14-20 ธันวาคม 2026
เพลง 143 ให้ขยันทำงาน เฝ้าระวัง และรอคอยต่อไป
เห็นค่าที่ได้มีส่วนในการอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้
“ทุกคนจะรู้ว่าพวกคุณเป็นสาวกของผม”—ยน. 13:35
จุดสำคัญ
เพื่อช่วยให้เราเห็นค่าสิทธิพิเศษที่ได้มีส่วนในการอัศจรรย์ 3 อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้
1-2. (ก) มีตัวอย่างการอัศจรรย์อะไรบ้างที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิล? (ข) การอัศจรรย์คืออะไร? และเรามีส่วนอะไรในการอัศจรรย์ของพระเจ้า? (1 โครินธ์ 3:9)
ลองจินตนาการว่าคุณจะตื่นเต้นแค่ไหนถ้าได้ยืนริมทะเลแดงและเห็นพระยะโฮวาแยกทะเลเพื่อเปิดทางให้คนของพระองค์หนีจากกองทัพอียิปต์ และลองคิดด้วยว่าคุณจะมีความสุขมากแค่ไหนถ้าได้เห็นพระเยซูรักษาคนป่วยและถึงกับปลุกคนตายให้ฟื้น นี่เป็นเพียงบางตัวอย่างของการอัศจรรย์ที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิล คนที่มีหัวใจดีซึ่งได้เห็นการอัศจรรย์เหล่านี้ก็คงจะต้องเชื่อแน่ ๆ ว่าพระเจ้าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง (มธ. 15:31) แต่การอัศจรรย์เหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ทุกวันนี้กำลังมีการอัศจรรย์เกิดขึ้นอยู่ไหม? ใช่ ทำไมเราถึงบอกแบบนั้นได้?
2 การอัศจรรย์คือสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ และถึงกับไม่สามารถเข้าใจได้อย่างเต็มที่ มันคือสิ่งที่พระยะโฮวาทำให้เกิดขึ้นได้ด้วยพลังอำนาจของพระองค์ ในบทความนี้เราจะดูการอัศจรรย์ 3 อย่างที่พระยะโฮวากำลังทำให้เกิดขึ้นในองค์การของพระองค์ เราเรียก 3 อย่างนี้ว่าการอัศจรรย์ได้เพราะมีแค่พระยะโฮวาเท่านั้นที่สามารถทำให้มันเกิดขึ้น ในการอัศจรรย์แต่ละอย่าง เราจะดูว่าเราจะเป็น “เพื่อนร่วมงาน” ของพระยะโฮวาได้ยังไงตอนที่พระองค์ทำให้การอัศจรรย์เหล่านี้เกิดขึ้น—อ่าน 1 โครินธ์ 3:9
จำนวนคนของพระยะโฮวาที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเรื่องที่อัศจรรย์
3. ทำไมถึงบอกได้ว่าคนของพระยะโฮวากลายเป็น “ชาติใหญ่”? (อิสยาห์ 60:22) (ดูภาพด้วย)
3 เมื่อประมาณ 2,500 ปีที่แล้วผู้พยากรณ์อิสยาห์บอกล่วงหน้าว่าในสมัยของเราจำนวนคนของพระยะโฮวาจะเติบโตขึ้นมาก (อ่านอิสยาห์ 60:22) แล้วคำพยากรณ์ของเขาเกิดขึ้นจริงหรือยัง? ขอให้ลองนึกถึงเรื่องนี้ ในปี 1914 คนที่รับใช้พระยะโฮวามีประมาณ 5,000 คน และนับตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา “คนตัวเล็ก” ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 9 ล้านคน ซึ่งมีมากกว่า 130 ประเทศที่ประชากรยังไม่ถึง 9 ล้านคนเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยมีผู้คนมากขนาดนี้ที่เข้ามารู้จักและรักพระยะโฮวา พวกเขาอยู่กันใน 240 ดินแดนทั่วโลก ถึงคนของพระยะโฮวาจะมีน้อยเมื่อเทียบกับกับสมาชิกศาสนาอื่น แต่เราก็เห็นได้ชัดเลยว่าคำพยากรณ์ที่บอกไว้ในคัมภีร์ไบเบิลเกิดขึ้นจริงแล้ว “คนตัวเล็ก” ได้กลายเป็น “ชาติใหญ่” จริง ๆ
ตั้งแต่ปี 1914 เป็นต้นมา จำนวนคนของพระยะโฮวาเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ (ดูข้อ 3)
4. ทำไมจำนวนคนของพระยะโฮวาที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถึงเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ?
