คัมภีร์ไบเบิลช่วยคนที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม
คุณเคยตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไหม? ถ้าเคย ตอนที่ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้คุณอาจรู้สึกกลัวและเครียด เป็นเรื่องปกติที่คุณจะรู้สึกอย่างนั้น เพราะเรื่องนี้อาจทิ้งบาดแผลลึกในใจให้กับคนที่ตกเป็นเหยื่อ และอาจทำให้ชีวิตของอีกหลายคนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“ผมเคยอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่มีการปล้นธนาคาร ตั้งแต่นั้นมาผมก็อยู่อย่างหวาดกลัว ระแวงไปหมด นอนก็ไม่ค่อยหลับ จิตใจเหนื่อยล้า คิดอะไรไม่ค่อยออก บางครั้งก็กลัวมากเกินไปและคิดไปเองว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่มันไม่มีอะไร”—เอฟราอิน จากเวเนซุเอลา ซึ่งอยู่ในธนาคารตอนที่ถูกปล้น
คนที่เคยเจอเรื่องแบบนี้จะมีวิธีจัดการกับความรู้สึกไม่เหมือนกัน และใช้เวลาไม่เท่ากัน คุณกลัว วิตกกังวล หรือหวาดระแวงอยู่ไหม? ถ้าใช่ คัมภีร์ไบเบิลช่วยคุณได้ คำแนะนำ 5 อย่างต่อไปนี้จากคัมภีร์ไบเบิลจะช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของคุณ
สิ่งที่คุณทำได้
1. ขอความช่วยเหลือ
นี่หมายความว่า: บาดแผลทางจิตใจเป็นอะไรที่หนักเกินกว่าจะแบกไว้คนเดียว
สิ่งที่คุณทำได้: ดูว่ามีใครไหมที่พร้อมจะรับฟังคุณอย่างเห็นอกเห็นใจ และมี “คำพูดดี ๆ” ที่ให้กำลังใจ อาจจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนอื่น ๆ ก็ได้ ถ้าคุณเล่าให้คนอื่นฟัง คุณก็จะเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น คนอื่นจะเข้าใจคุณด้วยและรู้ว่าจะช่วยคุณยังไง หรือคุณอาจคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่เชี่ยวชาญในการรักษาบาดแผลทางจิตใจ คุณสามารถขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายจากหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรอื่น ๆ ได้ด้วย เนื่องจากแต่ละคนมีวิธีรับมือกับปัญหาไม่เหมือนกัน คุณควรตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเองว่าอยากจะเล่าให้ใครฟังไหม และจะเล่าให้ใครฟังดี
“เราไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต สำหรับฉัน ฉันรู้สึกดีที่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนอื่นฟัง แม้บางครั้งจะทำให้นึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น แต่การได้พูดออกมาช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้น”—เรฟิโล จากแอฟริกาใต้ ถูกปล้นรถและถูกปืนจ่อหลายชั่วโมง
2. อดทนและให้เวลากับความรู้สึกของตัวเอง
นี่หมายความว่า: การที่คุณมีความรู้สึกหลายอย่าง ไม่ว่าจะกลัว กังวล โกรธ เศร้า หรือแม้แต่อับอายและรู้สึกผิดหลังจากเจอเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจถือเป็นเรื่องปกติ
“ผมรู้สึกว่าตัวเองปกป้องครอบครัวไม่ได้ ผมโทษตัวเองที่ไม่ทันสังเกตว่าคนที่อ้างว่าเป็น ‘ตำรวจ’ ที่เรียกให้เราจอดรถ จริงแล้ว ๆ คือโจรปล้นรถ”—อีทิเล สามีของเรฟิโลที่พูดถึงก่อนหน้านี้
สิ่งที่คุณทำได้: ขอให้อดทนและเข้าใจว่าต้องใช้เวลากว่าที่คุณจะรู้สึกดีขึ้น ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมา อย่าโทษตัวเองเหมือนที่คุณจะไม่โทษคนที่ตกเป็นเหยื่อ แต่ให้คิดดูว่าถ้าเพื่อนคุณเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน คุณจะพูดยังไง แล้วเอาคำแนะนำนั้นมาใช้กับตัวคุณเอง บางทีคุณอาจรู้สึกโกรธและอยากแก้แค้น แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องผิดที่จะดำเนินการตามกฎหมาย แต่ขอให้พยายามเต็มที่ที่จะทิ้งความคิดที่ไม่ดีไป เช่น คิดว่าจะแก้แค้นยังไง การเอาแต่คิดเรื่องนี้ไม่ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นเลย
3. ดูแลสุขภาพของคุณ
