮชาฟัทรู้สึกกลัว เขา “ตั้งใจขอความช่วยเหลือจากพระยะโฮวา” (2 พศ. 20:3) ที่จริง เยโฮชาฟัทชอบขอคำแนะนำจากพระยะโฮวาอยู่แล้ว (2 พศ. 19:3) แต่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้ เขายิ่งตั้งใจแน่วแน่ที่จะขอคำแนะนำและตั้งใจจะเชื่อฟังทุกอย่างที่พระองค์สั่ง จากนั้น เยโฮชาฟัทก็อธิษฐานอย่างจริงจังเพื่อขอคำแนะนำจากพระยะโฮวา (อ่าน 2 พงศาวดาร 20:5, 6, 10-12) เราเองก็เลียนแบบเขาได้ เวลาที่เจอสถานการณ์เครียด ๆ ให้เราตั้งใจเชื่อฟังพระยะโฮวา มองหาคำแนะนำจากพระองค์โดยการอธิษฐานและศึกษาส่วนตัว และมั่นใจว่าพระองค์จะช่วยเราแน่นอน—สด. 119:112
12. อะไรจะช่วยให้เราตั้งใจแน่วแน่ที่จะเชื่อฟังพระยะโฮวา?
12 ศึกษาค้นคว้าเพื่อจะมีความรู้ในคัมภีร์ไบเบิลมากขึ้น คำอธิษฐานของเยโฮชาฟัทแสดงให้เห็นว่าเขารู้ดีว่าพระยะโฮวาทำอะไรมาแล้วบ้างในอดีต เขารู้ว่าพระยะโฮวาสัญญาอะไรกับอับราฮัม และรู้ว่าพระองค์ช่วยชาวอิสราเอลให้เข้าไปอยู่ในแผ่นดินที่พระองค์สัญญาได้ยังไง (ปฐก. 12:7) นอกจากนั้น คำอธิษฐานของเยโฮชาฟัทก็คล้ายกับคำอธิษฐานของโซโลมอนตอนที่อุทิศวิหารด้วย (2 พศ. 6:28-30; 20:5-9) ความรู้ที่เยโฮชาฟัทมีช่วยให้เขายิ่งไว้วางใจในพระยะโฮวาและตั้งใจที่จะเชื่อฟังพระองค์ เพื่อเราจะตั้งใจเชื่อฟังพระยะโฮวามากขึ้น เราก็ต้องทำให้ “ห้องเก็บสมบัติ” ของเรามีสมบัติเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิลเป็นประจำ (มธ. 13:52) ถ้าเราทำแบบนั้น เราก็จะยิ่งตั้งใจแน่วแน่ที่จะเชื่อฟังพระยะโฮวาแม้แต่ตอนที่เจอปัญหา
13. ความถ่อมจะช่วยให้เราเชื่อฟังได้ยังไง?
13 เรียนรู้ที่จะถ่อมตัวอยู่เสมอ คำอธิษฐานของเยโฮชาฟัทยังทำให้เห็นว่าเขาเป็นคนถ่อมด้วย เยโฮชาฟัทมีกองทัพใหญ่ แต่เขาไม่ได้คิดจะสู้กับศัตรูโดยไม่พึ่งพระยะโฮวา ตอนที่อธิษฐานต่อหน้าประชาชน เขาถ่อมตัวยอมรับว่าเขากับประชาชนต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์ (2 พศ. 20:12) การที่เยโฮชาฟัทถ่อมตัวแบบนี้ช่วยให้ง่ายขึ้นที่เขาจะยอมรับการชี้นำจากพระยะโฮวา พวกเราก็เหมือนกัน ถ้าเราเป็นคนถ่อมเราก็จะเต็มใจเชื่อฟังในทุกสถานการณ์—ฟป. 2:5, 8
14. เยโฮชาฟัทมีท่าทียังไงต่อการชี้นำของพระยะโฮวา?
14 ให้คิดว่าสิ่งที่คุณทำจะมีผลกับคนอื่นยังไง พระยะโฮวาตอบคำอธิษฐานของเยโฮชาฟัทโดยให้คำแนะนำที่ชัดเจนผ่านทางผู้พยากรณ์ยาฮาซีเอล ยาฮาซีเอลบอกว่าทุกคนไม่จำเป็นต้องสู้ แต่ “ให้เข้าประจำที่ ยืนเฉย ๆ แล้วดูพระยะโฮวาช่วยพวกเจ้าให้รอด” พอได้ยินแบบนั้น เยโฮชาฟัทก็ “ซบหน้าลงกับพื้น” แล้วประชาชนทั้งหมดก็ “หมอบลง . . . เพื่อนมัสการพระยะโฮวา” วันรุ่งขึ้นตอนที่พวกเขาออกไปเผชิญหน้ากับศัตรู เยโฮชาฟัทก็บอกประชาชนให้ “เชื่อในพระยะโฮวา” และ “พวกผู้พยากรณ์ของพระองค์”—2 พศ. 20:14-20
15. เยโฮชาฟัทแสดงให้เห็นยังไงว่าเขามีความเชื่อเข้มแข็ง?
