15-21 มีนาคม 2027
เพลง 150 ขอให้มาหาพระเจ้าเพื่อจะรอด
ขอให้วางใจพระยะโฮวาเสมอ
ข้อคัมภีร์ประจำปี 2027 “ขอให้วางใจพระยะโฮวา”—สด. 115:11
จุดสำคัญ
เราจะฝึกตัวเองยังไงให้วางใจพระยะโฮวาเสมอ และไว้ใจว่าพระองค์จะจัดการสิ่งต่าง ๆ ตามวิธีและเวลาที่เหมาะสม
1. เพื่อนที่ไว้ใจได้ช่วยเรายังไง?
ปกติแล้ว เรามักจะไว้ใจคนที่เรารู้จักเป็นอย่างดีและเคยช่วยเรามาก่อน เช่น เมื่อเจอปัญหา เราจะชอบไปขอคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ไว้ใจได้ เพื่อนแบบนี้เป็นเหมือนตาข่ายกันตกที่พร้อมจะรับเราตอนที่ตกจากที่สูง—ปญจ. 4:9, 10
2-3. (ก) สดุดีบท 115 กระตุ้นให้เราทำอะไร? (ข) เราจะคุยเกี่ยวกับคำถามอะไรบ้างในบทความนี้?
2 พระยะโฮวาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของเรา และเป็นผู้ที่เราไว้วางใจได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรเราก็ขอให้พระองค์ช่วยได้ทุกเรื่อง เรามั่นใจว่าพระองค์จะช่วยเราและให้คำแนะนำดี ๆ กับเราได้ สดุดีบท 115 บอกเราถึง 3 ครั้งว่า “ขอให้วางใจพระยะโฮวา” เพราะพระองค์สัญญาว่า “พระองค์เป็นผู้ช่วยและเป็นโล่” (สด. 115:9-11) แล้วเราก็ต้องเต็มใจยอมรับความช่วยเหลือที่มาจากพระองค์ด้วย
3 ในบทความนี้เราจะคุยกันเกี่ยวกับคำถาม 3 ข้อคือ ตอนไหนที่เราต้องวางใจพระยะโฮวาเป็นพิเศษ? พระยะโฮวาช่วยคนที่วางใจพระองค์ยังไง? และเราจะแสดงให้เห็นได้ยังไงว่าเราวางใจพระองค์เมื่อต้องรับมือกับปัญหาหนัก ๆ?
ตอนไหนที่เราต้องวางใจพระยะโฮวาเป็นพิเศษ?
4. ตอนไหนที่เราต้องวางใจพระยะโฮวาเป็นพิเศษ?
4 เราต้องวางใจพระยะโฮวาเป็นพิเศษตอนที่เราเจอปัญหาหนัก ๆ ในชีวิต เมื่อเราเห็นวิธีที่พระยะโฮวาช่วยเราซึ่งบางครั้งก็เป็นแบบที่คาดไม่ถึง มันก็ช่วยเราให้วางใจพระองค์มากขึ้น (อฟ. 3:20) ให้เรามาดูตัวอย่างหนึ่งด้วยกัน
5-6. คุณได้เรียนอะไรจากเรื่องของไยรอส?