4 พวกเราไม่เป็นเหมือนกับศาสนาอื่นที่พยายามเพิ่มจำนวนโดยให้บัพติศมาเด็กทารก และเราก็ไม่ลดมาตรฐานด้านศีลธรรมของพระเจ้าเพื่อทำให้จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม เราศึกษาคัมภีร์ไบเบิลและใช้ชีวิตตามคำสอนในนั้น สำหรับพวกเราหลายคนนี่หมายถึงการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตทั้งในด้านความคิดและการกระทำ (1 คร. 6:9-11) เมื่อเราปรับเปลี่ยนชีวิตแล้ว เราก็มีคุณสมบัติที่จะเป็นพยานพระยะโฮวาและเริ่มประกาศข่าวดีให้คนอื่นฟังได้ ในที่สุดเราอุทิศตัวให้พระยะโฮวา โดยสัญญาว่าจะทำตามความต้องการของพระองค์ไม่ว่าจะเจออะไรก็ตาม และเราก็รับบัพติศมา—มธ. 28:19, 20
5. พระเยซูบอกล่วงหน้าว่าสาวกของท่านจะต้องเจอกับอะไร?
5 จำนวนของพวกเราที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเรื่องที่อัศจรรย์เพราะเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าพระยะโฮวาไม่ช่วย พระเยซูบอกว่าการเป็นสาวกของท่านไม่ใช่เรื่องง่าย ท่านบอกว่า “ถ้าใครอยากติดตามผม ก็ให้คนนั้นเลิกใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ยอมแบกเสาทรมานของตัวเอง แล้วติดตามผมเรื่อยไป” (มธ. 16:24) นี่หมายความว่าสาวกของพระเยซูจะต้องเต็มใจทนทุกข์หรือถึงกับยอมตายเพราะมีความเชื่อในตัวท่าน เช่น พระเยซูบอกล่วงหน้าว่าสาวกของท่านจะถูกพิพากษาคดีต่อหน้าผู้ว่าราชการและกษัตริย์ (มธ. 10:17, 18) ท่านยังบอกด้วยว่าพวกเขาจะเจอการต่อต้านจากผู้นำศาสนาที่มีอำนาจ (ยน. 16:2) นอกจากนั้น พระเยซูบอกว่าบางคนก็อาจจะเจอการต่อต้านจากคนในครอบครัวด้วย—มธ. 10:34-36
6. ทำไมพวกผู้ต่อต้านถึงไม่สามารถหยุดคริสเตียนรุ่นแรกได้?
6 สิ่งที่พระเยซูพูดไว้ก็เกิดขึ้นจริง คริสเตียนรุ่นแรกถูกต่อต้านอย่างหนัก ไม่นานหลังจากที่พระเยซูกลับไปสวรรค์พวกผู้นำศาสนาชาวยิวพยายามหยุดงานของสาวกของท่าน พวกอัครสาวกถูกจับและถูกพาตัวไปศาลแซนเฮดรินซึ่งเป็นศาลสูงของชาวยิว พวกผู้นำศาสนาเหล่านี้อยาก “จะฆ่า” พวกอัครสาวก แต่มีฟาริสีคนหนึ่งที่ชื่อกามาลิเอลเตือนพวกเขาว่า “อย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้เลย ปล่อยพวกเขาไปเถอะ เพราะถ้าแผนการหรืองานของคนพวกนี้มาจากมนุษย์ มันก็จะล้มเหลวไปเอง แต่ถ้ามาจากพระเจ้า คุณก็ไม่มีทางกวาดล้างพวกเขาได้หรอก และจะกลายเป็นว่าคุณกำลังต่อสู้กับพระเจ้า” (กจ. 5:33,34, 38, 39) แล้วสิ่งที่กามาลิเอลพูดก็เกิดขึ้นจริง หลังจากที่พวกอัครสาวกถูกปล่อยตัว พวกผู้นำศาสนาก็ยังคงต่อต้านพวกเขาต่อไป แต่ไม่มีใครกวาดล้างสาวกที่ซื่อสัตย์ของพระเยซูให้หมดไปได้ แทนที่จะเป็นอย่างนั้น มีคนมากขึ้นเรื่อย ๆ เข้ามาเป็นคริสเตียน (กจ. 6:7) เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะพระยะโฮวาช่วยให้คนของพระองค์อดทน และจำนวนของพวกเขาก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ถึงจะเจอการต่อต้านก็ตาม—กจ. 1:8
7. สาวกของพระเยซูในทุกวันนี้เลียนแบบตัวอย่างของคริสเตียนรุ่นแรกยังไง? (ดูกรอบ “แม้เจอการต่อต้าน พวกเขาก็ยังเติบโต”)
7 ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายเข้ามาเรียนความจริงและเริ่มรับใช้พระยะโฮวาแม้จะถูกต่อต้านจากคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และคนอื่น ๆ ทำไมพวกเขาถึงยอม “แบกเสาทรมานของตัวเอง”? (มธ. 16:24) ก็เพราะพวกเขารักพระยะโฮวาและวางใจว่าพระองค์จะทำตามสัญญาที่บอกว่าจะดูแลพวกเขา และพระยะโฮวาก็ทำตามที่สัญญาจริง ๆ โดยให้ “กำลังที่มากกว่าปกติ” เพื่อพวกเขาจะอดทนได้ (2 คร. 4:7-9) ถ้าพวกเขาต้องเจอการต่อต้านจากคนในครอบครัว พวกเขาก็จะรู้สึกเหมือนผู้เขียนหนังสือสดุดีที่บอกไว้ว่า “ถึงแม้พ่อแม่แท้ ๆ จะทิ้งผม พระยะโฮวาก็จะรับผมไว้” (สด. 27:10) การที่มีคนมากมายเข้ามาเป็นสาวกของพระเยซูแม้จะโดนต่อต้าน เป็นข้อพิสูจน์ว่านี่เป็นการอัศจรรย์จริง ๆ
8. เรามีส่วนยังไงบ้างกับการอัศจรรย์เรื่องการเติบโต?