15 เยโฮชาฟัทมีความเชื่อเข้มแข็งเพราะเขาเชื่อว่าพระยะโฮวาจะทำตามสัญญาและจะสู้แทนคนของพระองค์ เขายังกระตุ้นให้ประชาชนไว้ใจในพระยะโฮวาและเชื่อฟังพระองค์ด้วย และ “หลังจากที่เยโฮชาฟัทปรึกษากับประชาชนแล้ว” ทุกคนก็เห็นตรงกันว่าให้แต่งตั้งบางคนร้องเพลงสรรเสริญพระยะโฮวาและ “เดินนำหน้ากองทหาร” (2 พศ. 20:21) นี่แสดงว่าพวกเขามีความเชื่อในพระยะโฮวาจริง ๆ และพระองค์ก็อวยพรที่พวกเขามีความเชื่อและเชื่อฟังโดยให้พวกศัตรูหันมาฆ่ากันเอง—2 พศ. 20:22-24
16. ผู้ดูแล พ่อแม่ และคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่ต้องดูแลคนอื่นจะเลียนแบบเยโฮชาฟัทได้ยังไง? (1 พงศ์กษัตริย์ 3:9) (ดูภาพด้วย)
16 ผู้ดูแล พ่อแม่ และคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่ต้องดูแลคนอื่นสามารถเลียนแบบเยโฮชาฟัทได้ เยโฮชาฟัทเต็มใจเชื่อฟังพระยะโฮวาและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน เขาเป็นเหมือนกับกษัตริย์โซโลมอนตอนที่ยังซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า ตอนนั้นโซโลมอนอธิษฐานขอพระเจ้าช่วยเขาให้เต็มใจเชื่อฟัง ที่เขาขอแบบนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อเขาจะดูแลคนของพระยะโฮวาได้อย่างดีและตัดสินคดีในแบบที่ทำให้พระองค์พอใจ (อ่าน 1 พงศ์กษัตริย์ 3:9) เยโฮชาฟัทถ่อมตัวยอมฟังผู้พยากรณ์ของพระเจ้า เขาปรึกษากับประชาชนก่อนจะตัดสินใจเรื่องสำคัญและกระตุ้นพวกเขาให้เชื่อฟังการชี้นำของพระยะโฮวา ผู้ดูแลในทุกวันนี้ก็เลียนแบบเยโฮชาฟัทได้โดยถ่อมตัวและหาคำแนะนำจากคัมภีร์ไบเบิล สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ขององค์การ และปรึกษาผู้ดูแลคนอื่น ๆ ก่อนจะตัดสินใจเรื่องที่ส่งผลกับประชาคม (สภษ. 15:22) นอกจากนั้น วิธีที่ผู้ดูแลพูดและทำจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้พี่น้องเต็มใจเชื่อฟังด้วย คนที่เป็นพ่อแม่ก็เหมือนกัน พวกเขาต้องจำไว้ว่าลูก ๆ จะคอยสังเกตว่าพ่อแม่เป็นคนเชื่อฟังหรือไม่ และลูก ๆ จะเลียนแบบตัวอย่างของพวกเขา—สภษ. 1:8; 14:1
ผู้ดูแลจะฟังพระยะโฮวา องค์การ และฟังความเห็นของเพื่อนผู้ดูแลคนอื่น ๆ (ดูข้อ 16)
17. ทำไมเราควรเต็มใจเชื่อฟังต่อ ๆ ไป?
17 เรามั่นใจได้ว่าถ้าเราเต็มใจเชื่อฟังพระยะโฮวา พระองค์จะคอยดูแลเราและช่วยให้เรารู้ว่าจะต้องทำอะไรในแต่ละสถานการณ์ พระองค์จะให้คำแนะนำกับเราผ่านทางคนที่พระองค์ใช้ให้นำหน้าเหมือนที่พระองค์ทำในสมัยคัมภีร์ไบเบิล และถ้าเราไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมองค์การของพระยะโฮวาถึงแนะนำบางอย่าง เราก็จะไม่กลัวหรือกังวล พระยะโฮวามีความรู้มากกว่าเราและไม่มีอะไรที่พระองค์ทำไม่ได้ (อสย. 55:9) ดังนั้น ขอให้เราทุกคนเต็มใจเชื่อฟังพระยะโฮวาต่อ ๆ ไป
เพลง 88 โปรดสอนให้รู้จักแนวทางของพระองค์
a ดู “คำถามจากผู้อ่าน” ในหอสังเกตการณ์ เดือนสิงหาคม 2025