5 ตอนที่พระเยซูอยู่บนโลก หัวหน้าที่ประชุมของชาวยิวคนหนึ่งที่ชื่อไยรอสรู้สึกทุกข์ใจมาก ลูกสาวที่อายุ 12 ปีของเขาป่วยหนักและกำลังจะตาย ไยรอสคงเคยได้ยินว่าพระเยซูได้รับอำนาจจากพระเจ้าให้ทำการอัศจรรย์ เขาเลยไปตามหาท่านเพราะเชื่อว่าท่านจะรักษาลูกสาวของเขาได้ (มก. 5:21-23) เมื่อไยรอสไปบอกพระเยซู ท่านก็ตกลงจะไปที่บ้านเขา แต่ระหว่างทางมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ป่วยหนักมาหาท่านและแอบแตะเสื้อชั้นนอกของท่านเพราะเธออยากจะหายป่วย พระเยซูรู้สึกสงสารเธอและบอกกับเธอว่า “ตอนนี้ลูกหายขาดจากโรคที่ทำให้เป็นทุกข์แล้ว” (มก. 5:24-34) นี่เลยทำให้ท่านไม่สามารถไปบ้านของไยรอสได้ทันที และในระหว่างนั้นลูกสาวของไยรอสก็ตาย เพื่อน ๆ เลยบอกเขาว่า “คงไม่ต้องรบกวนอาจารย์แล้วล่ะ” ไยรอสคงต้องรู้สึกสิ้นหวังแน่ ๆ แต่พระเยซูบอกเขาว่า “ไม่ต้องกลัว แสดงความเชื่อต่อ ๆ ไปเถอะ”—มก. 5:35, 36 ดูข้อมูลสำหรับศึกษา
6 สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นต้องทำให้ไยรอสมีความเชื่อเข้มแข็งและวางใจพระยะโฮวามากขึ้นแน่ ๆ พระเยซูปลุกลูกสาวของเขาให้ฟื้นขึ้นจากตาย เมื่อเห็นแบบนั้นไยรอสกับภรรยาก็ “ตื่นเต้นดีใจกันใหญ่” (มก. 5:38-42) ตั้งแต่วันนั้นมา เมื่อไหร่ที่ไยรอสมองลูกสาว เขาก็คงรู้สึกขอบคุณที่พระยะโฮวาช่วยเขาผ่านทางพระเยซู
พระยะโฮวาช่วยคนที่วางใจพระองค์ยังไง?
7. ทำไมเรามั่นใจได้ว่าพระยะโฮวาจะช่วยเรา? (เยเรมีย์ 17:7, 8)
7 พระยะโฮวารักเราซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระองค์มาก พระองค์คอยดูแลเราแต่ละคนให้มีสิ่งจำเป็นเสมอ (สด. 115:12-15) พระองค์สัญญาว่าจะช่วยเราแม้จะเจอการต่อต้าน (อ่านเยเรมีย์ 17:7, 8) พระองค์ช่วยเราได้เสมอไม่ว่าเราจะเจอสถานการณ์อะไร ให้เรามาดูตัวอย่างบางคนในสมัยคัมภีร์ไบเบิลและในสมัยปัจจุบันด้วยกัน
8. พระยะโฮวาปกป้องคุ้มครองอับราฮัมกับซาราห์ยังไงหลังจากที่พวกเขาออกมาจากเมืองเออร์แล้ว? (ดูภาพด้วย)
8 ขอให้นึกถึงอับราฮัมกับซาราห์ พวกเขาต้องออกจากเมืองเออร์ซึ่งเป็นเมืองที่ปลอดภัย พวกเขาไปอาศัยอยู่ในเต็นท์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคนที่ไม่ได้นมัสการพระยะโฮวา การไปอาศัยอยู่ในที่แบบนั้นเป็นอันตรายจริง ๆ แต่พระยะโฮวาก็คอยปกป้องคุ้มครองพวกเขา พระองค์เป็นเหมือนโล่ของพวกเขา (ปฐก. 15:1) ตัวอย่างเช่น ตอนที่เกิดการขาดแคลนอาหารอย่างหนัก อับราฮัมกับซาราห์ต้องเดินทางไปที่อียิปต์ ซาราห์เป็นผู้หญิงที่สวยมาก ฟาโรห์ก็เลยสนใจเธอ เขาพาเธอไปอยู่ที่วังเพื่อหวังจะให้เธอมาเป็นภรรยา (ปฐก. 12:10-15) แต่พระยะโฮวาก็ไม่ได้ทิ้งอับราฮัมกับซาราห์ พระองค์ยื่นมือเข้าช่วยโดยป้องกันไม่ให้ซาราห์กลายเป็นภรรยาของฟาโรห์—ปฐก. 12:16-20
