อะเล็กซานดรา พาเลซ กรุงลอนดอน
1926—ร้อยปีที่แล้ว
หอสังเกตการณ์ 1 มกราคม 1926 บอกว่า “ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่พระเจ้าจะทำให้ทุกคนรู้จักชื่อของพระองค์ พระเจ้าจะให้มีพยานของพระองค์บนโลกนี้”
ตลอดปี 1926 พระยะโฮวาให้พระเยซูคริสต์ซึ่งเป็นผู้นำของประชาคมช่วยคริสเตียนให้เข้าใจว่างานประกาศควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขา และเพื่อจะเป็นแบบนั้นได้ “ทาสที่ซื่อสัตย์และสุขุม” ก็ได้มีการออกหนังสือใหม่ ๆ ปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับการประชุม และปรับความเข้าใจใหม่เรื่องหน้าที่รับผิดชอบของคริสเตียน (มธ. 24:45) นอกจากนั้น พระเยซูยังช่วยพวกเขาให้หาอาคารใหม่และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการพิมพ์เพื่อจะทำงานประกาศได้
หนังสือใหม่และการปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับการประชุม
ในเดือนเมษายน วารสารเดอะโกลเดนเอจ (ปัจจุบันคือตื่นเถิด!) ได้ประกาศว่าจะมีการออกหนังสือใหม่ชื่อ ดีลิเฟอร์แรนซ์ (การรอดพ้น) หนังสือเล่มนี้จะมาแทนคู่มือการศึกษาพระคัมภีร์ และจะใช้เป็นหนังสือหลักในงานรับใช้ เพื่อจะผลิตหนังสือนี้ให้เพียงพอต่อความต้องการ พี่น้องที่เบเธลได้ซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่ที่สามารถพิมพ์หนังสือได้ 22 เล่มต่อนาที กลุ่มนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลได้เสนอหนังสือใหม่นี้ทุกครั้งที่มีโอกาส
หนังสือดีลิเฟอร์แรนซ์
เป็นเวลาหลายปีที่กลุ่มนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลได้ใช้คู่มือการศึกษาพระคัมภีร์ ในการประชุม แต่ในเดือนพฤษภาคม พวกเขาเริ่มใช้บทความต่าง ๆ ในหอสังเกตการณ์ เพื่อศึกษาในการประชุม แล้วผลเป็นยังไง?
มีพี่น้องจากประชาคมหนึ่งเขียนจดหมายไปหาพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดว่า “พวกเราส่งคำทักทายมาถึงคุณ ตอนนี้เราศึกษาบทความต่าง ๆ ในหอสังเกตการณ์ ที่สมาคมกำหนดไว้ให้ทุกวันอาทิตย์ เรารู้สึกขอบคุณมากเพราะตอนนี้เราก้าวทันองค์การทุกครั้งเวลาที่มีการปรับเปลี่ยนความเข้าใจใหม่”
การปรับเปลี่ยนความเข้าใจใหม่ช่วยให้กลุ่มนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลสนใจไปที่งานประกาศเป็นหลัก เช่น มีบทความหนึ่งของหอสังเกตการณ์ ในปีนั้นที่อธิบายว่า การมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการพัฒนาคุณลักษณะแบบคริสเตียน โดยเป็นคนอ่อนโยนและสุภาพไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคริสเตียนแท้ บทความนั้นยังบอกต่ออีกว่า พระยะโฮวาสั่งให้คริสเตียนทุกคนเป็นพยานให้กับพระองค์ ดังนั้น เพราะพวกเขารักพระองค์มาก คริสเตียนทุกคนเลยต้องเชื่อฟังคำสั่งที่ให้พร้อมที่จะประกาศ
อีกบทความหนึ่งในหอสังเกตการณ์ เน้นว่าคริสเตียนแท้จะแสดงออกว่ารักพระยะโฮวาโดยรับใช้พระองค์อย่างซื่อสัตย์ บทความนั้นกระตุ้นให้ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลเข้าร่วมงานประกาศอย่างขยันขันแข็งและกระตือรือร้น พวกเขาต้องเข้าร่วมงานประกาศให้มากที่สุดและประกาศให้กว้างไกลที่สุดเท่าที่เป็นไปได้—อสย. 43:10, 12; มธ. 24:14
ประชาคมต่าง ๆ ทำตามการปรับเปลี่ยนทันที ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น หอสังเกตการณ์ 15 กรกฎาคม 1926 ก็ได้ลงจดหมายฉบับหนึ่งที่บอกว่า “บทความล่าสุด 2 บทความที่ผ่านมาให้กำลังใจและกระตุ้นเรามาก ตอนนี้เราไม่ได้แค่อ่านหอสังเกตการณ์ แบบผ่าน ๆ แล้ว แต่เราต้องศึกษามันอย่างจริงจังด้วย” ในจดหมายนั้นยังบอกต่ออีกว่า “พี่น้องอยากจะออกความเห็นมากขึ้นในการประชุม และนี่ทำให้ประชาคมของพวกเราได้รับกำลังใจมาก”
การประชุมใหญ่เน้นที่งานประกาศ
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม กลุ่มนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลได้มาเข้าร่วมการประชุมใหญ่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่ก่อนหน้านั้นมีการประท้วงแรงงานที่อังกฤษทำให้หาเช่าเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ได้ยาก พี่น้องที่เบเธลบรุกลินก็เลยต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อจะพิมพ์หนังสือเล่มเล็กที่ชื่อว่ามาตรฐานสำหรับผู้คน (ภาษาอังกฤษ) เพิ่มอีก 117,000 เล่ม สำหรับแจกให้กับผู้ที่มาเข้าร่วมการประชุม
ในวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พี่น้องเริ่มใช้หนังสือเล่มนี้ในงานประกาศ ระเบียบวาระการประชุมใหญ่ในวันนั้นกระตุ้นพี่น้องทุกคนว่า “ขอให้ทุกคนมาประกาศเรื่องพระเยซูและรัฐบาลของท่าน ขอให้มาที่อะเล็กซานดรา พาเลซแต่เช้าและจะมีพี่น้องบอกว่าพวกคุณควรจะทำอะไร”
แล้วก็มีการเสนอหนังสือไปมากกว่า 100,000 เล่ม หอสังเกตการณ์ 15 กรกฎาคม 1926 รายงานว่า “พี่น้องที่มีส่วนร่วมในงานนั้นดีใจมาก พวกเขารู้สึกว่าได้ทำเต็มที่แล้วในการทำตามคำสั่งของพระยะโฮวาที่ให้เป็นพยานของพระองค์”
วันถัดมา พี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดได้บรรยายที่รอยัลอัลเบิร์ตฮอลล์ เรื่อง “เหตุที่มหาอำนาจโลกสั่นคลอน—หนทางแก้ไข” ไม่กี่นาทีหลังจากเปิดห้องประชุม มีผู้คนเข้ามาฟังอย่างล้นหลามมากถึง 13,000 คน แถมข้างนอกก็ยังมีคนอีกเยอะมากที่มาฟังคำบรรยายจากลำโพงด้านนอกห้องประชุม
รอยัลอัลเบิร์ตฮอลล์ กรุงลอนดอน
พี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดได้อธิบายในคำบรรยายของเขาว่า มหาอำนาจต่าง ๆ ในโลกจะล่มสลายเพราะพวกเขาปฏิเสธพระยะโฮวาและรัฐบาลของพระองค์ นอกจากนั้น พี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดยังประณามสันนิบาตชาติ และบอกล่วงหน้าว่าองค์กรนี้จะไม่มีอีกต่อไป
ประกาศที่อินเดีย
ตอนที่พี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดอยู่ในการประชุมใหญ่ที่ลอนดอน เขาได้เจอกับพี่น้องเอดวิน สกินเนอร์ พี่น้องเอดวินเป็นคอลพอร์เทอร์ (ปัจจุบันคือ ไพโอเนียร์) เขามาจากเมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ พี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดบอกให้พี่น้องเอดวินมาหาเขาหลังจบการประชุมใหญ่
พี่น้องเอดวินเล่าว่า “ผมเดาว่าพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดจะให้ผมไปรับใช้ที่ต่างประเทศแน่ ๆ วันรุ่งขึ้นผมไปหาเขาที่ลอนดอนและคิดในใจว่าถ้าเขาขอให้ผมไปรับใช้ที่ต่างประเทศ ผมจะตอบโดยไม่ลังเลเลยว่า ‘ผมไปได้ครับ’” แล้วพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ดก็ถามพี่น้องเอดวินจริง ๆ ว่า “คุณจะไปรับใช้ที่อินเดียได้ไหม?” เอดวินตอบว่า “จะให้ผมไปเมื่อไหร่ครับ?”
