22-28 มีนาคม 2027
เพลง 117 ให้เราทำดีอย่างพระเจ้า
“ขอให้เลียนแบบตัวอย่างที่ดี”
“ขอให้เลียนแบบตัวอย่างที่ดี อย่าเลียนแบบตัวอย่างที่ไม่ดี”—3 ยอห์น 11
จุดสำคัญ
เรียนรู้วิธีที่จะเลียนแบบตัวอย่างที่ดีและไม่เลียนแบบตัวอย่างที่ไม่ดี และดูว่าเราควรทำยังไงเพื่อจะไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแบบผิด ๆ
1. เราเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ยังไง?
เราทุกคนเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ โดยการเลียนแบบคนอื่น ลองคิดดูว่าคุณหัดพูดยังไง? คุณฟังสิ่งที่ครอบครัวพูดและเลียนแบบพวกเขา นอกจากนั้น เรายังฟังสิ่งที่ผู้คนรอบตัวพูดกันในชีวิตประจำวันและอาจเริ่มเลียนแบบโดยที่ไม่รู้ตัวด้วย และพอโตขึ้นเราก็มักจะเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ไม่ใช่แค่จากการอ่านตำราเท่านั้น แต่จากการสังเกตคนที่ชำนาญและเลียนแบบพวกเขา
2. เราเรียนรู้วิธีที่จะรับใช้พระยะโฮวายังไง?
2 เราเรียนรู้วิธีรับใช้พระยะโฮวาจากการศึกษาคัมภีร์ไบเบิล แต่ไม่ใช่แค่นั้นเรายังต้องเรียนรู้จากการสังเกตตัวอย่างของพี่น้องที่ใจดี อดทน แสดงความรักต่อคนอื่น และมีครอบครัวที่มีความสุข คัมภีร์ไบเบิลสนับสนุนให้เราเรียนรู้จากคนอื่นอยู่เรื่อย ๆ (สภษ. 2:20) แล้วเราจะเรียนรู้จากใครได้บ้าง? เราจะเรียนรู้ได้ยังไง? และเราต้องระวังอะไรเมื่อเราสังเกตและเลียนแบบคนอื่น?
เราจะเรียนรู้จากใครได้บ้าง?
3. เราจะมองหาตัวอย่างที่ดีได้จากที่ไหนบ้าง?
3 คัมภีร์ไบเบิลมีตัวอย่างดี ๆ ของหลายคนที่เราจะเลียนแบบได้ พวกเขาเหล่านี้ซึ่งก็คือ “พยานมากมายเหมือนเมฆก้อนใหญ่” ทำให้เห็นว่าเราสามารถมีความเชื่อและอดทนเหมือนพวกเขาได้ (ฮบ. 12:1) เรายังได้ประโยชน์จากการเลียนแบบพี่น้องในปัจจุบันด้วย เช่น ตอนที่เราดูวีดีโอสัมภาษณ์พี่น้อง เราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความซื่อสัตย์และความภักดีของพวกเขาแม้เราไม่รู้จักพวกเขามาก่อนa (1 ธส. 2:14) นอกจากนั้น ในประชาคมของเรายังมีพี่น้องหลายคนที่เราจะสังเกตและเรียนรู้จากพวกเขาได้แม้บางคนเพิ่งเข้ามาเป็นพยานฯ หรืออายุน้อยกว่าเรา (มธ. 18:2-5) เปาโลกระตุ้นทิโมธีตอนอายุยังน้อยว่าให้ “เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่ซื่อสัตย์” (1 ทธ. 4:12) คริสเตียนบางคนในสมัยนั้นที่อายุมากกว่าทิโมธีอาจไม่ได้สนใจตัวอย่างของเขาเท่าไหร่เพราะเขาอายุน้อย แต่การทำอย่างนั้นก็ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสดี ๆ ที่จะได้เรียนจากตัวอย่างของทิโมธี ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน พระยะโฮวาอยากให้เราสังเกตพี่น้องในประชาคมที่เป็นตัวอย่างที่ดีและได้ประโยชน์จากพวกเขา
4. ยอห์นใช้ตัวอย่างที่ไม่ดีเพื่อสอนบทเรียนสำคัญอะไร?