เราได้เรียนอะไรจากวิธีที่พระยะโฮวาช่วยเหลือและปกป้องอับราฮัมกับซาราห์? (ดูข้อ 8)
9. ขอเล่าตัวอย่างในปัจจุบันที่แสดงว่าพระยะโฮวาคอยช่วยเราเสมอแม้จะเจอการต่อต้าน (ดูเชิงอรรถด้วย)
9 ให้เรามาดูตัวอย่างในปัจจุบันซึ่งแสดงว่าพระยะโฮวาช่วยเราให้มีความเชื่อเข้มแข็งได้แม้จะเจอความยากลำบาก พี่น้องชายวัยรุ่นคนหนึ่งชื่อวลาดิมีร์อาศัยอยู่ที่จอร์เจีย ตอนที่เขาอายุ 15 มีคนกลุ่มหนึ่งที่เกลียดพยานพระยะโฮวามาเผาบ้านของเขากับครอบครัว ไฟไหม้บ้านจนเหลือแต่ซาก ครอบครัวของวลาดิมีร์เสียใจมากแต่ก็ยังโล่งใจที่ยังมีชีวิตอยู่ เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาเลิกรับใช้พระยะโฮวาไหม? ไม่เลย! วลาดิมีร์เล่าว่า “ไม่มีใครในครอบครัวเราเลิกเป็นไพโอเนียร์เลยครับ” พระยะโฮวายังใช้พี่น้องในประชาคมมาช่วยเหลือครอบครัวของวลาดิมีร์ด้วยa
เราจะแสดงให้เห็นยังไงว่าเราวางใจพระยะโฮวา?
10. อาจมีเรื่องอะไรบ้างที่พ่อแม่ตัดสินใจได้ยาก?
10 ตอนที่วางแผนเกี่ยวกับอนาคต พระยะโฮวาคาดหมายให้พ่อแม่ดูแลเอาใจใส่ลูกของตัวเอง (2 คร. 12:14; 1 ทธ. 5:8) วิธีหนึ่งที่พ่อแม่ทำอย่างนั้นได้ก็คือการช่วยลูกให้ตัดสินใจอย่างฉลาด ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังแย่ลงเรื่อย ๆ พี่น้องหลายคนอาจสงสัยว่าจะให้ลูกรับใช้เต็มเวลาดีไหม หรือจะให้ลูกตั้งเป้าหมายว่าจะต้องได้งานอาชีพที่ทำให้รวย ในบางวัฒนธรรม พ่อแม่มักจะคาดหมายว่าลูกต้องเลี้ยงตัวเองตอนแก่ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่ต้องคิดถึงตัวเองในอนาคตว่าถ้าแก่ลงจะทำยังไง และพวกเขาก็อยากให้ลูกมีความเป็นอยู่ที่ดีด้วย แล้วพ่อแม่จะแสดงให้เห็นยังไงว่าพวกเขาวางใจพระยะโฮวาสุดหัวใจ?
11. อะไรที่แสดงให้เห็นว่าอิสอัคกับเรเบคาห์ให้ความสำคัญกับความเชื่อของลูกชาย? (ดูภาพด้วย)
11 อิสอัคกับเรเบคาห์เป็นตัวอย่างที่ดีมากของการวางใจพระยะโฮวา พวกเขาให้ยาโคบลูกชายของพวกเขาเดินทางไกลเพื่อไปหาภรรยาที่เป็นผู้นมัสการพระยะโฮวาเหมือนกัน (ปฐก. 28:1-3, 7) การที่ทั้งคู่ตัดสินใจแบบนั้นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับความเชื่อของลูกชาย ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน ถ้าพ่อแม่วางใจพระยะโฮวาและให้พระองค์สำคัญที่สุดในชีวิต พวกเขาก็กำลังสอนลูกให้วางใจพระยะโฮวาเหมือนกัน—มธ. 6:33
พ่อแม่เรียนอะไรได้จากตัวอย่างของอิสอัคกับเรเบคาห์? (ดูข้อ 11)
12. มีตอนไหนบ้างที่เรารู้สึกว่าไม่ง่ายที่จะอดทนรอพระยะโฮวา?