8 ทุกครั้งที่เราทำงานรับใช้ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน เราก็กำลังให้ความร่วมมือกับพระยะโฮวาและพระเยซูในการทำให้การอัศจรรย์ในเรื่องการเติบโตเกิดขึ้นจริง พระองค์ทั้งสองจะคอยช่วยเหลือเรา พระเยซูรับรองกับเราว่า “ผมจะอยู่กับพวกคุณเสมอจนถึงสมัยสุดท้ายของโลกนี้” (มธ. 28:20) นอกจากนั้น ทูตสวรรค์ก็จะคอยช่วยเราด้วยตอนที่เราทำงานประกาศ—วว. 14:6, 7
ความเป็นหนึ่งเดียวกันของพวกเราเป็นเรื่องที่อัศจรรย์
9-10. มีคาห์ 2:12 กำลังเกิดขึ้นจริงยังไงในทุกวันนี้?
9 ผู้พยากรณ์มีคาห์บอกล่วงหน้าเกี่ยวกับการอัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งที่น่าประทับใจมากในสมัยของเรา นั่นก็คือการที่คนของพระเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกัน พระยะโฮวาดลใจให้มีคาห์พูดถึงคนที่พระองค์รวบรวมให้มาอยู่ด้วยกันและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (อ่านมีคาห์ 2:12) คำพยากรณ์นี้เกิดขึ้นจริงแล้ว เพราะคนของพระเจ้าในทุกวันนี้เป็นหนึ่งเดียวกันแม้พวกเขาจะมีลักษณะนิสัยไม่เหมือนกันและมาจากภูมิหลังที่ต่างกัน พวกเขารู้สึกแบบเดียวกับที่ดาวิดบอกไว้ว่า “ดูสิ เมื่อพี่น้องอยู่ด้วยกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ก็เป็นเรื่องดีและน่าชื่นชมจริง ๆ”—สด. 133:1
10 ในทุกวันนี้ มีหลายอย่างที่ทำให้เห็นว่าเราเป็นหนึ่งเดียวกัน เช่น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็ได้เรียนเรื่องเดียวกันจากคัมภีร์ไบเบิล ทั้งที่การประชุมประชาคม ประชุมหมวด และประชุมภูมิภาค พยานพระยะโฮวาทั่วโลกทำงานอย่างเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งในโครงการก่อสร้างและงานต่าง ๆ ที่เบเธลด้วยแม้จะมีภูมิหลังและเชื้อชาติที่ต่างกัน เราทุกคนสนิทกันและไม่ได้ถูกแบ่งแยกด้วยวัฒนธรรม ฐานะทางการเงิน หรือความเห็นเรื่องการเมือง ลองคิดดูสิ ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน เราก็มีพี่น้องที่เป็นเหมือนครอบครัวที่รักเราและพร้อมช่วยเหลือทั้งด้านความเชื่อและเรื่องทั่ว ๆ ไปด้วย ไม่เคยมีสังคมไหนที่เป็นหนึ่งเดียวกันขนาดนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ ทั้ง ๆ ที่เรามาจากหลายประเทศและหลายวัฒนธรรมแต่เราก็เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งในด้านความคิดและการกระทำ
11. ทำไมความเป็นหนึ่งเดียวกันของเราถึงเป็นเรื่องที่อัศจรรย์?