จอร์ช ไรท์ (ซ้าย) และเอดวิน สกินเนอร์สมัยทำงานรับใช้ที่อินเดีย
ประมาณ 3 สัปดาห์ต่อมาคือในเดือนกรกฎาคม พี่น้องเอดวินกับจอร์ช ไรท์ ซึ่งเป็นผู้ประกาศที่กระตือรือร้นได้นั่งเรือไปที่อินเดีย พี่น้องเอดวินได้รับใช้ในฐานะผู้รับใช้สาขาและดูแลงานประกาศที่อัฟกานิสถาน พม่า เกาะลังกา (ศรีลังกา) อินเดีย และเปอร์เซีย (อิหร่าน) พี่น้องเอดวินอยู่ที่อินเดียนานถึง 64 ปีจนจบชีวิตบนโลกในปี 1990
ผู้ดูแลเดินทางนำหน้าในงานรับใช้
ตั้งแต่ประมาณปี 1894 องค์การได้ส่งผู้ดูแลเดินทางไปเยี่ยมกลุ่มนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิล และในเดือนกรกฎาคม 1926 มีการปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับผู้ดูแลเดินทางเหล่านี้ โดยที่พวกเขาขยายเวลาเยี่ยมจาก 1 วันเป็น 2 วันและพวกเขาต้องทำงานรับใช้ 100 ชั่วโมงต่อเดือน
จอร์จ เดรเพอร์
ในจดหมายจากหอสังเกตการณ์ พี่น้องจอร์จ เดรเพอร์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลเดินทางบอกว่า “สิ่งสำคัญที่ผมและพี่น้องคนอื่น ๆ ต้องทำเพื่อพร้อมจะประกาศคือการศึกษาบทความในหอสังเกตการณ์ อย่างละเอียด มันเป็นสิ่งที่ผมพยายามทำให้เข้าถึงหัวใจของผมและความคิดของผม” พี่น้องจอร์จจบชีวิตบนโลกในปี 1938
การประชุมใหญ่ที่นครนิวยอร์ก
การประชุมครั้งสุดท้ายในปีนั้นจัดขึ้นในวันที่ 14-18 ตุลาคม 1926 ที่นครนิวยอร์ก มีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหลายฉบับตกลงจะโฆษณาคำบรรยายของพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ด เรื่อง “ความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในโลกใกล้เข้ามาแล้ว” แต่ก่อนถึงวันประชุมไม่นาน หนังสือพิมพ์รายใหญ่หลายฉบับกลับปฏิเสธที่จะโฆษณาการประชุมนี้
หนังสือพิมพ์โฆษณาคำบรรยายของพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ด คำบรรยายชื่อ “ความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในโลกใกล้เข้ามาแล้ว”
พี่น้องก็เลยตัดสินใจตอบโต้ ในวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม อาร์. เจ. มาร์ติน ได้ออกแผ่นพับฉบับใหม่ที่ชื่อว่าสู้กับประชาชน (ภาษาอังกฤษ) แผ่นพับนี้เปิดโปงสิ่งที่หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ได้ทำไว้ และโฆษณาคำบรรยายของพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ด พี่น้องมาร์ตินบอกว่า “พวกเราพิมพ์แผ่นพับนี้ด้วยเครื่องพิมพ์ของเราเอง และพี่น้องของเราก็ได้ทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อจะพิมพ์แผ่นพับให้ได้ 1,250,000 ฉบับ แล้วเราก็ขอให้พี่น้องที่มาร่วมการประชุมออกไปแจกแผ่นพับให้ผู้คน” จากนั้นพี่น้องก็เริ่มออกไปแจกแผ่นพับทันที ในวันนั้นพวกเขาแจกได้ถึง 300,000 ฉบับ
ในช่วงสุดสัปดาห์นั้น พี่น้องของเราแจกแผ่นพับเพิ่มอีก ก็เลยทำให้พวกเขาแจกแผ่นพับทั้งหมดประมาณ 1,000,000 แผ่นและยังเสนอหนังสือดีลิเฟอร์แรนซ์ ไป 3,783 เล่ม และหนังสือเล่มเล็กต่าง ๆ อีก 35,140 เล่ม
การประชุมใหญ่ที่แมดิสัน สแควร์ การ์เดนในนครนิวยอร์ก เดือนตุลาคม 1926
ตอนบ่าย 3 โมง ของวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม มีประมาณ 12,000 คนได้เข้ามาฟังคำบรรยายของพี่น้องรัทเทอร์ฟอร์ด หลังจากบรรยายเสร็จ คนที่สนใจก็ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติม และมีการแจกหนังสือไปมากกว่า 9,000 เล่ม ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการประชุมใหญ่จนถึงตอนนั้น
โรงงานใหม่ในอาคารเลขที่ 117 ถนนอดัมส์
โรงงานในอาคารเลขที่ 117 ถนนอดัมส์ บรุกลิน นิวยอร์ก
เนื่องจากมีความต้องการหนังสือที่ใช้ในงานประกาศมากขึ้น พี่น้องในบรุกลินก็เลยเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขยายโรงพิมพ์ออกไป ที่ผ่านมาพวกเขาเช่าอาคารเลขที่ 18 ที่ถนนคองคอร์ด มาหลายปี แต่อาคารนั้นก็รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ ดังนั้น พี่น้องจึงซื้อที่ดินผืนหนึ่งบนถนนอดัมส์ซึ่งไม่ไกลจากอาคารเดิม และพวกเขาก็เริ่มก่อสร้างอาคารคอนกรีตสูง 8 ชั้น ทำให้มีพื้นที่ทำงานเพิ่มมากขึ้น
อาคารเลขที่ 117 ถนนอดัมส์จะสร้างเสร็จในปี 1927 ซึ่งจะทำให้มีการผลิตหนังสือได้เยอะขึ้น ตั้งแต่ปี 1927 มีคนเข้ามาสมทบกับกลุ่มนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลมากขึ้น และองค์การก็ยังคงเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อที่ในปี 1931 พวกเขาจะสามารถเรียกตัวเองได้ว่าพยานพระยะโฮวา