12 ตอนที่เรารอคอยให้พระยะโฮวาจัดการปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ เมื่อเราเจอปัญหาหนักในชีวิต เช่น เจอความไม่ยุติธรรม เราอาจสงสัยว่า ทำไมพระยะโฮวาไม่ช่วยสักที? ถึงเราจะรู้อยู่ว่าเมื่อถึงเวลาพระยะโฮวาจะจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ให้หมดไป ถึงอย่างนั้น การอดทนรอคอยมันก็ไม่ง่าย (สด. 33:20) แต่ให้เรามาดูตัวอย่างหนึ่งด้วยกัน
13. เราได้เรียนอะไรจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่กษัตริย์อาหัสยาห์ตายแล้ว? (มีคาห์ 7:7)
13 ตอนที่อาธาลิยาห์แม่ของกษัตริย์อาหัสยาห์เห็นว่าลูกชายของเธอตายแล้ว เธอก็ฆ่าลูกทุกคนของอาหัสยาห์และยึดบัลลังก์มาเป็นของตัวเอง (2 พศ. 22:10-12) ผู้หญิงชั่วคนนี้ปกครองนานถึง 6 ปี และทำให้ทั่วทั้งอิสราเอลมีแต่ความรุนแรงและการนมัสการรูปเคารพ (2 พศ. 24:7) ชาวอิสราเอลหลายคนอาจคิดว่าพระยะโฮวาทิ้งพวกเขาไปแล้ว แต่พระยะโฮวารู้ดีว่าอาธาลิยาห์กำลังทำอะไร และพระองค์ก็รู้ด้วยว่ามหาปุโรหิตเยโฮยาดากับภรรยาของเขาเอาเยโฮอาชลูกชายเพียงคนเดียวของอาหัสยาห์ที่ยังเหลืออยู่ไปซ่อนไว้ ในที่สุดอาธาลิยาห์ก็ถูกประหารและเยโฮอาชก็ขึ้นเป็นกษัตริย์ (2 พศ. 23:1-3, 8-15) เราได้เรียนอะไรจากเรื่องนี้? เมื่อเราอดทนรอคอยพระยะโฮวาจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ก็แสดงว่าเรากำลังวางใจพระองค์ว่าจะจัดการปัญหาเหล่านั้นในวิธีและเวลาที่เหมาะสม—อ่านมีคาห์ 7:7
14. เราได้เรียนอะไรจากประสบการณ์ของเซอร์เกย์กับมารียา?
14 เซอร์เกย์กับมารียาสามีภรรยาคู่หนึ่งจากรัสเซียแสดงว่าพวกเขาวางใจพระยะโฮวาในช่วงที่เซอร์เกย์ต้องติดคุกเพราะความเชื่อถึง 5 ปี แล้วพวกเขารับมือกับปัญหานี้ได้ยังไง? มารียาบอกว่า “เราแต่งงานกันมากกว่า 20 ปี ตอนที่ต้องแยกจากกันเราทั้งคู่รู้สึกเหมือนกับนกที่ปีกหายไปข้างหนึ่ง” แต่เธอก็บอกว่า “พระยะโฮวาไม่เคยทิ้งเราให้รับมือกับปัญหาตามลำพังเลย พระองค์แสดงความรักและเป็นห่วงฉันเสมอโดยให้พี่น้องหลายคนมาให้กำลังใจ และพี่น้องก็อยู่เคียงข้างฉันเสมอตอนที่ต้องการความช่วยเหลือ” ส่วนเซอร์เกย์ก็ได้รับกำลังจากพระยะโฮวาตอนที่เขาอธิษฐาน ที่จริง ตอนที่ติดคุกเซอร์เกย์เป็นที่รู้จักว่าเป็นคนที่รักพระเจ้ามาก ตัวอย่างของพวกเขาช่วยให้เรารู้ว่า ถ้าเราให้พระยะโฮวาช่วย เราเองก็จะอดทนกับปัญหาทุกอย่างได้—คส. 1:11
15. มีปัญหาอะไรบ้างที่อาจทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีทางแก้ไขมันได้เลย?
