วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์
พระเจ้าจะไม่ให้ความยุติธรรมกับคนที่พระองค์เลือกไว้หรือเมื่อพวกเขาขอความช่วยเหลือจากพระองค์ทั้งวันทั้งคืน? และพระองค์จะอดทนกับพวกเขาด้วย ผมจะบอกให้รู้ว่า พระองค์จะให้ความยุติธรรมกับเขาโดยเร็วอย่างแน่นอน—ลก. 18:7, 8
พระยะโฮวาเป็นห่วงเรามากเมื่อเราเจอกับความไม่ยุติธรรม เพราะอะไร? เพราะ “พระยะโฮวารักความยุติธรรม” (สด. 37:28) พระเยซูรับรองกับเราว่าพระยะโฮวา “จะให้ความยุติธรรม . . . โดยเร็วอย่างแน่นอน” เมื่อถึงเวลา และอีกไม่นานพระองค์จะกำจัดความทุกข์ทุกอย่างให้หมดไปและจะไม่ให้เราต้องเจอกับความไม่ยุติธรรมอีกเลย (สด. 72:1, 2) แม้เรายังต้องรอเวลาที่พระยะโฮวาจะทำให้ทั้งโลกมีแต่ความยุติธรรม แต่พระองค์ก็ช่วยเราให้รับมือกับความไม่ยุติธรรมที่เราเจอในตอนนี้ได้ (2 ปต. 3:13) พระองค์สอนเราให้หลีกเลี่ยงการทำสิ่งที่ไม่ฉลาดเมื่อเราถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม พระองค์ทำแบบนั้นโดยให้มีการบันทึกตัวอย่างของพระเยซูในคัมภีร์ไบเบิลว่าท่านรับมือยังไงตอนที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม และพระยะโฮวายังให้คำแนะนำที่ใช้ได้จริงกับเราด้วยเพื่อรับมือกับเรื่องนี้ ห24.11 น. 2-3 ว. 3-4
วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์
พวกคุณหาอะไรให้เขากินก็แล้วกัน—มธ. 14:16
ตอนที่พระเยซูบอกพวกอัครสาวกให้เลี้ยงอาหารคนที่มาฟังท่าน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะแค่ผู้ชายก็นับได้ประมาณ 5,000 คนแล้ว และถ้ารวมผู้หญิงกับเด็กเข้าไปด้วยก็อาจมีจำนวนมากถึง 15,000 คน (มธ. 14:21) อันดรูว์บอกพระเยซูว่า “เด็กคนนี้มีขนมปังบาร์เลย์ 5 อันกับปลาเล็ก ๆ 2 ตัว แต่แค่นี้คงไม่พอเลี้ยงคนมากขนาดนี้หรอก” (ยน. 6:9) ขนมปังบาร์เลย์เป็นอาหารของคนจนและคนทั่วไป ส่วนปลาก็เป็นปลาที่หมักเกลือและตากแห้ง แต่ขนมปังกับปลาแค่นี้จะพอสำหรับเลี้ยงคนเป็นหมื่นได้ยังไง? พระเยซูอยากแสดงน้ำใจกับประชาชนเหล่านี้ ก็เลยบอกให้สาวกแบ่งคนออกเป็นกลุ่ม ๆ และให้นั่งบนพื้นหญ้า (มก. 6:39, 40; ยน. 6:11-13) คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าพระเยซูอธิษฐานขอบคุณพระยะโฮวาสำหรับขนมปังและปลา ที่ท่านทำแบบนี้ก็เพราะอยากให้เห็นว่าพระยะโฮวาคือผู้จัดเตรียมอาหาร และท่านอยากขอบคุณพระองค์สำหรับเรื่องนี้ เราควรเลียนแบบพระเยซูโดยการอธิษฐานก่อนกินข้าว หลังจากที่พระเยซูอธิษฐานเสร็จแล้ว ท่านก็ให้สาวกแจกจ่ายอาหาร และทุกคนได้กินจนอิ่ม ห24.12 น. 2-3 ว. 3-4
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์
ให้พวกคุณสรรเสริญพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกคุณ—1 พศ. 29:20
ตอนที่พระเยซูอยู่บนโลก ท่านยกย่องสรรเสริญพระยะโฮวาโดยบอกคนอื่น ๆ ว่าที่ท่านทำการอัศจรรย์ได้ก็เป็นเพราะพระยะโฮวา (มก. 5:18-20) นอกจากนั้น พระเยซูยังยกย่องสรรเสริญพระยะโฮวาโดยวิธีที่ท่านพูดเกี่ยวกับพ่อของท่านและวิธีที่ท่านปฏิบัติกับคนอื่น ตัวอย่างเช่น มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกปีศาจสิงมานาน 18 ปีกำลังนั่งฟังพระเยซูสอนอยู่ในที่ประชุมของชาวยิว ปีศาจนั้นทำให้ผู้หญิงคนนี้หลังค่อมและยืดตัวตรงไม่ได้เลย น่าสงสารจริง ๆ แต่พระเยซูรู้สึกเห็นอกเห็นใจเธอ ท่านก็เลยเข้าไปหาเธอและพูดกับเธออย่างอ่อนโยนว่า “คุณหายป่วยแล้ว” จากนั้นท่านก็วางมือบนผู้หญิงคนนั้น แล้วเธอก็ยืดตัวตรงได้ทันทีและ “สรรเสริญพระเจ้า” เธอรู้สึกขอบคุณพระยะโฮวาที่พระองค์ช่วยให้เธอกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง (ลก. 13:10-13) ผู้หญิงคนนั้นมีเหตุผลที่จะยกย่องสรรเสริญพระยะโฮวา เราเองก็มีเหตุผลที่จะยกย่องสรรเสริญพระองค์ด้วย เหตุผลเหล่านั้นมีอะไรบ้าง? ห25.01 น. 2-3 ว. 3-4