4 คัมภีร์ไบเบิลบอกให้เราเรียนรู้จากตัวอย่างที่ไม่ดีด้วย เช่น อัครสาวกยอห์นบอกกายอัสเพื่อนของเขาว่า “ขอให้เลียนแบบตัวอย่างที่ดี อย่าเลียนแบบตัวอย่างที่ไม่ดี” (3 ยน. 9-11) ในสมัยของยอห์น ดิโอเตรเฟส “อยากเป็นใหญ่ในหมู่พี่น้อง” เขาไม่นับถือยอห์นกับพี่น้องคนอื่น ๆ เป็นคนหยิ่งและทะเยอทะยาน ยอห์นเขียนในจดหมายเกี่ยวกับสิ่งที่ดิโอเตรเฟสทำซึ่งทำให้พี่น้องคนอื่น ๆ เห็นว่า “ตัวอย่างที่ไม่ดี” เป็นยังไง เรื่องไม่ดีที่ดิโอเตรเฟสทำไว้คงทำให้พี่น้องที่ซื่อสัตย์ไม่สบายใจมาก แต่ตัวอย่างที่ไม่ดีของเขาก็ช่วยให้พี่น้องเห็นว่าความภักดีมีค่ามากและเตือนให้เห็นอันตรายของการเป็นคนหยิ่งและทะเยอทะยานด้วย ดังนั้น เราได้เห็นแล้วว่าเราสามารถเรียนรู้ได้ทั้งจากตัวอย่างที่ดีและไม่ดี แล้วเราควรทำอะไรบ้างเพื่อจะได้ประโยชน์จากตัวอย่างของคนอื่น?
เราจะเรียนรู้จากตัวอย่างของคนอื่นได้ยังไง?
5. เราต้องทำอะไรเพื่อจะได้ประโยชน์จากตัวอย่างของคนอื่น? (ฟีลิปปี 3:17-19)
5 สังเกตคนอื่น เพื่อจะได้ประโยชน์จากตัวอย่างของคนอื่น เราต้องสังเกตว่าเมื่อเขาตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาเป็นยังไง ถ้าผลออกมาดี ก็แสดงว่าเราเลียนแบบบางอย่างจากเขาได้ แต่ถ้าผลออกมาไม่ดี ก็อาจมีบางอย่างที่เราต้องหลีกเลี่ยง (อ่านฟีลิปปี 3:17-19) แต่เราต้องจำไว้ด้วยว่าผลลัพธ์ที่ไม่ดีก็ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นตัดสินใจไม่ฉลาด เพราะคัมภีร์ไบเบิลบอกว่า “เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นกับพวกเขาทุกคนในเวลาที่คาดไม่ถึง”—ปญจ. 9:11
6. การใช้วิจารณญาณช่วยเรายังไงตอนตัดสินใจว่าควรเลียนแบบตัวอย่างของคนอื่นหรือเปล่า? (ดูภาพด้วย)
6 ใช้วิจารณญาณ เราต้องใช้วิจารณญาณเพื่อจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเอาตัวอย่างของคนอื่นไปใช้และจะใช้แบบไหน ให้เรามาดูตัวอย่างของกิเดโอนกับเยฟธาห์ซึ่งเจอปัญหาคล้ายกันแต่พวกเขารับมือต่างกัน ตอนที่กิเดโอนเผชิญหน้ากับคนในตระกูลเอฟราอิมที่กำลังโกรธ เขาคุยกับคนเหล่านั้นแบบใจเย็น พูดดี ๆ และถึงกับยกย่องที่คนเหล่านั้นแสดงความกล้าหาญ (วนฉ. 8:1-3) แต่ในสมัยต่อมา ตอนที่เยฟธาห์เผชิญหน้ากับคนในตระกูลเอฟราอิมที่กำลังโกรธ เยฟธาห์จะแค่เลียนแบบวิธีของกิเดโอนโดยไม่คิดถึงสถานการณ์ของตัวเองไหม? ไม่ เพราะในสมัยของเยฟธาห์ คนในตระกูลเอฟราอิมชอบใช้ความรุนแรงและไม่ให้ความนับถือผู้นำที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระยะโฮวา เยฟธาห์รู้ว่าต้องไม่ยอมอ่อนข้อและตัดสินใจต่อสู้กับคนเหล่านี้ (วนฉ. 12:1-4) ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน เราอาจเจอสถานการณ์ที่ดูเหมือนคล้ายกันมากกับพี่น้องอีกคนหนึ่ง แต่เราต้องคิดให้ดีว่าสถานการณ์ของเราเหมือนกับเขาเป๊ะเลยไหม ตอนนี้แหละเราต้องใช้วิจารณญาณและประเมินดูว่าจะทำเหมือนพี่น้องคนนั้นไหม หรือจะทำอย่างอื่น—สภษ. 2:11
เราต้องใช้วิจารณญาณเพื่อจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเอาตัวอย่างของคนอื่นไปใช้และจะใช้แบบไหน (ดูข้อ 6)c
7. เราจะเลียนแบบตัวอย่างที่ดีได้ยังไง? (ดูภาพด้วย)
7 มองให้ออกว่าต้องเลียนแบบยังไง เพื่อจะได้ประโยชน์จากตัวอย่างที่ดี เราต้องรู้ว่าเราควรเปลี่ยนแปลงตัวเองตรงไหน ต้องพัฒนาคุณลักษณะอะไรให้ดีขึ้นบ้าง แล้วค่อยเลียนแบบคนที่แสดงคุณลักษณะเหล่านั้น (2 คร. 13:5) แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลียนแบบเขาให้ได้ทุกอย่าง พระยะโฮวาไม่ได้คาดหมายให้เราทุกคนต้องเป็นเหมือนกัน ดังนั้น เราสามารถเลียนแบบตัวอย่างที่ดีของคนอื่นได้โดยที่เรายังเป็นตัวของตัวเอง
เราสามารถเลียนแบบตัวอย่างที่ดีของคนอื่นได้โดยที่เรายังเป็นตัวของตัวเอง (ดูข้อ 7)d
8. คัมภีร์ไบเบิลพูดถึงโนอาห์ โมเสส และโยบยังไง? (โยบ 2:3)
8 เรียนรู้จากตัวอย่างที่ดี คัมภีร์ไบเบิลมีตัวอย่างที่ดีที่เราจะเลียนแบบได้ (1 คร. 11:1) เช่น ตอนที่โนอาห์มีชีวิตอยู่ ไม่มีใครดีเหมือนเขา ส่วนโมเสสก็เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนที่สุดในโลก และในสมัยของโยบก็ไม่มีใครดีและซื่อสัตย์เหมือนเขา (ปฐก. 7:1; กดว. 12:3; อ่านโยบ 2:3) ทั้ง 3 คนแสดงคุณลักษณะที่ดีที่เราควรเลียนแบบ
9. เราควรมองตัวอย่างที่ดีในคัมภีร์ไบเบิลยังไง?