11 ความเป็นหนึ่งเดียวกันของพวกเราเป็นเรื่องที่อัศจรรย์เพราะเราต่างกันมากกับโลกนี้ที่มีแต่ความแตกแยก ทั่วโลกตอนนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ข่าวส่วนใหญ่ก็มีแต่เรื่องการสู้กัน การจลาจล การประท้วง การก่อกบฏ และสงคราม นี่ทำให้เราเห็นเลยว่าโลกนี้มันน่าหดหู่จริง ๆ เหมือนกับที่คัมภีร์ไบเบิลบอกล่วงหน้าว่า ผู้คนจะ “ไม่ภักดี . . . ไม่ยอมใคร ชอบใส่ร้ายคนอื่น ไม่ควบคุมตัวเอง ดุร้าย เกลียดสิ่งที่ดี เป็นคนทรยศ หัวดื้อ อวดดี” (2 ทธ. 3:2-4) แม้ตอนนี้ “โลกทั้งโลกอยู่ในอำนาจซาตานตัวชั่วร้าย” และพวกปีศาจ แต่คนของพระเจ้าก็ยังคงเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ (1 ยน. 5:19; วว. 12:9) นี่เป็นการอัศจรรย์จริง ๆ!
12. เราจะส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์การของพระยะโฮวาได้ยังไง?
12 เราส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์การของพระยะโฮวาได้ โดยการฟังและเอาสิ่งที่พระยะโฮวาสอนมาใช้ คำสอนจากคัมภีร์ไบเบิลจะช่วยให้เราอดทน พร้อมจะให้อภัย ไม่ทะเลาะกัน และกรุณากับคนอื่น (อฟ. 4:2, 31, 32) ทุกครั้งที่เรามองข้ามข้อเสียของพี่น้อง ไม่พูดนินทากัน และให้อภัยกัน เราก็กำลังให้ความร่วมมือกับพระยะโฮวาในการทำให้การอัศจรรย์ในองค์การของพระองค์เกิดขึ้นจริง
ความรักที่เรามีต่อกันเป็นเรื่องที่อัศจรรย์
13. คริสเตียนรุ่นแรกแสดงความรักต่อกันยังไงบ้าง? (ยอห์น 13:35)
13 พระเยซูบอกว่าผู้คนจะรู้ว่าใครเป็นสาวกของท่านก็โดยดูจากความรักที่พวกเขามีต่อกัน (อ่านยอห์น 13:35) คริสเตียนรุ่นแรกแสดงความรักต่อกันในหลายวิธี เช่น แบ่งปันของที่มีให้กับพี่น้องที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ (กจ. 2:44, 45) อธิษฐานเพื่อคนที่ถูกข่มเหง (กจ. 12:5) ดูแลลูกกำพร้าและแม่ม่าย (ยก. 1:27) และส่งความช่วยเหลือให้พี่น้องที่กำลังลำบาก ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเองก็ยากจน (2 คร. 8:1-4) นักเขียนในศตวรรษที่ 2 ที่ชื่อเทอร์ทูลเลียนยกคำพูดของบางคนที่พูดถึงคริสเตียนรุ่นแรกว่า “คนเหล่านี้รักกันมากและยอมตายแทนกันได้ด้วยซ้ำ”
14. คนของพระยะโฮวาแสดงความรักยังไงบ้าง? (ดูภาพด้วย)
14 คนของพระยะโฮวาในทุกวันนี้เป็นเหมือนกับคริสเตียนในศตวรรษแรกที่รักกันมาก แต่เราไม่ใช่แค่รักพี่น้องของเราเท่านั้น เรายังแสดงความรักต่อคนทั่วไปโดยการประกาศกับพวกเขา และเรายังสนับสนุนงานประกาศโดยการบริจาคด้วย ไม่มีใครบังคับเราให้ทำแบบนี้ และเราก็ไม่มีการกำหนดให้ถวายส่วน 1 ใน 10 ของรายได้ นอกจากนั้น ความรักยังกระตุ้นเราให้ช่วยพี่น้องตอนที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือa เช่น เราช่วยจัดหาสิ่งจำเป็นต่าง ๆ ช่วยให้พวกเขามีความเชื่อเข้มแข็งและให้กำลังใจพวกเขา เราทำเหมือนกับที่เปาโลบอกไว้ว่า ให้ “พูดปลอบใจคนที่ซึมเศร้า ช่วยเหลือคนอ่อนแอ และอดกลั้นกับทุกคน” (1 ธส. 5:14) พระยะโฮวาได้พาเราให้มาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมพี่น้องที่รักกันจริง ๆ และแสดงความรักต่อคนอื่นด้วย
คนของพระยะโฮวาแสดงความรักแท้ต่อกันและต่อคนอื่น (ดูข้อ 14)
15. ทำไมถึงบอกได้ว่าความรักที่เรามีต่อกันเป็นเรื่องที่อัศจรรย์?