นี่หมายความว่า: ถ้าคุณดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจ คุณก็กำลังทำสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง
สิ่งที่คุณทำได้: พยายามกลับไปใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่กดดันตัวเองมากเกินไป กินอาหารให้เป็นเวลาและเลือกอาหารที่มีประโยชน์ พยายามหาอะไรทำบ้าง ถ้าเป็นไปได้ก็ควรออกกำลังกาย หลายคนรู้สึกว่าตอนที่อยู่กับธรรมชาติจะทำให้เครียดน้อยลง เช่น ออกไปเดินเล่นข้างนอกและสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัว ส่วนบางคนก็รู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น ทำงานศิลปะ งานฝีมือ หรือเขียนอะไรก็ได้
แต่คุณก็ต้องสมดุลด้วย เช่น ตอนออกกำลังกายก็อย่าหักโหมเกินไป และต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อยู่คนเดียวบ้างก็ไม่เสียหาย แต่อย่าแยกตัวออกจากคนอื่น หรือดื่มแอลกอฮอล์เพื่อคลายเครียดและใช้ยาโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
4. เห็นค่าและไม่มองข้ามสิ่งดี ๆ
นี่หมายความว่า: ให้พยายามสังเกตและเห็นค่าสิ่งดี ๆ ในชีวิตของคุณ
สิ่งที่คุณทำได้: ตอนที่เพิ่งเจอเรื่องเลวร้าย คุณอาจรู้สึกว่าชีวิตไม่มีอะไรดีเลย แต่เพื่อจะเห็นค่าสิ่งดี ๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือไม่สนใจความรู้สึกของตัวเอง สิ่งที่คุณต้องทำคือ ให้พยายามยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่อย่าจมอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้น ให้เรียนรู้ที่จะเห็นค่าสิ่งดี ๆ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น ได้นั่งเก้าอี้สบาย ๆ ได้กินอาหารอร่อย ๆ ที่สำคัญอย่าลืมอธิษฐานขอบคุณ งานวิจัยหนึ่งบอกว่า คนที่เคยเจอเรื่องเลวร้ายแต่พยายามเห็นค่าสิ่งดี ๆ ในชีวิตมักจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีกว่า มีความสุขมากขึ้น และมีสุขภาพที่ดีด้วย
5. มองอนาคตอย่างมีความหวัง
นี่หมายความว่า: ถ้าคุณมั่นใจว่าจะมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในอนาคต ก็จะช่วยให้คุณสงบใจและเข้มแข็งขึ้น
สิ่งที่คุณทำได้: คำพูดที่คนอื่นบอกคุณว่า ความรู้สึกไม่ดีแบบนี้จะไม่อยู่กับคุณตลอดไป คุณจะดีขึ้นแน่นอน และสุดท้ายชีวิตคุณจะกลับมาดีเหมือนเดิม อาจทำให้คุณได้กำลังใจ แต่รู้ไหม คัมภีร์ไบเบิลพูดถึงความหวังอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้สึกดีมากกว่านั้นอีก ความหวังนี้เป็นคำสัญญาจากพระเจ้าผู้สร้างของเราที่บอกว่า พระองค์จะกำจัดต้นเหตุทุกอย่างที่ทำให้เราเจ็บปวดและบอบช้ำทางจิตใจ ถ้าอยากรู้มากขึ้นเกี่ยวกับความหวังนี้ ดูกรอบ “คำสัญญาที่บอกว่าอาชญากรรมจะไม่มีอีกต่อไป” ถ้าคุณได้รู้และคิดถึงความหวังนี้อยู่เสมอ คุณก็จะมี “สมอเรือของชีวิต” ที่ช่วยให้คุณรู้สึกมั่นคงได้จริง ๆ
“พระเจ้าสัญญาว่าอีกไม่นานจะไม่มีใครต้องหวาดกลัว ไม่มีการใช้อาวุธ ไม่มีน้ำตา และความเจ็บปวดอีกต่อไป ความหวังนี้อยู่ในใจผมเสมอ”—เอฟราอิน ที่พูดถึงก่อนหน้านี้
ช่วยคนที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม
ถ้าคนที่คุณรักเจอเหตุการณ์เลวร้าย คุณจะช่วยพวกเขายังไง? ขอให้จำไว้ว่าการฟื้นฟูสภาพจิตใจต้องใช้เวลา ดังนั้น ขอให้อดทน พร้อมช่วยเหลือ และให้กำลังใจเขาต่อ ๆ ไป
แสดงความเห็นอกเห็นใจและบอกว่าคุณเต็มใจช่วย
ทำให้เขามั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเขา
ไม่ควรพูดว่า “คุณน่าจะ. . .(ทำอย่างโน้นอย่างนี้)”
สนใจและตั้งใจฟังเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจ
เสนอความช่วยเหลือที่เราทำได้ แต่ให้เขาตัดสินใจเองว่าเขาต้องการอะไร
ขอให้อดทน อย่าถือสาถ้าเขาหงุดหงิดหรืออารมณ์เสีย
a ยะโฮวาคือชื่อของพระเจ้า (สดุดี 83:18) ดูบทความเรื่อง “พระยะโฮวาเป็นใคร?”