15 ตอนที่เราเจอกับอุปสรรคที่ดูเหมือนเอาชนะไม่ได้ เช่น เราอาจกำลังป่วยหนักหรือทำอะไรได้น้อยลงเพราะอายุมากขึ้น พอเป็นแบบนั้น เราอาจรู้สึกว่าปัญหาที่เจอมันไม่มีทางแก้ไขได้เลยและอาจกลัวด้วย แต่เราจะแสดงยังไงว่าเราวางใจพระยะโฮวาสุดหัวใจ?
16. คุณได้เรียนอะไรจากตัวอย่างของดาวิดตอนที่อายุน้อย? (สดุดี 37:5)
16 ลองดูตัวอย่างของดาวิดตอนที่เขาอายุยังน้อย เขาต้องสู้กับโกลิอัทคนร่างยักษ์จากฟีลิสเตีย โกลิอัทมองว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะตัวเองได้ และถึงกับเยาะเย้ยกองทัพของอิสราเอลด้วย (1 ซม. 17:10) แต่ดาวิดวางใจพระยะโฮวาสุดหัวใจว่าพระองค์จะช่วยเขาแน่นอน ดังนั้น ตอนที่เขาไปสู้กับโกลิอัท ดาวิดไม่ได้บอกว่า ‘ผมจะสู้กับคุณด้วยหินและเชือกเหวี่ยงก้อนหิน’ แต่เขาบอกว่า “ผมจะสู้กับคุณในนามของพระยะโฮวาผู้เป็นจอมทัพ” (1 ซม. 17:37, 45) ถึงแม้ดูเหมือนว่าดาวิดจะชนะโกลิอัทไม่ได้ แต่พระยะโฮวาก็ช่วยเขาให้เอาชนะได้ด้วยหินก้อนเดียว นั่นก็เพราะดาวิดวางใจพระยะโฮวาสุดหัวใจ เราเองก็อาจเจอปัญหาที่ดูเหมือนเอาชนะไม่ได้เหมือนกับที่ดาวิดเจอ แต่ถ้าเราสนใจในสิ่งที่เราทำได้และวางใจว่าพระยะโฮวาจะช่วยเรา เราก็อาจทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด (อ่านสดุดี 37:5; ฟป. 4:13) ขอให้จำไว้ว่าไม่มีใครอีกแล้วที่จะช่วยเราได้มากเท่ากับพระยะโฮวาพระเจ้า “ผู้สร้างฟ้าและโลก”—สด. 115:15
17. เราได้เรียนอะไรจากตัวอย่างของพอลลา?
17 ให้เราดูตัวอย่างของพอลลา พี่น้องหญิงจากแคนาดาที่รับใช้กับสามีของเธอซึ่งเป็นผู้ดูแลหมวดมากกว่า 25 ปี เธอมีปัญหาสุขภาพร้ายแรงเพราะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังตั้งแต่เกิด และโรคนี้ทำให้เธอไปไหนมาไหนไม่ค่อยได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามรับใช้เต็มที่ พอลลาบอกว่า “ฉันพยายามรับใช้โดยวิธีอื่น ๆ เช่น ประกาศทางโทรศัพท์ และประกาศแบบไม่เป็นทางการ” เธอยังบอกอีกว่า “ฉันพยายามมองตามความเป็นจริงและทำเท่าที่ทำได้ จากนั้นก็ฝากที่เหลือไว้ให้พระยะโฮวา ฉันวางใจว่าพระองค์จะช่วยฉันแน่นอน”—สด. 143:8
18-19. เราได้เรียนอะไรจากตัวอย่างของสิเมโอน? (ดูภาพหน้าปก)
18 ตอนที่สิ่งที่เราคาดหวังไว้ยังไม่เกิดขึ้น การวางใจพระยะโฮวาจะช่วยให้เรามองตามความเป็นจริงและยังคงมีความสุขได้ เราทุกคนตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นวันที่พระยะโฮวาทำให้ความทุกข์หมดไป (วว. 21:4) แต่เมื่ออายุมากขึ้น เราอาจสงสัยว่า ‘ฉันจะได้อยู่จนถึงวันของพระยะโฮวาไหม?’ ถ้าเรารู้สึกแบบนั้น ลองดูว่าตัวอย่างของสิเมโอนสอนอะไรเราบ้าง
19 สิเมโอนอาศัยอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม เขารับใช้พระยะโฮวาอย่างซื่อสัตย์แต่เขาก็อายุมากแล้ว พระยะโฮวาใช้พลังบริสุทธิ์เปิดเผยให้เขารู้ว่า เขาจะไม่ตายก่อนได้เห็นเมสสิยาห์ (ลก. 2:25, 26) แล้วพอเขาได้เห็นพระเยซูตอนที่ท่านเป็นทารก เขาก็คงรู้ตัวว่าจะไม่ได้มีชีวิตอยู่จนได้เห็นท่านโตขึ้นและกลายเป็นเมสสิยาห์ ถึงอย่างนั้นสิเมโอนก็ไม่ได้เอาแต่คิดว่าเขาจะไม่ได้เห็นอะไรบ้าง แต่เขาสนใจตรงที่ว่าเขาได้เห็นอะไรเกิดขึ้นจริงแล้ว นั่นก็คือได้เห็นคำสัญญาบางส่วนของพระยะโฮวาเกิดขึ้นจริง นี่ช่วยให้เขาสงบใจและมีความสุข (อสย. 49:6; ลก. 2:27-32) คล้ายกัน ถ้าเราสนใจคำพยากรณ์ต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในทุกวันนี้ และพยายามรับใช้พระยะโฮวาอย่างเต็มที่ เราก็จะสงบใจและมีความสุขได้เหมือนสิเมโอน—2 ปต. 1:19
คำอธิบายภาพหน้าปก สิเมโอนอยู่ที่วิหารและกำลังอุ้มพระเยซูที่เป็นทารก ถึงเขาจะรู้อยู่แล้วว่าคงไม่มีโอกาสได้เห็นตอนที่พระเยซูโตขึ้น แต่เขาก็ขอบคุณที่พระยะโฮวาทำตามสัญญาว่าเขาจะได้เจอเมสสิยาห์ (ดูข้อ 18-19)
ฝึกที่จะวางใจพระยะโฮวาต่อ ๆ ไป
20. การคิดถึงวิธีที่พระยะโฮวาช่วยเหลือผู้รับใช้ของพระองค์ในอดีตจะช่วยให้เราวางใจพระองค์มากขึ้นได้ยังไง? (ดูกรอบ “เรียนรู้ที่จะวางใจพระยะโฮวาโดยการอ่านคัมภีร์ไบเบิล”)
20 พระยะโฮวาเป็นผู้ช่วยและเป็นโล่ให้กับคนที่วางใจพระองค์ตลอดมา (สด. 28:7) แต่เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าพระองค์กำลังช่วยเราในตอนนี้? วิธีหนึ่งก็คือโดยดูว่าพระยะโฮวาเคยช่วยเหลือผู้รับใช้ของพระองค์ในสมัยคัมภีร์ไบเบิลยังไง แล้วก็ให้คิดใคร่ครวญว่าพระองค์กำลังช่วยเรายังไงในวิธีคล้าย ๆ กัน การทำแบบนี้จะช่วยให้เห็นว่าพระยะโฮวาคอยช่วยเหลือเราเสมอแม้เราอาจมองไม่ออกด้วยซ้ำ การคิดถึงเรื่องนี้เป็นประจำจะช่วยให้รู้ว่าเราไม่ได้สู้อยู่ตามลำพังและเราสามารถเอาชนะปัญหาอะไรก็ตามที่เจอได้ ขอให้เราทุกคนทำตามที่ข้อคัมภีร์ประจำปี 2027 บอกคือ “ขอให้วางใจพระยะโฮวา”—สด. 115:11
เพลง 164 ฉันวางใจพระองค์
a สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมว่าพระยะโฮวาดูแลพี่น้องในจอร์เจียยังไงแม้พวกเขาจะถูกต่อต้านอย่างหนัก ดูหนังสือประจำปีของพยานพระยะโฮวา 2017 (ภาษาอังกฤษ) หน้า 138-145