9 พระยะโฮวาให้มีบันทึกตัวอย่างดี ๆ ในคัมภีร์ไบเบิลไม่ใช่เพื่อทำให้เราท้อใจ แต่เพื่อช่วยให้เรารู้ว่าอะไรที่เราควรเลียนแบบ พระองค์ไม่ได้เปรียบเทียบเรากับคนอื่นเพื่อจะตัดสินเรา มาตรฐานของพระองค์ยุติธรรมเสมอ (สด. 7:11) จำไว้ว่าคนที่พระยะโฮวาบอกว่าเป็นคนดีก็ยังเป็นคนไม่สมบูรณ์แบบเหมือนเรา ดังนั้น ถ้าคุณไม่ได้แสดงคุณลักษณะดี ๆ เหมือนคนอื่นก็อย่าคิดว่าคุณเป็นคนไม่มีค่า พระยะโฮวาพอใจเมื่อคุณรับใช้พระองค์อย่างสุดความสามารถของคุณ—มลค. 3:16
10. เราจะเลียนแบบคนที่นำหน้าได้ยังไง? (ฮีบรู 13:7)
10 เลียนแบบความเชื่อของคนที่นำหน้า คัมภีร์ไบเบิลบอกให้เราเลียนแบบคนที่นำหน้าในประชาคม (อ่านฮีบรู 13:7) เราจะทำได้ยังไง? ก่อนอื่นเราต้องดูว่าพวกเขาทำอะไรที่ทำให้เกิดผลดีกับชีวิตพวกเขา จากนั้นก็พยายาม “เลียนแบบความเชื่อของพวกเขา” แต่ไม่ใช่เลียนแบบหรือทำตามทุกอย่างที่เขาทำ แล้วการเลียนแบบความเชื่อหมายถึงอะไร? หมายความว่าเราควรสังเกตว่าความเชื่อช่วยให้พวกเขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาพอใจยังไงและเลียนแบบพวกเขา ให้คุณสังเกตว่าความเชื่อช่วยให้พวกเขาเอาหลักการในคัมภีร์ไบเบิลมาใช้ยังไงตอนที่เจอปัญหา หรือถ้าคุณมีโอกาส ก็ให้ถามว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจแบบนั้น และความเชื่อช่วยให้พวกเขาตัดสินใจในแบบที่ทำให้พระยะโฮวาพอใจได้ยังไง ทิโมธีก็น่าจะเลียนแบบเปาโลโดยใช้วิธีนี้ นั่นเลยทำให้ทิโมธีไม่ใช่แค่ทำตามคำสอนของเปาโลเท่านั้น แต่ยังเลียนแบบความเชื่อของเปาโลและทุ่มเทรับใช้เหมือนเปาโลด้วย—2 ทธ. 3:10
11. เมื่อเราเลียนแบบคนอื่น เราต้องระวังอะไร?
11 เราเลียนแบบพี่น้องชายที่นำหน้าเพราะพวกเขาเลียนแบบพระเยซู แต่เราก็ต้องระวังด้วยที่จะไม่เริ่มติดตามพวกเขาแทนที่จะติดตามพระเยซู (มธ. 23:10) คริสเตียนบางคนในเมืองโครินธ์เป็นแบบนั้น เลยทำให้พวกเขาอิจฉากัน ทะเลาะกัน และทำให้ประชาคมแตกแยก (1 คร. 3:1-4) เราจะไม่เป็นเหมือนพวกเขาได้โดยจำไว้ว่าเราต้องมี “จิตใจอย่างพระคริสต์” (1 คร. 2:16) เราจะมีจิตใจแบบนั้นได้โดยเรียนรู้ที่จะคิดเหมือนพระเยซูและเลียนแบบท่าน
ระวังการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแบบผิด ๆ
12. การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแบบผิด ๆ เป็นอันตรายยังไง?
12 เพื่อจะได้ประโยชน์จากตัวอย่างที่ดีและไม่ดี เราต้องดูว่าสิ่งที่เราทำเป็นยังไงเมื่อเทียบกับสิ่งที่คนอื่นทำ แต่ก็ต้องระวังด้วยที่จะไม่เปรียบเทียบแบบผิด ๆ โดยเอามาตัดสินว่าตัวเราเองไม่มีค่า เช่น พี่น้องหญิงคนหนึ่งเคยพูดไว้ในหอสังเกตการณ์ ว่า “เมื่อก่อนฉันชอบเทียบตัวเองกับคนที่สวยกว่า รับใช้เก่งกว่า และเข้ากับคนอื่นได้ดีกว่า ฉันเลยรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า” แล้วเราจะไม่ทำแบบนั้นได้ยังไง? เราต้องมองให้ออกว่ามีอันตรายอะไรบ้างเมื่อเราเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น—ปญจ. 2:14
13. อะไรจะช่วยให้เราไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในเรื่องรูปร่างหน้าตา?