15 ความรักที่เรามีต่อกันเป็นเรื่องที่อัศจรรย์เพราะเรารักกันมากทั้ง ๆ ที่โลกนี้มีแต่คนเห็นแก่ตัว อัครสาวกเปาโลบอกว่า ในสมัยสุดท้ายซึ่งเป็นสมัยที่เรามีชีวิตอยู่ผู้คนจะ “เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน [และ] รักสนุก” พวกเขาไม่รักพระเจ้า และ “ไม่รักญาติพี่น้อง” ด้วยซ้ำ (2 ทธ. 3:2-4) นอกจากนั้น พระเยซูบอกล่วงหน้าว่าผู้คนจะหักหลังกันและเกลียดกัน ท่านยังบอกอีกว่า “ความรักของคนส่วนใหญ่ [จะ] ลดน้อยลง” (มธ. 24:10, 12) คุณเห็นด้วยใช่ไหมว่าคนสมัยนี้เป็นแบบนี้จริง ๆ? การที่คนของพระยะโฮวารักกันเป็นเพราะพลังบริสุทธิ์ของพระยะโฮวา มันเป็นการอัศจรรย์ที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้!
16. เราจะแสดงความรักต่อกันได้ยังไงบ้าง?
16 เมื่อเราขอบคุณตัวอย่างที่ดีของพี่น้อง และรักษาสันติสุขกับพวกเขาต่อ ๆ ไป เราก็กำลังแสดงความรักต่อกัน (มก. 9:50) การแสดงความรักโดยทางคำพูดและการกระทำอยู่เสมอพิสูจน์ว่าเราเป็นคนของพระยะโฮวา เมื่อเราแสดงความรักต่อกัน เราก็กำลังให้ความร่วมมือกับพระยะโฮวาในการทำให้การอัศจรรย์ในองค์การของพระองค์เกิดขึ้นจริง
เห็นค่าที่ได้มีส่วนในการอัศจรรย์
17. มีอะไรบ้างที่พิสูจน์ว่าพระยะโฮวากำลังทำการอัศจรรย์ในทุกวันนี้?
17 การเติบโต ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และความรักในองค์การของพระยะโฮวาพิสูจน์ว่าพระองค์กำลังทำการอัศจรรย์ในสมัยของเรา แม้พี่น้องหลายประเทศจะเจอการต่อต้าน แต่จำนวนพยานฯ ก็ยังคงเติบโตขึ้น แม้ผู้คนในโลกจะแตกแยกกันอย่างมาก แต่เราเป็นหนึ่งเดียวกัน และแม้ผู้คนในโลกจะไม่รักกัน แต่เรารักกันและรักพระเจ้าของเราด้วย ซึ่งนี่พิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นสาวกแท้ของพระเยซู (ยน. 13:34) เราไม่ใช่แค่ยืนดูเฉย ๆ ตอนที่มีการอัศจรรย์เกิดขึ้น แต่เรามีส่วนในการอัศจรรย์เหล่านี้ด้วยเพราะ “เราเป็นเพื่อนร่วมงานของพระเจ้า”—1 คร. 3:9
18. เมื่อเห็นการอัศจรรย์ต่าง ๆ ที่พระยะโฮวาทำให้เกิดขึ้นในทุกวันนี้ เราควรตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำอะไร?
18 เป็นเรื่องน่าทึ่งจริง ๆ ที่แม้โลกนี้จะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ แต่จำนวนคนของพระยะโฮวากำลังเติบโตขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น เรายังเป็นหนึ่งเดียวกันและรักกันมากด้วย นี่คือการอัศจรรย์จริง ๆ! การอัศจรรย์เหล่านี้ทำให้เรามั่นใจว่าคำสัญญาทุกอย่างของพระยะโฮวาจะเป็นจริงในอนาคตอย่างแน่นอน (2 ปต. 3:13) ขอให้เราเห็นค่าสิทธิพิเศษที่ได้มีส่วนในการอัศจรรย์ที่พระยะโฮวาทำให้เกิดขึ้นในทุกวันนี้
เพลง 154 รักมั่นคงตลอดไป
a ตัวอย่างเช่น ดูบทความ “งานบรรเทาทุกข์ในปี 2023—‘เราได้เห็นความรักของพระยะโฮวาด้วยตัวเอง’” ในเว็บไซต์ jw.org