13 อย่าเปรียบเทียบเรื่องรูปร่างหน้าตา เราทุกคนมีแนวโน้มที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในเรื่องรูปร่างหน้าตา แม้แต่คนที่มีความเชื่อเข้มแข็งก็อาจทำแบบนั้น ลองนึกถึงตัวอย่างของซามูเอล ตอนที่พระยะโฮวาสั่งเขาให้ไปเจิมกษัตริย์องค์ต่อไปของอิสราเอล ซามูเอลคิดเองว่าพระองค์จะเจิมเอลีอับซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของดาวิดเพราะเอลีอับเป็นคนตัวสูงและรูปร่างหน้าตาดี แต่พระยะโฮวาช่วยให้ซามูเอลเปลี่ยนความคิดโดยบอกว่า “มนุษย์มองที่รูปร่างหน้าตาภายนอก แต่พระยะโฮวามองที่หัวใจ” (1 ซม. 16:6, 7) เหมือนกัน เมื่อไหร่ที่เราเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในเรื่องนี้ เราต้องเปลี่ยนความคิดทันที และเพื่อจะทำแบบนั้นได้ เราก็ต้องอ่านข้อคัมภีร์ที่ทำให้เห็นว่าพระยะโฮวากับพระเยซูมองที่ตัวตนข้างใน ไม่ใช่รูปร่างหน้าตา—ยน. 7:24b
14. เราจะได้ประโยชน์อะไรบ้างถ้าเราสังเกตพี่น้องที่มีความสามารถมากกว่าเรา?
14 อย่าเปรียบเทียบเรื่องความสามารถ สมมุติว่าคุณสังเกตว่ามีพี่น้องหญิงคนหนึ่งทำงานรับใช้ในเขตได้เก่งกว่าคุณ เธอปรับวิธีพูดเวลาเริ่มต้นพูดคุยได้เก่ง เริ่มการศึกษาคัมภีร์ไบเบิลได้หลายราย หรือใช้ข้อคัมภีร์เก่ง นี่หมายความว่าพระยะโฮวาเห็นค่างานรับใช้ของเธอมากกว่าของคุณไหม? ไม่ คุณทั้งคู่เป็น “เพื่อนร่วมงานของพระเจ้า” พระองค์ให้พวกคุณได้ทำงานกับพระองค์เหมือนกัน (1 คร. 3:9) ดังนั้น แทนที่จะเอาแต่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ให้พยายามเรียนจากตัวอย่างที่ดีของพี่น้องหญิงคนนั้น ไปทำงานรับใช้ในเขตด้วยกัน ลองสังเกตว่าเธอทำงานรับใช้ยังไง เธอพยายามพัฒนาทักษะที่ดีอะไรบ้าง และมีตรงไหนบ้างที่คุณจะพัฒนาขึ้นได้ การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณไม่ท้อใจและได้ประโยชน์จากตัวอย่างที่ดีของเธอ
15. ทำไมเราต้องมองตามความเป็นจริงเวลาที่เลียนแบบตัวอย่างที่ดี?
15 เราต้องมองตามความเป็นจริงด้วยว่าเราสามารถเลียนแบบตัวอย่างที่ดีของคนอื่นได้มากน้อยแค่ไหน ลองนึกถึงตัวอย่างนี้ สมมุติว่าคุณกำลังฝึกเล่นเปียโน คุณก็เลยไปดูคอนเสิร์ตของนักเปียโนมืออาชีพ ตอนที่ไปดูเขาเล่น คุณจะได้ประโยชน์มากถ้าสังเกตวิธีที่เขานั่ง วิธีที่เขาวางมือ และเรื่องอื่น ๆ แต่คุณควรคิดไหมว่า ‘ฉันไม่มีวันเล่นได้ดีแบบนั้นหรอก ยอมแพ้ดีกว่า’ คุณไม่ควรคิดแบบนั้น คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักเปียโนมืออาชีพเพื่อจะสนุกกับการเล่นเปียโน คล้ายกัน เราก็ต้องมองตามความเป็นจริงเวลาที่เลียนแบบตัวอย่างที่ดีของคนอื่น ให้เรียนรู้จากเขา แต่อย่าท้อใจถ้าเขามีความสามารถหรือมีคุณลักษณะดี ๆ มากกว่าคุณ พระยะโฮวาอยากให้เราแต่ละคนให้สิ่งที่ดีที่สุดของเรากับพระองค์ ไม่ใช่ของคนอื่น—คส. 3:23
16. ทำไมการชอบแข่งขันกับพี่น้องคนอื่นถึงทำให้พระยะโฮวาไม่พอใจ? (กาลาเทีย 6:4)
16 อย่ามีนิสัยชอบแข่งขัน โลกนี้มองว่าการแข่งขันกันเป็นเรื่องปกติเพราะเชื่อว่ามันจะกระตุ้นให้คนเราอยากพัฒนาตัวเอง (ปญจ. 4:4) แต่คริสเตียนไม่ควรมีนิสัยชอบแข่งขัน เพราะมันจะทำให้กลายเป็นคนอิจฉาริษยาและชอบทะเลาะ ซึ่งเป็น “การกระทำที่เกิดจากความต้องการของร่างกายที่มีบาป” (กท. 5:19-21) นิสัยชอบแข่งขันอาจทำให้บางคนรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นเพราะมีความสามารถหรือสิทธิพิเศษมากกว่า และมันทำให้บางคนรู้สึกว่าไม่มีค่าสำหรับพระยะโฮวาด้วย (1 คร. 12:14, 15) คริสเตียนบางคนในเมืองกาลาเทียมีนิสัยชอบแข่งขันจนอาจทำให้พวกเขาอยาก “ทำลายกันเอง” นี่ส่งผลเสียอย่างมากต่อความสัมพันธ์ของพวกเขากับพระยะโฮวาและต่อพี่น้อง (กท. 5:15, 26) เพื่อจะไม่มีนิสัยแบบนั้น เราต้องทำตามคำแนะนำของเปาโลที่กาลาเทีย 6:4 (อ่าน) ให้เราสนใจที่ความก้าวหน้าของตัวเองและพยายามทำตามมาตรฐานของพระยะโฮวา แทนที่จะแข่งขันกับคนอื่น
17. การเลียนแบบตัวอย่างที่ดีและไม่เลียนแบบตัวอย่างที่ไม่ดีจะทำให้เราได้รับประโยชน์อะไร?
17 ในทุก ๆ วันเรามีโอกาสได้เห็นทั้งตัวอย่างที่ดีและไม่ดี พระยะโฮวาอยากให้เราเรียนรู้จากตัวอย่างเหล่านั้นโดยเลียนแบบตัวอย่างที่ดีและไม่เลียนแบบตัวอย่างที่ไม่ดี ถ้าคุณกำลังทำอะไรได้ดี ก็ขอให้ถ่อมตัวเสมอ แต่ถ้าคุณยังมีบางอย่างที่ต้องพัฒนา ก็ขออย่าเพิ่งท้อใจ ให้เลียนแบบตัวอย่างที่ดีต่อ ๆ ไป แล้วคุณจะทำให้พระยะโฮวากับคนที่รักพระองค์รักคุณ—สภษ. 3:3, 4
เพลง 139 นึกภาพตัวคุณเมื่อทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่
a ดูวีดีโอในส่วน “การสัมภาษณ์และประสบการณ์” ในแอป JW Library ® หรือเว็บไซต์ jw.org
b ดูบทความ “อย่าตัดสินตามที่เห็นภายนอก” ในหอสังเกตการณ์ เดือนสิงหาคม 2018
c คำอธิบายภาพ ตอนที่กิเดโอนเผชิญหน้ากับคนในตระกูลเอฟราอิมที่กำลังโกรธ เขาคุยแบบใจเย็น พูดดี ๆ และถึงกับยกย่องคนเหล่านั้น ในสมัยต่อมา ตอนที่เยฟธาห์เผชิญหน้ากับคนในตระกูลเอฟราอิมที่ชอบใช้ความรุนแรงและไม่ให้ความนับถือผู้นำที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระยะโฮวา เขาไม่ยอมอ่อนข้อและตัดสินใจต่อสู้กับคนเหล่านั้น
d คำอธิบายภาพ พี่น้องหญิงคนหนึ่งไปกินข้าวที่บ้านของพี่น้องหญิงที่อายุมากกว่าและมีพี่น้องหลายคนมากินด้วย ต่อมา พี่น้องหญิงคนนี้ก็ชวนพี่น้อง 2-3 คนมากินของว่างด้วยกันที่บ้าน